สถานการณ์ความเคลื่อนไหวแรงงานไทยประจำวันที่ 14 - 20 มิถุนายน 2552
ศก.โคราชฟื้นตัว-รง.เปิดรับคนงาน
เว็บไซต์ข่าวสด (14 มิถุนายน 2552) – นางพรทิพย์ ทองเอี่ยม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด เปิดเผยถึงสถานการณ์การจ้างงานว่า ภายหลังจากที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา ทำให้มีโรงงานปิดตัวลงถึง 5 แห่ง รวมถึงมีการเลิกจ้างคนงานบางส่วน 17 แห่ง ที่ผ่านมาต้องเฝ้าระวังอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ว่าในช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา สถานประกอบการที่มีการเลิกจ้างพนักงานบางส่วนมีการเปิดรับพนักงานกลับเข้ามาทำงานเพิ่มขึ้น โดยที่ทางสถานประกอบการแจ้งว่ามีการสั่งออร์เดอร์สินค้าเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการรับพนักงานกลับเข้ามาทำงานเพิ่มมากขึ้น ทำให้โรงงานที่ต้องมีการเฝ้าระวังในขณะนี้เหลือเพียง 3 โรงงานเท่านั้น สำหรับสถานประกอบการที่มีการรับพนักงานเพิ่มก็มีหลายแห่ง โดยเฉพาะโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่เคยให้ลูกจ้างหยุดงานหรือเลิกจ้างไป ก็กลับมารับพนักงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเดือนที่แล้วก็มีการรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานในสถานประกอบการกว่า 4,000 คน จากรายงานของทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดนั้น มีความต้องการแรงงานกลับเข้าทำงานตามโรงงานต่างๆ ประมาณ 6,000-7,000 อัตรา ส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานฝ่ายผลิตรายวันของโรงงานประเภทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
เว็บไซต์ข่าวสด (14 มิถุนายน 2552) – นางพรทิพย์ ทองเอี่ยม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด เปิดเผยถึงสถานการณ์การจ้างงานว่า ภายหลังจากที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา ทำให้มีโรงงานปิดตัวลงถึง 5 แห่ง รวมถึงมีการเลิกจ้างคนงานบางส่วน 17 แห่ง ที่ผ่านมาต้องเฝ้าระวังอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ว่าในช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา สถานประกอบการที่มีการเลิกจ้างพนักงานบางส่วนมีการเปิดรับพนักงานกลับเข้ามาทำงานเพิ่มขึ้น โดยที่ทางสถานประกอบการแจ้งว่ามีการสั่งออร์เดอร์สินค้าเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีการรับพนักงานกลับเข้ามาทำงานเพิ่มมากขึ้น ทำให้โรงงานที่ต้องมีการเฝ้าระวังในขณะนี้เหลือเพียง 3 โรงงานเท่านั้น สำหรับสถานประกอบการที่มีการรับพนักงานเพิ่มก็มีหลายแห่ง โดยเฉพาะโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่เคยให้ลูกจ้างหยุดงานหรือเลิกจ้างไป ก็กลับมารับพนักงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเดือนที่แล้วก็มีการรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานในสถานประกอบการกว่า 4,000 คน จากรายงานของทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดนั้น มีความต้องการแรงงานกลับเข้าทำงานตามโรงงานต่างๆ ประมาณ 6,000-7,000 อัตรา ส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานฝ่ายผลิตรายวันของโรงงานประเภทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
แฉแรงงานเด็กต่างด้าว ผิด กม.ในไทยกว่า 3 แสน ซ่อนอยู่ย่านสีลม-ฝั่งธน ปากน้ำ สมุทรสาคร
เว็บไซต์แนวหน้า (14 มิถุนายน 2552) -ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ร่วมกับกระทรวงแรงงาน จัดงาน“วันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก”โดยนายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มแรงงานเด็กลดลง โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศได้ยกให้ไทยเป็นกรณีตัวอย่าง และทำการศึกษาวิจัยแรงงานเด็กนำร่องใน 5 จังหวัด คือ จ.เชียงราย ตาก อุดรธานี สมุทรสาคร สงขลา และปัตตานี โดยพบว่าในปี 2533 มีแรงงานเด็กร้อยละ 5 แต่ภายในเวลา 10 ปี พบว่ามีแรงงานเด็กลดลงเหลือ เหลือไม่ถึงร้อยละ 1 แต่จะมีการลักลอบนำเด็กต่างด้าวเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายแทน
เว็บไซต์แนวหน้า (14 มิถุนายน 2552) -ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ร่วมกับกระทรวงแรงงาน จัดงาน“วันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก”โดยนายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มแรงงานเด็กลดลง โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศได้ยกให้ไทยเป็นกรณีตัวอย่าง และทำการศึกษาวิจัยแรงงานเด็กนำร่องใน 5 จังหวัด คือ จ.เชียงราย ตาก อุดรธานี สมุทรสาคร สงขลา และปัตตานี โดยพบว่าในปี 2533 มีแรงงานเด็กร้อยละ 5 แต่ภายในเวลา 10 ปี พบว่ามีแรงงานเด็กลดลงเหลือ เหลือไม่ถึงร้อยละ 1 แต่จะมีการลักลอบนำเด็กต่างด้าวเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายแทน
ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ที่ไปตรวจสอบสถานประกอบการ 50,000 แห่ง พบ 600 แห่ง ที่ใช้แรงงานเด็กอย่างถูกกฎหมาย มีเพียง 5 แห่ง ที่พบแรงงานเด็กที่ผิดกฎหมาย ซึ่งก็จะมีบทลงโทษทางอาญา สำหรับนายจ้างที่นำแรงงานเด็กมาทำงานอย่างผิดกฎหมาย
นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า กระทรวงแรงงานได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อขจัดแรงงานเด็กที่เลวร้าย มีอำนาจหน้าที่กำหนดแผนนโยบายระดับชาติ สำหรับนโยบายดังกล่าวได้ผ่านการมติของครม.แล้วเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยกำหนดแผน 5 ประการ คือ 1. การป้องกันแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย 2. การช่วยเหลือและคุ้มครองแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย 3. พัฒนาและบังคับใช้กฎหมาย 4. พัฒนาองค์ความรู้ และเสริมสร้างบุคลากร และ 5.พัฒนากลไกในการบริหารจัดการ อย่างไรก็ตาม กสร.จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (พม.) เป็นต้น มาหารือ เพื่อจัดทำแผนแม่บท เพื่อให้สอดคล้องกับที่ ILO ได้ยึดปฎิบัติ ซึ่งคาดว่าในปี 2559 แรงงานเด็กจะหมดไป
ด้าน น.ส.ทัตติยา ลิขิตวงศ์ ผู้ประสานงานโครงการแรงงานเด็ก มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าวว่า สถานการณ์การใช้แรงงานเด็กในประเทศไทยไม่ได้ลดลง เพราะมีการใช้แรงงานเด็กต่างชาติ 3 สัญชาติ ประกอบด้วย ลาว กัมพูชา และพม่า เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่พบว่าเป็นการทำงานตามห้องเช่า ตึกแถว ที่อยู่ตามกรุงเทพฯ อาทิ เขตสีลม เขตธนบุรี เขตพญาไท ต่างจังหวัด อาทิ จ.สมุทรปราการ สมุทรสาคร และชลบุรี เป็นต้น โดยอาชีพที่ทำคือทำประมง ประมงต่อเนื่อง ทำงานที่บ้าน ขายพวงมาลัย ขอทาน เป็นต้น อีกทั้งพบเด็กถูกใช้แรงงานในสถานประกอบการขนาดเล็กที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามจากตัวเลขที่สถานประกอบการที่พาเด็กอายุตั้งแต่ 15-18 ปี มาขออนุญาตทำงานเป็นคนไทยกว่า 300,000 คน ส่วนอีกกว่า 200,000 คน คิดว่าที่ยังไม่มาจดทะเบียน
“ปัญหาที่พบในการใช้แรงงานเด็กคือบางแห่งใช้แรงงานเด็กขาหลีบ เดินไม่ได้ เด็กมีปัญหาในการเข้าสังคม นายจ้างข่มขู่ว่าเป็นเด็กผิดกฎหมาย อีกกลุ่มคือเด็กจะไม่ได้เรียนหนังสือ มีปัญหาในการทำงาน มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร จนตั้งครรภ์ แล้วก็ส่งลูกไปให้ตากับยายเลี้ยง เมื่อเลี้ยงไม่ไหวก็ต้องส่งเด็กเข้ามาทำงานอีก ซึ่งก็จะหมุนเวียนไปไม่สิ้นสุด” น.ส.ทัตติยา กล่าวและว่า ส่วนกรณีปัญหาที่มีเด็กหายจำนวนมากนั้น จากข้อมูลของมูลนิธิกระจกเงาพบว่ามีการนำเด็กโตไปเป็นขอทาน ขายพวงมาลัย ขายทิชชู และเช็ดรถ ส่วนเด็กเล็กนำไปขายที่ประเทศมาเลเซีย เวียดนาม โดยอ้างว่าไปเป็นบุตรบุญธรรม แต่ส่วนใหญ่กลับนำไปใช้งานตามที่ผู้ซื้อต้องการ
นางสุวจี กู๊ด ผู้จัดการโครงการแก้ไขปัญหาแรงงานเด็กในประเทศไทย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ จะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้การใช้แรงงานเด็กกลับมาอีกครั้ง ทั้งจากรูปแบบครอบครัว และการลักพาตัว และรวมตัวกันของเด็กล่อนเร่ ส่วนใหญ่เป็นเด็กไร้สัญชาติ ชาวเขา และเด็กต่างชาติ ซึ่งร้อยละ 8 เป็นแรงงานเด็กทั้งในและนอกระบบ ในงานด้านการเกษตร ประมงต่อเนื่อง และทำงานที่บ้าน เป็นต้น ดังนั้นรัฐบาลควรมีการตรวจสอบที่รัดกุมขึ้น เนื่องจากการตรวจสอบในปัจจุบันยังมีน้อย โดยการกำหนดกลไกที่เชื่อมโยงทั้งการศึกษา วิธีการป้องกันและแก้ไข เพื่อไม่ให้เด็กกลายเป็นแรงงานก่อนวัยอันควร
กลุ่มภาคการผลิต-อีสานยังครองแชมป์ว่างงาน เผย เม.ย.เตะฝุ่นกระฉูด 8.2 แสนคน
เว็บไซต์ข่าวสด (14 มิถุนายน 2552) – นางธนนุช ตรีทิพยบุตร เลขาธิการสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรประจำเดือนเม.ย.52 ว่า สภาพแรงงานในเดือนเม.ย.มีจำนวนผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไปทั้งสิ้น 52.68 ล้านคน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานรวม 38.14 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 37.06 ล้านคน ผู้ว่างงาน 8.2 แสนคน และผู้รอฤดูกาล 2.6 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงานมี 14.54 ล้านคน
เว็บไซต์ข่าวสด (14 มิถุนายน 2552) – นางธนนุช ตรีทิพยบุตร เลขาธิการสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรประจำเดือนเม.ย.52 ว่า สภาพแรงงานในเดือนเม.ย.มีจำนวนผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไปทั้งสิ้น 52.68 ล้านคน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานรวม 38.14 ล้านคน ประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 37.06 ล้านคน ผู้ว่างงาน 8.2 แสนคน และผู้รอฤดูกาล 2.6 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงานมี 14.54 ล้านคน
ส่วนจำนวนของผู้ว่างงานในเดือนเม.ย.มีจำนวน 8.2 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 2.1% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดือนเม.ย.51 มีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 2.7 แสนคน จาก 5.5 แสนคน เป็น 8.2 แสนคน หรืออัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น 0.6% และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดือนมี.ค.52 มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 1.1 แสนคน จาก 7.1 แสนคน เป็น 8.2 แสนคน หรืออัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น 0.2% โดยในจำนวนผู้ว่างงานเป็นผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 6 แสนคน ซึ่งเป็นผู้ว่างงานที่ว่างงานมาจากภาคการผลิตมากที่สุด 2.8 แสนคน ภาคการบริการและการค้า 2.3 แสนคน และภาคเกษตรกรรม 9 หมื่นคน ส่วนผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนมีจำนวน 2.2 แสนคน
หากพิจารณาการว่างงานในแต่ละกลุ่มอายุพบว่า กลุ่มเยาวชนหรือผู้มีอายุระหว่าง 15-24 ปี เป็นกลุ่มที่มีอัตราการว่างงานค่อนข้างสูง 8.1% ส่วนกลุ่มวัยทำงานอายุ 25 ปีขึ้นไป มีอัตราการว่างงาน 1.2% เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงเวลาเดียวกันกับปี"51 กลุ่มเยาวชนมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น 1.8% จาก 6.3% เป็น 8.1% และกลุ่มวัยทำงานมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น 0.5% จาก 0.7% เป็น 1.2%
สำหรับระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานในเดือนเม.ย.52 พบว่า ผู้ที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีอัตราการว่างงานสูงที่สุด คือ 3.5% เป็นผู้ที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา 3.4% ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 2.6% และประถมศึกษา 2.2% ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ผู้ที่มีการศึกษาสูงจะมีอัตราการว่างงานที่ค่อนข้างสูงกว่าผู้ที่มีการศึกษาไม่สูงนัก และเมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงเวลาเดียวกันกับปี"51 พบว่า ในทุกระดับการศึกษามีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
หากพิจารณาการว่างงานเป็นรายภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่มีจำนวนผู้ว่างงานมากที่สุด 3.6 แสนคน รองลงมาเป็นภาคกลาง 1.7 แสนคน ภาคใต้ 1.2 แสนคน ภาคเหนือ 1 แสนคน และกรุงเทพมหานคร 0.7 แสนคน ตามลำดับ หากเปรียบเทียบอัตราการว่างงานกับช่วงเวลาเดียวกันกับปี"51 พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด 1.2% จาก 1.7% เป็น 2.9% รองลงมาเป็นภาคใต้ 0.9% จาก 1.4% เป็น 2.3% ภาคกลาง 0.8% จาก 0.9% เป็น 1.8% ส่วนกรุงเทพมหานครมีอัตราการว่างงานลดลง 0.1% จาก 0.8% เป็น 0.7%
ตั้งเกณฑ์สมาชิกกองทุนเงินออมอายุ 20 ปี
เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (15 มิถุนายน 2552) - คลังสรุปกรอบจัดตั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ เผยคนไทยอายุ 20 ปีขึ้นไปมีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกของกองทุน โดยเงินออมขั้นต่ำจะอยู่ที่ 100 บาท และสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน และรัฐจะสมทบให้สูงสุด 100 บาทต่อเดือนตามอายุผู้ออม ซึ่งผู้ออมตั้งแต่อายุ 20 ปีถึง 60 ปี จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนต่ำสุดที่ 1,700 บาทต่อเดือน
เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (15 มิถุนายน 2552) - คลังสรุปกรอบจัดตั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ เผยคนไทยอายุ 20 ปีขึ้นไปมีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกของกองทุน โดยเงินออมขั้นต่ำจะอยู่ที่ 100 บาท และสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน และรัฐจะสมทบให้สูงสุด 100 บาทต่อเดือนตามอายุผู้ออม ซึ่งผู้ออมตั้งแต่อายุ 20 ปีถึง 60 ปี จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนต่ำสุดที่ 1,700 บาทต่อเดือน
ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังกระทรวงการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้สรุปกรอบกฎหมายการจัดตั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ โดยให้คนไทยทุกคนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุน และได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล จากเดิมมีแนวคิดจะรับเฉพาะแรงงานนอกระบบในระยะแรก และอีก 2 ปีถัดไปจะเป็นแรงงานในระบบ ดังนั้นเพื่อเป็นการเปิดกว้างให้คนไทยทุกคนได้รับสิทธินี้จากรัฐบาล ซึ่งการใช้สิทธินี้จะกระทำโดยสมัครใจ
วัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุนนี้ เพื่อสร้างหลักประกันให้ประชาชนในวัยเกษียณ โดยสมาชิกกองทุนสามารถสมทบเงินเข้ากองทุนขั้นต่ำ 100 บาท สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน ขณะที่อัตราเงินสมทบของรัฐบาล จะปรับขึ้นตามอายุของสมาชิก โดยเริ่มจากอายุ 20-30 ปี รัฐบาลสมทบให้ 50 บาท, อายุมากกว่า 30 ปี ถึง 50 ปี รัฐบาลสมทบให้ 80 บาท และอายุมากกว่า 50 ปี ถึง 60 ปี รัฐสมทบให้ 100 บาท เช่น กรณีสมาชิกเริ่มออมเมื่ออายุ 20 ปี รัฐจะสมทบให้ 50 บาท แต่เมื่อสมาชิกอายุ 45 ปี รัฐจะเพิ่มเงินสมทบเป็น 80 บาท เป็นต้น
ส่วนผลตอบแทนเมื่อเกษียณอายุ ซึ่งกำหนดไว้ที่ 60 ปี สมาชิกจะได้รับเงินบำนาญรายเดือน มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเงินออมที่สะสม และระยะเวลาที่ออม ในกรณีที่ออมเดือนละ 100 บาท ตั้งแต่อายุ 20 ปีจนถึง 60 ปี สมาชิกจะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 1,700 บาท บวกเบี้ยยังชีพคนชราจากรัฐบาลอีกคนละ 500 บาท รวม 2,200 บาท
เขาเชื่อว่ากองทุนนี้ จะดึงดูดให้คนจน และคนที่อยู่นอกระบบเข้ามาออมเงิน โดยรัฐต้องใช้งบประมาณ 1-2 หมื่นล้านบาทต่อปี เพื่อสมทบเข้ากองทุนนี้ แต่สิ่งที่ได้มาคือ จะทำให้คนไทยทุกคนที่อยู่ในวัยแรงงาน มีหลักประกันเพียงพอต่อการยังชีพ ส่วนการบริหารจัดการกองทุน จะจัดตั้งสำนักงานขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า มีแผนจะเสนอร่างกฎหมายจัดตั้งกองทุนนี้ให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบภายใน 1-2 เดือนนี้ หลังจากที่คณะอนุกรรมการผลักดันการออมเพื่อวัยเกษียณแห่งชาติ ได้สรุปแนวทางของการจัดตั้งกองทุนนี้ โดยแนวคิดการจัดตั้งกองทุนได้ผ่านความเห็นชอบเบื้องต้นจากนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว
รายงานข่าว ระบุด้วยว่า ระหว่างนี้ สศค. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ต้องเร่งดำเนินการร่างกฎหมาย และต้องทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ถึงความสำคัญของการออมรูปแบบนี้ให้แรงงาน ทั้งในระบบและนอกระบบเข้าใจ
ทั้งนี้การจัดให้มีการออมลักษณะนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 84 (4) ที่ระบุว่า รัฐต้องจัดให้มีการออมเพื่อการดำรงชีพสำหรับในวัยชราแก่ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างทั่วถึง
ปัจจุบันประเทศไทย มีกองทุนเพื่อการชราภาพ 4 กองทุน ได้แก่ กองทุนประกันสังคม มีขนาดกองทุน 5.67 แสนล้านบาท มีผู้ประกันตน 9.3 ล้านราย กองทุนบำเหน็จบำนาญมีขนาดกองทุน 3.92 แสนล้านบาท มีสมาชิก 1.2 ล้านคน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีขนาดกองทุน 4.65 แสนล้านบาท มีสมาชิก 2 แสนราย และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพมีขนาดกองทุน 3.95 หมื่นล้านบาท มี 80 กองทุน
"ทีทีอาร์" จี้นานาชาติคุ้มครองแรงงานไทย
เว็บไซต์ไทยรัฐ (15 มิถุนายน 2552) - นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากกระทรวงแรงงานให้เร่งเจรจากับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรป (อียู) และกลุ่มประเทศนอร์ดิกส์ (นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก และฟินแลนด์) เพราะต้องการแรงงานไทยมาก โดยอียูต้องการหลายหมื่นคนเพื่อเป็น "แนนนี่" คนดูแลเด็กและคนชรา ขณะที่นอร์ดิกส์ต้องการเกือบ 5,000 คน เพื่อเก็บลูกเบอร์รี่ และยังเสนอเงื่อนไขยกเว้นภาษีให้แรงงานไทยด้วย หากเจรจากับภาครัฐของอียูและนอร์ดิกส์ให้มีข้อตกลงแบบรัฐต่อรัฐ ก็จะคุ้มครองแรงงานไทยได้ ส่วนการเดินทางไปบาห์เรนเร็วๆ นี้ จะให้ช่วยซื้อสินค้าไทย และกระจายสินค้าไทย ไปประเทศอื่นในตะวันออกกลางมากขึ้น ทั้งข้าว วัสดุก่อสร้าง และการออกแบบ
เว็บไซต์ไทยรัฐ (15 มิถุนายน 2552) - นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากกระทรวงแรงงานให้เร่งเจรจากับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรป (อียู) และกลุ่มประเทศนอร์ดิกส์ (นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก และฟินแลนด์) เพราะต้องการแรงงานไทยมาก โดยอียูต้องการหลายหมื่นคนเพื่อเป็น "แนนนี่" คนดูแลเด็กและคนชรา ขณะที่นอร์ดิกส์ต้องการเกือบ 5,000 คน เพื่อเก็บลูกเบอร์รี่ และยังเสนอเงื่อนไขยกเว้นภาษีให้แรงงานไทยด้วย หากเจรจากับภาครัฐของอียูและนอร์ดิกส์ให้มีข้อตกลงแบบรัฐต่อรัฐ ก็จะคุ้มครองแรงงานไทยได้ ส่วนการเดินทางไปบาห์เรนเร็วๆ นี้ จะให้ช่วยซื้อสินค้าไทย และกระจายสินค้าไทย ไปประเทศอื่นในตะวันออกกลางมากขึ้น ทั้งข้าว วัสดุก่อสร้าง และการออกแบบ
"แนวทางที่ต้องหารือคือ เน้นสวัสดิการที่แรงงานไทยควรได้รับ ค่าจ้างที่เหมาะสม ใบอนุญาตการทำงานที่ถูกต้อง การเปิดบัญชีเพื่อให้โอนเงินกลับประเทศได้ ซึ่งทีทีอาร์กำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางการเจรจาให้ครอบคลุมมากที่สุด"
ทั้งนี้ ทีทีอาร์ทั้ง 3 คน จะดูแลพื้นที่ต่างกันไป โดยตนดูแลสหรัฐฯ ยุโรป และจีน นายวัชระ พรรณเชษฐ์ดูแลละตินอเมริกาและญี่ปุ่น ส่วนนายสุทัศน์ เศรษฐบุญสร้าง ดูแลอาเซียน
จับคนไทยขนแรงงานเถื่อน
สยามรัฐ (15 มิถุนายน 2552) - เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.52 พ.ต.ท.พันธศักย์ พันธุ์เพ็ง สว.ด่าน ตม.นครพนมพร้อมด้วย ร.ต.อ.หญิง เลิศศิริ สงวนทรัพย์ รอง สว.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดขบวนการนำพาแรงงานต่างด้าว บริเวณริมถนนนิตโย ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม พบรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน นข-3481 อุดรธานี มีลักษณะต้องสงสัยขับผ่านมา จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติลาวรวม 12 คน จึงควบคุมตัวนายสุริยา ฤทธิ์ อายุ 46 ปี นายวงค์ไชย วันปรีดา อายุ 54 ปี และนายไสว ภาวงศ์อายุ 44 ปี ซึ่งเดินทางมาด้วยกันมาสอบสวน เบื้องต้นรับสารภาพ กำลังนำแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ไปส่งให้โรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเก็บเงินหัวละ 500 บาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
สยามรัฐ (15 มิถุนายน 2552) - เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.52 พ.ต.ท.พันธศักย์ พันธุ์เพ็ง สว.ด่าน ตม.นครพนมพร้อมด้วย ร.ต.อ.หญิง เลิศศิริ สงวนทรัพย์ รอง สว.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดขบวนการนำพาแรงงานต่างด้าว บริเวณริมถนนนิตโย ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม พบรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน นข-3481 อุดรธานี มีลักษณะต้องสงสัยขับผ่านมา จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติลาวรวม 12 คน จึงควบคุมตัวนายสุริยา ฤทธิ์ อายุ 46 ปี นายวงค์ไชย วันปรีดา อายุ 54 ปี และนายไสว ภาวงศ์อายุ 44 ปี ซึ่งเดินทางมาด้วยกันมาสอบสวน เบื้องต้นรับสารภาพ กำลังนำแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ไปส่งให้โรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเก็บเงินหัวละ 500 บาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
จัดฝึกวิชาชีพให้เกษตรกรรองรับตกงาน
ไทยโพสต์(15 มิถุนายน 2552) -นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาฝีมือแรงงานให้เกษตรกร เพื่อให้มีทักษะในการประกอบอาชีพการเกษตร โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ควบคู่กันด้วย
ไทยโพสต์(15 มิถุนายน 2552) -นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาฝีมือแรงงานให้เกษตรกร เพื่อให้มีทักษะในการประกอบอาชีพการเกษตร โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ควบคู่กันด้วย
"เนื่องจากปัจจุบันเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ ทำให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทยลดกำลังการผลิต หรือปิดกิจการทำให้เกิดปัญหาว่างงาน ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่จะกลับสู่บ้านเกิดอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีการเตรียมงานภาคเกษตรไว้รองรับแรงงานดังกล่าว ปัญหาการว่างงานอาจจะส่งผลกระทบต่อสังคมและความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาและพัฒนาภาคเกษตรร่วมกัน กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงร่วมกันทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาและฝึกทักษะวิชาชีพแก่เกษตรกร" นายอรรถกล่าว
นายอรรถกล่าวด้วยว่า ข้อตกลงดังกล่าวว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรมวิชาชีพให้แก่เกษตรกร รวมทั้งมาตรการต่างๆ ในการส่งเสริมทั้งในด้านหลักสูตร วิทยากร รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์ในการฝึกและสถานที่ฝึกร่วมกัน พร้อมทั้งร่วมมือประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง
"การส่งเสริมอาชีพและฝึกทักษะการเกษตรในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นการเสริมสร้างความรู้แก่ผู้ที่ว่างงาน เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชนอย่างยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง" นายอรรถกล่าว
คนหางานได้เฮ 'อียู-นอร์ดิก' รับอีกหมื่นตำแหน่ง
เว็บไซต์ไทยรัฐ (15 มิถุนายน 2552) - วานนี้(14 มิ.ย.)นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) เปิดเผยว่า ทีทีอาร์ได้รับการประสานจากกระทรวงแรงงาน เพื่อให้เร่งเจรจากับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกลุ่มสหภาพยุโรป หรืออียู และกลุ่มประเทศนอร์ดิกส์ (นอร์เวย์, สวีเดน, เดนมาร์ค และฟินส์แลนด์) หลังจากพบว่าประเทศเหล่านี้กำลังต้องการแรงงาน เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานไทยที่กลุ่มอียูต้องการแรงงานหลายหมื่นคน เพื่อทำหน้าที่เป็น "แนนนี่" คือดูแลเด็ก คนชรา พยาบาล ให้กับชาวอียู ขณะที่ในกลุ่มนอร์ดิกส์ ต้องการแรงงานไทย กว่า 4,000-5,000 อัตราให้เข้าไปเก็บลูกเบอร์รี่ ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ใช้ลูกเบอรี่เป็นวัตถุดิบ ทั้งนี้ทั้งอียูและกลุ่มนอร์ดิสก์ เห็นว่าแรงงานไทยสามารถทำงานได้ดี ขยัน ไม่บิดพลิ้ว และสามารถไว้ใจได้ จึงทำให้เป็นที่ต้องการอย่างมาก และที่สำคัญในกลุ่มนอร์ดิกส์ ได้เสนอเงื่อนไขเรื่องการยกเว้นภาษีให้กับแรงงานไทยด้วย ซึ่งกระทรวงแรงงานเห็นว่าเป็นช่องทางที่ดีที่จะช่วยเหลือแรงงานไทยโดยเฉพาะ ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน ดังนั้นหากสามารถเจรจากับภาครัฐของกลุ่มอียูและกลุ่มนอร์ดิกส์ เพื่อให้มีข้อตกลงแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ก็จะคุ้มครองแรงงานไทยได้
เว็บไซต์ไทยรัฐ (15 มิถุนายน 2552) - วานนี้(14 มิ.ย.)นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) เปิดเผยว่า ทีทีอาร์ได้รับการประสานจากกระทรวงแรงงาน เพื่อให้เร่งเจรจากับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกลุ่มสหภาพยุโรป หรืออียู และกลุ่มประเทศนอร์ดิกส์ (นอร์เวย์, สวีเดน, เดนมาร์ค และฟินส์แลนด์) หลังจากพบว่าประเทศเหล่านี้กำลังต้องการแรงงาน เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานไทยที่กลุ่มอียูต้องการแรงงานหลายหมื่นคน เพื่อทำหน้าที่เป็น "แนนนี่" คือดูแลเด็ก คนชรา พยาบาล ให้กับชาวอียู ขณะที่ในกลุ่มนอร์ดิกส์ ต้องการแรงงานไทย กว่า 4,000-5,000 อัตราให้เข้าไปเก็บลูกเบอร์รี่ ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ใช้ลูกเบอรี่เป็นวัตถุดิบ ทั้งนี้ทั้งอียูและกลุ่มนอร์ดิสก์ เห็นว่าแรงงานไทยสามารถทำงานได้ดี ขยัน ไม่บิดพลิ้ว และสามารถไว้ใจได้ จึงทำให้เป็นที่ต้องการอย่างมาก และที่สำคัญในกลุ่มนอร์ดิกส์ ได้เสนอเงื่อนไขเรื่องการยกเว้นภาษีให้กับแรงงานไทยด้วย ซึ่งกระทรวงแรงงานเห็นว่าเป็นช่องทางที่ดีที่จะช่วยเหลือแรงงานไทยโดยเฉพาะ ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน ดังนั้นหากสามารถเจรจากับภาครัฐของกลุ่มอียูและกลุ่มนอร์ดิกส์ เพื่อให้มีข้อตกลงแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ก็จะคุ้มครองแรงงานไทยได้
นายเกียรติ กล่าวด้วยว่า ทีทีอาร์ได้ปรับแนวทางการทำงานใหม่แตกต่างจากทีทีอาร์ที่เคยมีในอดีต โดยเน้นความร่วมมือกันมากขึ้น ไม่ใช่ต่างคนต่างทำตามกลุ่มประเทศที่ได้รับมอบหมายเหมือนที่ผ่านมาอีก แต่เน้นความสามารถเฉพาะตัวของทีทีอาร์แต่ละคน โดยตนเองจะดูแลในกลุ่มสหรัฐฯ ยุโรปและจีน ส่วนายวัชระ พรรณเชษฐ์ จะดูแลกลุ่มลาตินและญี่ปุ่น ขณะที่นายสุทัศน์ เศรษฐบุญสร้าง ดูแลอาเซียน แต่การทำงานจะสอดประสานรองรับซึ่งกันและกัน ไม่ได้ดูแลแบบตายตัว ส่วนในตลาดอื่นที่ต้องการเจาะตลาดเป็นพิเศษจะใช้ทีทีอาร์เพียงคนเดียวเพื่อ ให้ต่อเนื่องจนเกิดผลสำเร็จ และไม่ได้ทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ทั้งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ แต่เป็นการทำงานแบบประสานงานช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้การเจรจาการค้า การลงทุน รวมถึงข้อตกลงทุกด้าน สัมฤทธิ์ผล
ตุ๋นแรงงานอีสานโกยพันล้าน
เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ (15 มิถุนายน 2552) -ตำรวจแฉธุรกิจจัดหางานเถื่อนในอุดรธานีพุ่งสวนกระแส มีเงินหมุนเวียนพันล้านบาท พ.ต.ท.เทิดศักดิ์ บุญโชติ พนักงาน สอบสวนสภ.เมือง จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ใน จ.อุดรธานี มีบริษัทจัดหางานเถื่อนหลอกลวงคนงานไปทำงานในต่างประเทศจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย รองลงมาคือ ขอนแก่น บุรีรัมย์ และนครราชสีมา โดยธุรกิจจัดหางานเถื่อนนี้มีเงินหมุนเวียนสูงถึงปีละ 1,000 ล้านบาท
เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ (15 มิถุนายน 2552) -ตำรวจแฉธุรกิจจัดหางานเถื่อนในอุดรธานีพุ่งสวนกระแส มีเงินหมุนเวียนพันล้านบาท พ.ต.ท.เทิดศักดิ์ บุญโชติ พนักงาน สอบสวนสภ.เมือง จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ใน จ.อุดรธานี มีบริษัทจัดหางานเถื่อนหลอกลวงคนงานไปทำงานในต่างประเทศจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย รองลงมาคือ ขอนแก่น บุรีรัมย์ และนครราชสีมา โดยธุรกิจจัดหางานเถื่อนนี้มีเงินหมุนเวียนสูงถึงปีละ 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังพบว่าช่วงที่ผ่านมา คนงานที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศใน จ.อุดรธานี ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ได้ส่งเงินกลับมายังประเทศไทยผ่านทางธนาคารในจังหวัดประมาณ 4,000 ล้านต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นวงเงินที่สูงมาก
พ.ต.ท.เทิดศักดิ์ กล่าวว่า ขบวนการบริษัทจัดหางานเถื่อนจะปฏิบัติ การแบบครบวงจรมากขึ้นทุกที โดยจะมีการจัดหาแหล่งเงินกู้นอกระบบให้แรงงานกู้ โดยให้นำไร่นามาจำนอง เพื่อหาเงินหลักแสนบาทเป็น ค่าใช้จ่ายตามที่บริษัทเรียกเก็บ แต่หลังจากมีเหยื่อหลงเชื่อก็จะมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาเงินกู้ให้มีจำนวนเงินมากขึ้นในภายหลัง
“ขณะนี้มีแรงงานที่ถูกหลอก ในลักษณะนี้ไม่สามารถไปฟ้องร้องกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อเอาผิดตามกฎหมายได้ ถือเป็นเรื่องเคราะห์ร้ายที่ซ้ำเติมแรงงานที่ถูกหลอก เพราะต่างประเทศก็ไม่ได้ไป แต่ต้องมีหนี้จำนวนมาก” พ.ต.ท.เทิดศักดิ์ กล่าว
ด้านแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ไม่สามารถกวาดล้างขบวนการจัดหางานเถื่อนได้ เพราะที่ผ่านมามี เจ้าหน้าที่ระดับสูง ระดับอธิบดี รองอธิบดี รวมถึงเจ้าหน้าที่ในหน่วยราชการบางหน่วยเข้ามาเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล โดยได้ร่วมมือกับนายจ้างหลอกลวงแรงงานแล้วแบ่งประโยชน์กัน เช่น การเปิดฝึกอบรมล่วงหน้าให้กับแรงงานก่อน
พล.ต.ต.ขจร สัยวัตร์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา กล่าวว่า นับวันปัญหาการหลอกลวงคนงานจะยิ่งรุนแรง จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ที่ผ่านมากมธ. ได้แก้ปัญหาไป 3 เรื่องใหญ่จนนำไปสู่การฟ้องร้องบริษัทจัดหางานเถื่อนที่ จ.อุดรธานี ไป 2 บริษัท
นอกจากนี้ การดำเนินการติดตามเรื่องกรณีนายหน้าจัดหางานหลอกคนงานไปทำงานที่ประเทศลิเบีย และไม่ได้รับค่าจ้างตามสัญญา รวมทั้งกรณี 16 บริษัท หลอกลวงแรงงานไปทำงานที่ประเทศแคนาดา ก็เป็นเรื่องที่กมธ. จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
พล.ต.ต.ขจร กล่าวอีกว่า กมธ.ได้เตรียมเสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีตัวแทนจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาทำหน้าที่กวาดล้างขบวนการค้าแรงงานเถื่อนเหล่านี้ด้วย
กองทุนกพร.ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำหนุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
เว็บไซต์มติชน (15 มิถุนายน 2552) - นายนคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีเงินสมทบในกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานจำนวน 377.6 ล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินก้อนนี้ใช้หมุนเวียนให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนากำลังแรงงาน และสถานประกอบกิจการให้มีผลิตผลแรงงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เศรษฐกิจชะลอตัวประเทศทั่วโลก ทำให้องค์กรต่างๆ ตื่นตัวกับการพัฒนาศักยภาพแรงงานของตนทั้งสิ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการผลิตรองรับเศรษฐกิจขาขึ้น เป็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนสามารถช่วยให้บริษัทลดต้นทุนการแข่งขันได้ และยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกจ้างอีกทางด้วย
เว็บไซต์มติชน (15 มิถุนายน 2552) - นายนคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีเงินสมทบในกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานจำนวน 377.6 ล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินก้อนนี้ใช้หมุนเวียนให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนากำลังแรงงาน และสถานประกอบกิจการให้มีผลิตผลแรงงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เศรษฐกิจชะลอตัวประเทศทั่วโลก ทำให้องค์กรต่างๆ ตื่นตัวกับการพัฒนาศักยภาพแรงงานของตนทั้งสิ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการผลิตรองรับเศรษฐกิจขาขึ้น เป็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนสามารถช่วยให้บริษัทลดต้นทุนการแข่งขันได้ และยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกจ้างอีกทางด้วย
อธิบดี กพร.กล่าวว่า กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานนี้ เปิดโอกาสสำหรับอนุมัติเงินกู้ใน 4 กลุ่ม คือ 1.ผู้รับการฝึก มีรายได้ไม่เกินเดือนละ 1.5 หมื่นบาท 2.สถานประกอบกิจการ 3.ผู้ดำเนินการฝึก เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 4.ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงาน หรือ ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ คือ 1% ต่อปีสำหรับแรงงาน และ 3% สำหรับสถานประกอบกิจการ ฯลฯ โดยจะพิจารณาคำขอจากหลักสูตรการฝึกอบรมที่อยู่ในสาขาอาชีพขาดแคลน หรือ ใน 7 สาขาอาชีพที่กระทรวงแรงงานส่งเสริมให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงาน ประกอบด้วยช่างก่อสร้าง ช่างอุตสาหการ ช่างเครื่องกล ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ ช่างอุตสาหกรรมศิลป์ เกษตรอุตสาหกรรม และสาขาบริการ ซึ่งในเขตกรุงเทพฯ จะมีคณะกรรมการพิจารณาเงินกู้ยืมเขต ส่วนภูมิภาคจะมีคณะกรรมการพิจารณาเงินกู้ยืมสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค หรือ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด สำหรับเพดานการกู้ของแรงงานคือ 4.2 หมื่นบาทต่อหลักสูตรฝึกอบรมไม่ต่ำกว่า 9 เดือน หรือ ขั้นต่ำเดือนละ 3,000 บาท ทั้งนี้ ในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ กพร.ร่วมกับสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครจัดสัมมนา รับฟังหลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอนการให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ที่โรงแรมอมารี เอเทรียม ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ
แรงงานเถื่อนทะลักเข้าไทยอีก ล๊อตนี้เป็นพม่า-ลาวกว่า 169 ราย
พิมพ์ไทย (15 มิถุนายน 2552) - แรงงานเถื่อนทะลักเข้าไทยไม่หยุดหย่อน จับได้อีก 169 ราย ล๊อตนี้เป็น พม่า - ลาว เผยเสียค่าหัว รายละไม่ต่ำกว่า 2,500 บาท คาดว่า จะมีแรงงานต่างด้าวทะลักเข้ามามากเป็นพิเศษ หลัง กระทรวงแรงงาน เปิดให้ทำใบอนุญาตทำงานรอบใหม่
พิมพ์ไทย (15 มิถุนายน 2552) - แรงงานเถื่อนทะลักเข้าไทยไม่หยุดหย่อน จับได้อีก 169 ราย ล๊อตนี้เป็น พม่า - ลาว เผยเสียค่าหัว รายละไม่ต่ำกว่า 2,500 บาท คาดว่า จะมีแรงงานต่างด้าวทะลักเข้ามามากเป็นพิเศษ หลัง กระทรวงแรงงาน เปิดให้ทำใบอนุญาตทำงานรอบใหม่
พ.ต.อ.มานัด ศรีวงษา ผกก.2 ศสส.สตม.พร้อมด้วยพ.ต.ท.ฑิฆัมพร ศรีสังข์ รอง ผกก.2 ศสส. พ.ต.ท.ประสาธน์เขมะประสิทธิ์ รอง ผกก.2 ศสส. พ.ต.ต.ทวีป ช่างต่อ สว.กก.2 และร.ต.อ.ถิรภัทร จิรศรีสกุล รองสว.นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.2 ศสส.สตม.ร่วมกับ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานสืบสวนภูธร จ.นนทบุรีปิดล้อมตรวจค้นภายในสวนเกษตรนนทบุรี หมู่ 8 ถ.ฤชุพันธ์ต.ราษฎร์นิยม อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี
หลังรับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า ภายในสวนดังกล่าวมีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาพักอาศัยจำนวนมาก ตรวจค้นพบแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติกัมพูชา รวมทั้งสิ้น 93 ราย จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อยดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ กก.2 ศสส.สตม.เข้าตรวจค้นภายในเอนกอพาร์ตเม้นท์ และบ้านพักเลขที่ 36/4 ,22/1 ,22/8 ,175 หมู่ 1 ซอยคานเรือ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี พบ แรงงานต้างด้าวหลบหนีเข้าเมืองซุกซ่อนอยู่รวมทั้งสิ้น 76 ราย แบ่งเป็นสัญชาติกัมพูชา 63 ราย และสัญชาติลาว 13 ราย จึงควบคุมตัวทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง
สอบสวนนายแพน (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ให้การว่า ตัวเองและแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ลักลอบเข้ามาประเทศไทย ผ่านทาง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว โดยมี นายหน้าคนไทยขับรถบรรทุก และ รถกระบะมารอรับ จากนั้นได้นำแรงงานทั้งหมด มาส่งที่สวนเกษตรดังกล่าว เพื่อรอส่งไปทำงานกับนายจ้าง โดยแรงงานทั้งหมดจะต้องเสียเงินค่าเดินทางรายละ 2,000-2,500 บาท
ด้าน พ.ต.อ.มานัด กล่าวว่า การระดมกวาดล้างแรงงานเถื่อนในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.มีคำสั่งด่วนที่สุด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสังกัด เร่งระดมกวาดล้างปราบปราม แรงงานต่างด้าวนายจ้าง ผู้ประกอบการ ผู้นำพา และผู้ให้ที่พักพิง เนื่องจากในช่วงวันที่ 1-30 ก.ค. 52 กระทรวงแรงงาน จะเปิดให้นายจ้างนำแรงงานต้างด้าว มาทำบัตรอนุญาตทำงานรอบใหม่ทำให้ คาดว่า จะมีแรงงานต่างด้าวทะลักเข้ามามากเป็นพิเศษเจ้าหน้าที่จึงวางแผนกระทั่งสามารถจับกุมได้
"มูลนิธิเพื่อนหญิง"ออกโรงตำหนิรัฐบาล ดูแลหญิงถูกเลิกจ้างไม่จริงจัง ส่งผลทำให้สาวขายตัวมากขึ้น
พิมพ์ไทย (15 มิถุนายน 2552) -เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุมสำนักกลางนักเรียนคริสเตียน พญาไท กรุงเทพฯ มูลนิธิผู้หญิงและเครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพจัดเสวนาเรื่อง"กรณีหญิงอุ้มท้องวิ่งราวร้านทองกับทางเลือกของเพศแม่ในยุควิกฤตเศรษฐกิจ" โดย นางศิริพร สะโครบาเน็ค ประธานมูลนิธิผู้หญิง กล่าวว่าจากกรณีของน้องน้ำ หญิงสาวตั้งท้องที่วิ่งราวสร้อยจากร้านทองใน จ.พระนครศรีอยุธยา นั้น เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น ผู้หญิงจะตกอยู่ในความลำบากเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างทางสังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงชายนั้น เมื่อเกิดปัญหาขึ้นผู้หญิงจะต้องแบกรับภาระทั้งหมดของครอบครัวไว้เอง โดยที่ผู้ชายซึ่งเป็นสามีสามารถแยกออกไปจากชีวิตได้
พิมพ์ไทย (15 มิถุนายน 2552) -เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุมสำนักกลางนักเรียนคริสเตียน พญาไท กรุงเทพฯ มูลนิธิผู้หญิงและเครือข่ายผู้หญิงเพื่อความก้าวหน้าและสันติภาพจัดเสวนาเรื่อง"กรณีหญิงอุ้มท้องวิ่งราวร้านทองกับทางเลือกของเพศแม่ในยุควิกฤตเศรษฐกิจ" โดย นางศิริพร สะโครบาเน็ค ประธานมูลนิธิผู้หญิง กล่าวว่าจากกรณีของน้องน้ำ หญิงสาวตั้งท้องที่วิ่งราวสร้อยจากร้านทองใน จ.พระนครศรีอยุธยา นั้น เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น ผู้หญิงจะตกอยู่ในความลำบากเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างทางสังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงชายนั้น เมื่อเกิดปัญหาขึ้นผู้หญิงจะต้องแบกรับภาระทั้งหมดของครอบครัวไว้เอง โดยที่ผู้ชายซึ่งเป็นสามีสามารถแยกออกไปจากชีวิตได้
ทั้งนี้ ทางออกของผู้หญิงที่ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจนั้น จะเห็นได้ว่ามีอยู่ไม่กี่ทาง ทางหนึ่งคือ การเข้าสู่ภาคของการขายบริการทางเพศ การย้ายถิ่นข้ามชาติ จนถึงการเลือกที่จะใช้ชีวิตคู่กับชาวต่างชาติ ซึ่งทางเลือกดังกล่าวนี้ยังเป็นวงจรที่เสี่ยงกับการตกอยู่กับการกระทำ การค้ามนุษย์การแต่งงานกับคนต่างชาติก็ใช่ว่าจะรับประกันได้ว่าเขาจะดูแลเป็นอย่างดี เพราะต่างฝ่ายต่างก็จ้องหาประโยชน์ซึ่งกันและกับ
นางศิริพร กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นสามารถสะท้อนได้ว่าสังคมไทย ผู้บริหารประเทศ ผู้เกี่ยวข้องกำลังทำอะไรกันอยู่ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ยังเปิดเชิงรุกที่ไม่เพียงพอในการให้ความช่วยเหลือ ทำให้ผู้หญิงที่ประสบปัญหาถูกเลือกปฏิบัติในทางที่ไม่ถูกต้อง จึงต้องมีการปฏิบัติการในเชิงรุกที่มากขึ้น ให้ผู้ประสบปัญหารู้ว่ามีหน่วยงานไหนที่สามารถให้การช่วยเหลือ ป้องกัน และเป็นที่ปรึกษาเพื่อไม่ให้มีการกระทำผิดทางกฎหมาย
"สังคมไทยยังไม่มีมาตรการที่เหมาะสม กับการเป็นสังคมเอื้ออาทรในการดูแลคนเหล่านี้ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นชี้วัดได้ว่าไทยยังไม่เห็นความสำคัญเรื่องความเสมอภาคอย่างแท้จริง" ปธ.มูลนิธิผู้หญิง กล่าว
น.ส.วาสนา ลำดี ผู้ประสานงานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า สิ่งที่ผู้หญิงได้รับจากวิกฤตเศรษฐกิจแบ่งได้เป็นหลายประเด็นทั้งผลกระทบต่อการขายแรงงาน และเมื่อออกจากภาคงานแรงงานจะได้รับผลกระทบอย่างไร ซึ่งประเด็นทั้งหมดนี้ก็ตกอยู่กับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่เมื่อมีภาระมากขึ้นผู้หญิงพยายามพูดคุยกับสามี แต่กลับไม่เข้าใจกันจนนำไปสู่การทะเลาะวิวาท สามีเบื่อปัญหาหนีไปดื่มเหล้าเพราะไม่อยากรับรู้เรื่องราว ซึ่งปัญหาเรื่องการตกงานทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็มีสัดส่วนที่เท่ากัน แต่หากมองดูในครอบครัวเดียวกันแล้วเมื่อตกงานทั้งคู่กลับเป็นผู้หญิงที่จะ
โดนสามีชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และถูกข่มขืนมากขึ้นมีผู้หญิงหลายคนตั้งท้องและต้องไปทำแท้ง เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีเงินมาใช้จ่ายภายในครอบครัวหรือไม่ ซึ่งตรงนี้เป็นวิกฤตที่มีเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 อีกทั้งยอดของผู้หญิงที่ฆ่าตัวตายในระยะหลังๆ มานี้ก็มีมากขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ วิกฤตเศรษฐกิจยังกระทบไปถึงเพื่อนบ้าน โดยจะเห็นว่า ผู้หญิงลาว เขมร จะหนีเข้ามาเป็นแรงงานในไทยมากขึ้น ผู้หญิงพม่ามีการค้าบริการทางเพศมากขึ้น โดยเป้าหมายอยู่ที่ประเทศไทยและจีน ทั้งนี้ ผู้หญิงอิสลามในภาคใต้ ที่ตามความจริงต้องอยู่บ้านเพื่อเลี้ยงลูก แต่ก็ต้องตัดสินใจออกมาทำงานนอกบ้านมากขึ้น
น.ส.วาสนา กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นการเลิกจ้างแรงงานหญิงนั้น รัฐต้องเข้ามาดูแลต่อด้วย ไม่ใช่ว่าเมื่อถูกนายจ้างเลิกจ้างแล้วก็ปล่อยเลยตามเลย การจ้างงานมีการเลือกปฏิบัติมากขึ้นสำหรับผู้หญิงซึ่งกระบวนการแรงงานนั้นก็ได้มีข้อเสนอมาโดยตลอดสำหรับการเลิกจ้างผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ซึ่งเห็นว่าไม่ถูกต้องเพราะผู้หญิงเหล่านั้นต่างก็มีภาระหนักในการดูแลครอบครัว รัฐต้องเข้ามาดูแลและตรวจสอบนายจ้างว่ามีการเลิกจ้างจากวิกฤตเศรษฐกิจจริงหรือไม่ หรือเลิกจ้างเพราะเห็นว่าผู้หญิงตั้งครรภ์เป็นภาระ ต้องควบคุมการเลิกจ้างให้เป็นธรรมกว่านี้
"การที่รัฐตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจนั้นเห็นว่ายังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ยังไม่เห็นถึงผลกระทบอย่างจริงจัง ต้องมีการนำนักวิชาการที่มีความรู้ นำตัวแทนภาคแรงงาน องค์กรภาคประชาชน มาร่วมกันแก้ปัญหาให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะบางครั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ ไม่มีสิทธิในการออกเสียงใดๆ"
ด้านนางเสาวณีย์ โขมพัตร ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสวัสดิภาพหญิงและเด็ก กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า สิ่งที่ผู้หญิง หรือแรงงานทั่วไปได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจนั้น ต้องมีการทำงานเชิงรุกในมิติของหน่วยงานท้องถิ่น อปท.เข้าให้คำแนะนำ เพราะ อปท.มีความใกล้ชิดกับประชาชน และต้องเพิ่มบทบาทในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหา ซึ่งตอนนี้ทุกภาคส่วนก็เร่งดำเนินการมาโดยตลอด อย่างในทุกจังหวัด จะมีบ้านพักฉุกเฉิน สำหรับครอบครัว และประชาชนที่ประสบปัญหาที่จะคอยช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในขั้นต้น ซึ่งหากต้องการจะประกอบอาชีพ ก็จะมีนักสหวิชาชีพเข้ามาให้ความรู้ ให้ความช่วยเหลือต่อไป
ดึงแบงก์ปล่อยกู้ต้นกล้าอาชีพมั่นใจเฟสแรกคนแห่สมัครล้น
เว็บไซต์ไทยรัฐ (15 มิถุนายน 2552) - นายกนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการดำเนินโครงการต้นกล้าอาชีพ เปิดเผยว่า โครงการต้นกล้าอาชีพอยู่ระหว่างประสานงานกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้งธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานมหกรรมต้นกล้าอาชีพเพื่อส่งเสริมให้แรงงานที่ได้รับการฝึกอบรมจากโครงการต้นกล้าอาชีพ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนพร้อมแนะนำแนวทางการเขียนโครงการเพื่อขอรับสินเชื่อได้อย่างถูกต้องในการประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจขนาดเล็กที่ภูมิลำเนาของตนเอง
เว็บไซต์ไทยรัฐ (15 มิถุนายน 2552) - นายกนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการดำเนินโครงการต้นกล้าอาชีพ เปิดเผยว่า โครงการต้นกล้าอาชีพอยู่ระหว่างประสานงานกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้งธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานมหกรรมต้นกล้าอาชีพเพื่อส่งเสริมให้แรงงานที่ได้รับการฝึกอบรมจากโครงการต้นกล้าอาชีพ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนพร้อมแนะนำแนวทางการเขียนโครงการเพื่อขอรับสินเชื่อได้อย่างถูกต้องในการประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจขนาดเล็กที่ภูมิลำเนาของตนเอง
"ยอมรับว่า จำนวนผู้ที่จบการอบรมในโครงการต้นกล้าอาชีพ ในเดือนเม.ย.-พ.ค.55,000 คน มีแรงงานที่ต้องการกลับภูมิลำเนา 30% หรือ 15,850 คน ซึ่งจะส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามว่าแรงงานเหล่านี้สามารถประกอบอาชีพของตนเองและมีงานทำตามเป้าหมายของรัฐบาลเพียงใด เพราะแรงงานเหล่านี้มีทักษะและมีส่วนช่วยปรับโครงการต้นกล้าอาชีพ ระยะที่ 1 ที่ได้รับงบประมาณ 6,900 ล้านบาท จะฝึกอบรมแรงงานได้กว่า 300,000 คน ภายในเดือน ก.ย.นี้ จากเดิมที่ตั้งเป้าหมาย 240,000 คน
ปากน้ำต่อใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าว
เว็บไซต์ไทยรัฐ (16 มิถุนายน 2552) - นางชญาภา ประเสริฐอัมพร จัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า นายจ้าง/สถานประกอบการ ที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าวซึ่งใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ให้รีบมาดำเนินการต่อใบอนุญาตทำงาน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ประสงค์จะต่อใบอนุญาตทำงานสามารยื่นขอต่ออายุได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2552 โดยนำเอกสารหลักฐานต่อไปนี้มายื่นพร้อมคำขอ ตท.13 1.ใบอนุญาตทำงาน (บัตรสีชมพู) หรือใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมการขออนุญาตทำงาน ปี 2551 และ ท.ร.38/1 พร้อมสำเนา 2.ใบโควตา พร้อมสำเนาและเอกสารนายจ้าง 3.ใบรับรองแพทย์หรือสำเนาใบเสร็จรับเงินของโรงพยาบาล 4.ค่าธรรมเนียม จำนวน 1,000 บาท (หากเปลี่ยนนายจ้าง ค่าธรรมเนียม จำนวน 2,450 บาท)
เว็บไซต์ไทยรัฐ (16 มิถุนายน 2552) - นางชญาภา ประเสริฐอัมพร จัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า นายจ้าง/สถานประกอบการ ที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าวซึ่งใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ให้รีบมาดำเนินการต่อใบอนุญาตทำงาน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ ผู้ประสงค์จะต่อใบอนุญาตทำงานสามารยื่นขอต่ออายุได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2552 โดยนำเอกสารหลักฐานต่อไปนี้มายื่นพร้อมคำขอ ตท.13 1.ใบอนุญาตทำงาน (บัตรสีชมพู) หรือใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมการขออนุญาตทำงาน ปี 2551 และ ท.ร.38/1 พร้อมสำเนา 2.ใบโควตา พร้อมสำเนาและเอกสารนายจ้าง 3.ใบรับรองแพทย์หรือสำเนาใบเสร็จรับเงินของโรงพยาบาล 4.ค่าธรรมเนียม จำนวน 1,000 บาท (หากเปลี่ยนนายจ้าง ค่าธรรมเนียม จำนวน 2,450 บาท)
"สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้นายจ้าง/สถานประกอบการและแรงงานต่างด้าวทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้ นายจ้างสามารถพาแรงงานต่างด้าวไปยื่นตรวจสุขภาพและทำประกันสุขภาพ ได้ที่โรงพบาบาลประจำอำเภอ โดยชำระค่าตรวจสุขภาพ 600 คน และค่าประกันสุขภาพ 1,300 บาทได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2552 หากมีข้อสงสัยสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2383-7471-3 ต่อ 11-14" จัดหางานจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวในที่สุด
จ่อจับบริษัทจัดหางานเถื่อนกว่าพันแห่ง
ประชาทรรศน์ (16 มิถุนายน 2552) - นายพิชัย เอกพิทักษ์ดำรง อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ปัญหาบริษัทจัดหางานเถื่อนหลอกลวงคนงานไทยไปทำงานในต่างประเทศกำลังระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งจากข้อมูลการจับกุมสายและนายหน้าจัดหางานเถื่อน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2551 - 15 มิถุนายน 2552 พบว่าสามารถจับกุมได้จำนวน 9 ราย โดยมีการหลอกลวงไปทำงานประเทศเกาหลีสูงสุด มีผู้เสียชีวิต 23 คน นอกจากนี้ยังมีชื่อผู้ต้องหาที่อยู่ในข่ายต้องดำเนินการหาตัวมาลงโทษอีก 25 ราย ประเทศปลายทางที่ใช้หลอกลวงคนงาน ได้แก่ แคนาดา สหรัฐ เกาหลี ไต้หวัน ออสเตรเลีย สเปน แอฟริกาใต้ โปแลนด์ อังกฤษ เยอรมนี เป็นต้น
ประชาทรรศน์ (16 มิถุนายน 2552) - นายพิชัย เอกพิทักษ์ดำรง อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ปัญหาบริษัทจัดหางานเถื่อนหลอกลวงคนงานไทยไปทำงานในต่างประเทศกำลังระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งจากข้อมูลการจับกุมสายและนายหน้าจัดหางานเถื่อน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2551 - 15 มิถุนายน 2552 พบว่าสามารถจับกุมได้จำนวน 9 ราย โดยมีการหลอกลวงไปทำงานประเทศเกาหลีสูงสุด มีผู้เสียชีวิต 23 คน นอกจากนี้ยังมีชื่อผู้ต้องหาที่อยู่ในข่ายต้องดำเนินการหาตัวมาลงโทษอีก 25 ราย ประเทศปลายทางที่ใช้หลอกลวงคนงาน ได้แก่ แคนาดา สหรัฐ เกาหลี ไต้หวัน ออสเตรเลีย สเปน แอฟริกาใต้ โปแลนด์ อังกฤษ เยอรมนี เป็นต้น
“ขณะนี้เราได้รวบรวมเรื่องร้องทุกข์ที่คนงานได้แจ้งความไว้กับสถานีตำรวจทั่วประเทศ ซึ่งประมาณการว่าจะมีอีกร่วม 1,000 คดี ที่จะรอจ่อคิวในการดำเนินดคีอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาเราหนักใจมาก เพราะการเอาผิดบริษัทจัดหางานเถื่อน หรือสายเถื่อน ไม่ได้ผลสาวไปถึงต้นตอและลงโทษหนักเท่าที่ควร อันเนื่องมาจากผู้เสียหายมักไม่ดำเนินการเอาผิดจนถึงที่สุด แต่จะมีการยอมความและไกล่เกลี่ยเพื่อขอรับเงินหลักแสนบาทที่ถูกหลอกคืนมากกว่า แล้วจะให้เราทำอย่างไร” นายพิชัย กล่าว
ทั้งนี้ ขอฝากเตือนไปยังแรงงานไทยที่สนใจไปทำงานเก็บผลไม้ป่าในประเทศแถบจะสแกนดิเนเวียในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ เนื่องจากอาจจะถูกหลอกได้ง่าย ขอให้รับทราบว่าการเดินทางไปนั้นตามกฎหมายสามารถเก็บได้ 7.5 หมื่นบาทเท่านั้น ถ้าเกินกว่านี้ถือว่าไม่ชอบมาพากล อีกทั้งหากคนที่ไม่เคยไปมาก่อนก็ไม่แนะนำให้เดินทางไปทำงาน เพราะอากาศหนาวมาก ถ้าไม่คุ้นเคยจะทรมานและอยู่ไม่ได้นาน ส่วนรายได้ก็ไม่ได้เป็นรายเดือนเป็นหลักแสนบาทอย่างที่สายเถื่อนและบริษัทจัดหาเถื่อนโฆษณาเกินจริง ขอให้แรงงานไทยคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
ขู่หยุดเดินรถไฟสหภาพบี้ซาเล้งเลิก 'แผนฟื้นฟู'
เว็บไซต์ไทยโพสต์ (16 มิถุนายน 2552) - กรรมาธิการ ป.ป.ช.สภาฯ ไม่สน "ปิยะพันธ์" เข้าให้ข้อมูลรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันอังคารนี้หรือไม่ "ชาญชัย" เอาแน่ ชงสอบจัดเช่ารถเมล์ยูโรทู 500 คัน ด้านสหภาพ ร.ฟ.ท.ไล่บี้ "ซาเล้ง" เลิกโครงการเพื่อฟื้นฟูการเงิน ขู่หยุดเดินรถไฟ
เว็บไซต์ไทยโพสต์ (16 มิถุนายน 2552) - กรรมาธิการ ป.ป.ช.สภาฯ ไม่สน "ปิยะพันธ์" เข้าให้ข้อมูลรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันอังคารนี้หรือไม่ "ชาญชัย" เอาแน่ ชงสอบจัดเช่ารถเมล์ยูโรทู 500 คัน ด้านสหภาพ ร.ฟ.ท.ไล่บี้ "ซาเล้ง" เลิกโครงการเพื่อฟื้นฟูการเงิน ขู่หยุดเดินรถไฟ
นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ประธานคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ว่า จากที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคม เพื่อสอบถามถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการเช่ารถเมล์ปรับอากาศ โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (รถเมล์เอ็นจีวี) จำนวน 4,000 คันของ ขสมก.นั้นได้มอบหมายให้สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) รวบรวมรายละเอียดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำถามที่ สศช.ส่งมา โดยจะตอบกลับไปยัง สศช. ภายในกำหนดวันที่ 18 มิถุนายน 2552 แน่นอน
สำหรับประเด็นคำถามของ สศช.นั้นเป็นข้อมูลที่ ขสมก.มีอยู่แล้ว ทั้งเรื่องเส้นทางการเดินรถ การปรับโครงสร้างองค์กรและการฟื้นฟูฐานะทางการเงินของ ขสมก. ต้นทุนโครงการเช่าเมล์เอ็นจีวี เป็นต้น และหาก สศช.ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอีก ก็พร้อมจะจัดหาส่งไปให้
"เบื้องต้นจะให้ สนข.สรุปก่อน จากนั้นอาจจะเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือกันก่อนส่งข้อมูลไปให้ สศช.เพื่อความรอบคอบ และหากส่งไปแล้ว สศช.เห็นว่ายังขาดอะไรก็ขอเพิ่มมาได้" นายปิยะพันธ์กล่าว
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข.ได้มีการพิจารณาข้อมูลแล้วพบว่า ข้อสงสัยของ สศช.ที่ได้ซักถามมามีจำนวนมาก ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการรวบรวมข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลของจำนวนรถโดยสาร และจำนวนผู้โดยสารในการขนส่งทุกระบบย้อนหลังถึง 10 ปี และคาดว่าจะสามารถจัดทำให้เสร็จสิ้นได้ภายในวันที่ 18 มิถุนายน 2552 นี้
นางสร้อยทิพย์กล่าวอีกว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ต้องนำมาประกอบนั้น สนข.จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะ ขสมก.เข้ามารายงานข้อมูล เช่น ประมาณการรายได้โดยสรุปของโครงการ ผลตอบแทนด้านการเงิน ความเสี่ยง ผลตอบแทน รวมทั้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สนข.ต้องหาข้อมูลย้อนหลังถึง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2540 ทั้งเรื่องของปริมาณการเดินรถ จำนวนผู้โดยสาร จำนวนรถทุกๆ ระบบขนส่ง แผนการดำเนินงานใน 10 ปีข้างหน้า รวมทั้งข้อมูลของการปรับเปลี่ยนวงเงินของโครงการถึง 3 ครั้ง ซึ่งถือว่าต้องจัดทำอย่างเร่งด่วน เพราะเวลามีจำกัด
นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการฯ วันที่ 16 มิถุนายน ที่ประชุมจะเชิญนายปิยะพันธ์เข้าชี้แจงโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน หลังจากที่นายปิยะพันธ์ไม่เข้าร่วมชี้แจงมาแล้วถึง 2 ครั้ง ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ได้กำหนดวันประชุมนี้เป็นกรณีพิเศษ และไม่ว่านายปิยะพันธ์จะเข้าชี้แจงหรือไม่ ตนจะเสนอให้คณะกรรมาธิการฯ สอบเรื่องที่นายปิยะพันธ์เคยถูกสอบเรื่องส่อทุจริตกรณีการจัดเช่ารถเมล์ยูโรทู 500 คัน เมื่อปี 2544 ซึ่งในขณะนั้นนายปิยะพันธ์เป็นประธานคณะกรรมการเปิดซองและเจรจาต่อรองราคา
นายชาญชัยกล่าวต่อว่า ในโครงการดังกล่าวสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สรุปว่าทำให้รัฐเสียหาย 1,591,491,250 บาท และเมื่อรถยูโรทูออกวิ่ง พบว่ามีการขาดทุนวันละ 3,000 บาทต่อคันต่อวัน ในระยะเวลารวม 10 ปี รวมประมาณ 5,475 ล้านบาท เมื่อรวมกับยอดเดิมทำให้รัฐเสียหายประมาณ 7,066,491,250 บาท โดยทาง สตง.ชี้ว่านายปิยะพันธ์กับพวกรวม 6 คน พิจารณาผลการประกวดราคา โดยไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของ ขสมก.ตามคำสั่งแต่งตั้ง ทำให้ราชการเสียหาย มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นการนำไปสู่การทุจริต สตง.ได้แจ้งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินคดี และเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเป็นจำนวน 1,591,491,250 บาท ไม่ทราบว่าการถูกชี้มูลดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อคุณสมบัติการเป็นประธานบอร์ด ขสมก.หรือไม่
"จนบัดนี้เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว ทำไมนายปิยะพันธ์ยังไม่ได้รับโทษ หรือมีการดำเนินการใดๆ ตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ผมจะเสนอให้คณะกรรมาธิการฯ เชิญตัวแทนกระทรวงคมนาคมมาชี้แจง" นายชาญชัยกล่าว
เขากล่าวอีกว่า ต่อมารัฐบาลนายสมัครได้ตั้งนายปิยะพันธ์มาเป็นประธานบอร์ด ขสมก. และได้เสนอโครงการเช่ารถและจ้างเหมาซ่อมรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ในลักษณะเดียวกัน จึงเกรงว่าหากเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจะสร้างหนี้ให้ประเทศชาติต้องรับภาระมหาศาล ดังนั้น ครม.ต้องพิจารณาพฤติกรรมของนายปิยะพันธ์ว่าน่าไว้วางใจหรือไม่ แต่หาก ครม.อนุมัติเรื่องตามที่นายปิยะพันธ์เสนอ และพบว่ามีความผิดในภายหลัง คณะกรรมาธิการฯ ก็มีสิทธิ์สอบได้ทั้ง ครม.
วันเดียวกัน ที่กระทรวงคมนาคม กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.ร.ฟ.ท.) กว่า 100 คน พร้อมด้วยรถบรรทุก 6 ล้อ ติดเครื่องขยายเสียง 1 คัน มีนายภิญโญ เรือนเพ็ชร รองประธานสหภาพฯ เป็นแกนนำ เข้ายื่นหนังสือต่อนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ขอให้ทบทวนและยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2552 เรื่องแผนปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงินของ ร.ฟ.ท.
นายภิญโญกล่าวว่า กลุ่มสหภาพฯ ได้จัดทำหนังสือเปิดผนึกจำนวน 3 ฉบับ เพื่อเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี, ประธานกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา และ รมว.คมนาคม เพื่อให้พิจารณายกเลิกมติ ครม.ดังกล่าว รวมทั้งขอให้ยกเลิกการตั้งบริษัทลูกของ ร.ฟ.ท.ทั้งบริษัทเดินรถและบริษัทบริหารทรัพย์สิน เนื่องจากจะเป็นการสนับสนุนให้เอกชนเข้ามาหาประโยชน์จาก ร.ฟ.ท.
"การเสนอแผนฟื้นฟูเข้า ครม.เพื่ออนุมัติไปเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการดำเนินการที่เร่งรีบ ไม่โปร่งใส และไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงสภาพการจ้างระหว่าง ร.ฟ.ท.กับสหภาพฯ เมื่อ 3 เม.ย.50 ที่ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรต้องทำข้อตกลงกับสหภาพฯ" นายภิญโญกล่าว
อย่างไรก็ตาม สหภาพฯ ได้ออกแถลงการณ์ สร.ร.ฟ.ท.ฉบับที่ 3 โดยมีเนื้อหาที่สำคัญระบุถึงการคัดค้านการตั้งบริษัทลูกของ ร.ฟ.ท. เพราะเป็นการแยกสลาย ร.ฟ.ท. และเพิ่มบทบาทให้เอกชนในการเข้ามาบริหารการเดินรถ โดยจะมีการปรับเพิ่มอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้นอีก 10% ในปี 2553 และปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 10% ทุก 3 ปี ซึ่งเป็นการขูดรีดประชาชนเกินไป
ต่อมาช่วงเที่ยงกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางไปยังรัฐสภาเพื่อเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมาธิการฯ โดยได้กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่า หากกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลไม่สามารถดำเนินตามข้อเรียกร้องได้ จะดำเนินมาตรการขั้นรุนแรง หยุดเดินรถไฟต่อไป
นายจ้าง "ดูไบ" ตุ๋นสาวไทยบังคับนวด
เว็บไซต์มติชน (16 มิถุนายน 2552) - เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายพรชัย อยู่ประยงค์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) กรณีแรงงานหญิงไทยที่เมืองดูไบถูกนายจ้างทำร้าย ทั้งนี้ สำนักงานแรงงานในกรุงริยาดได้รับการแจ้งประสานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบว่า ได้ให้ความช่วยเหลือนางรัสมี คำหอมสกุล พนักงานนวดร้านสปา Soft Hand Massage Centre ถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายบังคับให้นวดลูกค้าผู้ชาย ตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น. และให้อยู่ในร้านแทนการจัดหาที่พักให้ และเมื่อสถานกงสุลพาไปเจรจาที่กระทรวงแรงงานสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) นายจ้างยังปฏิเสธที่จะจ่ายค่าจ้างและค่าล่วงเวลาค้างจ่ายจำนวน 3,000 ดีแรห์ม (1SAR เท่ากับ 9.02 บาท) รวมทั้งไม่จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเพื่อส่งกลับประเทศไทยด้วย จึงได้พาลูกจ้างไปฟ้องศาล และศาลนัดพิจารณาคดีตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา
เว็บไซต์มติชน (16 มิถุนายน 2552) - เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายพรชัย อยู่ประยงค์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) กรณีแรงงานหญิงไทยที่เมืองดูไบถูกนายจ้างทำร้าย ทั้งนี้ สำนักงานแรงงานในกรุงริยาดได้รับการแจ้งประสานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบว่า ได้ให้ความช่วยเหลือนางรัสมี คำหอมสกุล พนักงานนวดร้านสปา Soft Hand Massage Centre ถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายบังคับให้นวดลูกค้าผู้ชาย ตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น. และให้อยู่ในร้านแทนการจัดหาที่พักให้ และเมื่อสถานกงสุลพาไปเจรจาที่กระทรวงแรงงานสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) นายจ้างยังปฏิเสธที่จะจ่ายค่าจ้างและค่าล่วงเวลาค้างจ่ายจำนวน 3,000 ดีแรห์ม (1SAR เท่ากับ 9.02 บาท) รวมทั้งไม่จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเพื่อส่งกลับประเทศไทยด้วย จึงได้พาลูกจ้างไปฟ้องศาล และศาลนัดพิจารณาคดีตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา
"ล่าสุด สถานกงสุล ณ เมืองดูไบ แจ้งว่า นายจ้างดังกล่าวเป็นสามีภรรยาสัญชาติจีนชื่อนายโจอี้และนางเจนนิเฟอร์โดยเป็นเจ้าของร้านสปารวม 3 ร้าน คือร้าน ซึ่งก่อนหน้านี้สถานกงสุล เคยได้รับเรื่องร้องทุกข์จากแรงงานหญิงไทย 2 คน ที่ทำงานในร้านดังกล่าวมาแล้ว และจากการตรวจสอบใบทะเบียนการค้ายังพบว่าร้านสปาดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้นวดลูกค้าชาย และมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจข้อหาบังคับให้นวดลูกค้าชายด้วย ทั้งนี้ สถานกงสุลได้พิจารณาไม่ประทับตรารับรองเอกสารการจ้างงานของร้านสปาทั้ง 3 ร้านนี้อีกต่อไป" นายพรชัยกล่าว
ตราดขาดแรงงาน ให้โอกาสต่างด้าว
เว็บไซต์ข่าวสด (16 มิถุนายน 2552) -ตราด-นายประทีป จงสืบธรรม รองผู้ว่าราชการจ.ตราด เปิดเผยถึงสถานการณ์ความต้องการแรงงานของจังหวัดตราดว่าปัญหาเศรษฐกิจในช่วงนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจังหวัดตราดมากนัก เนื่องจากชาวตราดส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยรากฐานของความพอเพียงขณะที่ความต้องการแรงงานมีมากถึง 400 อัตราเนื่องจากไม่ตรงกับความสามารถและไม่ตรงกับท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ โดยเฉพาะแรงงานที่เกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยวควรมีการพัฒนาบุคลากรจังหวัดตราดสามารถใช้ภาคเกษตรและการท่องเที่ยวเป็นตัวชูโรงที่จะดึงนักท่องเที่ยวมายังจังหวัดตราดได้
เว็บไซต์ข่าวสด (16 มิถุนายน 2552) -ตราด-นายประทีป จงสืบธรรม รองผู้ว่าราชการจ.ตราด เปิดเผยถึงสถานการณ์ความต้องการแรงงานของจังหวัดตราดว่าปัญหาเศรษฐกิจในช่วงนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจังหวัดตราดมากนัก เนื่องจากชาวตราดส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยรากฐานของความพอเพียงขณะที่ความต้องการแรงงานมีมากถึง 400 อัตราเนื่องจากไม่ตรงกับความสามารถและไม่ตรงกับท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ โดยเฉพาะแรงงานที่เกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยวควรมีการพัฒนาบุคลากรจังหวัดตราดสามารถใช้ภาคเกษตรและการท่องเที่ยวเป็นตัวชูโรงที่จะดึงนักท่องเที่ยวมายังจังหวัดตราดได้
"ตอนนี้ทางจังหวัดตราดได้เปิดจดทะเบียนสำหรับแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีบัตรในการประกอบอาชีพรอบใหม่ อาจจะทำให้ได้แรงงานเพิ่มในอาชีพที่ไม่มีคนไทยประสงค์จะทำงาน เป็นการผ่อนปรนให้กับคนต่างด้าวในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการให้บริการนอกจากนี้ผู้ปกครองควรส่งเสริมให้ลูกหลานเรียนทางด้านการเกษตรและการบริการเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปทำงานอยู่ในพื้นที่อื่นๆ"
กทม.เตรียมออกข้อบัญญัติ หนุนลูกจ้างเป็น พนง.ราชการ ส.ก.ดักคออย่ามุ่งเอื้อประโยชน์ใคร
แนวหน้า (16 มิถุนายน 2552) -นางมาลินี สุขเวชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ของกทม.เกิดปัญหาขาดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งกทม.ไม่สามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญได้โดยอาศัยข้อบัญญัติกทม.เรื่อง ลูกจ้าง พ.ศ.2535 เนื่องจากอัตราค่าตอบแทนไม่เหมาะสม จึงทำให้การทำงานเป็นไปอย่างไม่คล่องตัว กทม.จึงได้ยื่นร่างข้อบัญญัติ เรื่อง พนักงานราชการกทม.ให้สภากทม.พิจารณารับหลักการแล้ว
แนวหน้า (16 มิถุนายน 2552) -นางมาลินี สุขเวชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ของกทม.เกิดปัญหาขาดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งกทม.ไม่สามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญได้โดยอาศัยข้อบัญญัติกทม.เรื่อง ลูกจ้าง พ.ศ.2535 เนื่องจากอัตราค่าตอบแทนไม่เหมาะสม จึงทำให้การทำงานเป็นไปอย่างไม่คล่องตัว กทม.จึงได้ยื่นร่างข้อบัญญัติ เรื่อง พนักงานราชการกทม.ให้สภากทม.พิจารณารับหลักการแล้ว
มีรายละเอียดแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มพนักงานราชการกทม.ผู้ชำนาญพิเศษ อาจเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อดีตข้าราชการกทม.ที่มีความรู้ความสามารถ หรือมีความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งจะทำให้การทำงานของกทม.มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2.กลุ่มพนักงานราชการทั่วไป จะให้โอกาสลูกจ้างชั่วคราวของกทม.ได้ขยับสถานภาพจากเดิม การเซ็นสัญญาว่าจ้างเพิ่มเป็น 4 ปี จากเดิมปีต่อปี มีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานมีการขึ้นเงินเดือน และได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจะให้สิทธิลูกจ้างทุกคนต้องขึ้นอยู่กับการคัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนดซึ่งจะมีคณะกรรมการพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง
ขณะนี้กทม.ได้ตั้งคณะกรรมการพนักงานราชการกรุงเทพมหานคร (คพร.กทม.) ประกอบด้วยผู้ว่าฯ ปลัดกทม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารงานบุคคล, กฎหมาย และแรงงานสัมพันธ์ พิจารณาร่างข้อบัญญัติโดยสั่งการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สนง.กก.) ศึกษาระเบียบของรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมที่ได้ออกกฎหมายใช้แล้วตั้งแต่ปี 2547 ดูหลักการแนวทางปฏิบัติตลอดจนปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อปรับใช้กับกทม. ซึ่งจะได้นำรายละเอียดเข้าที่ประชุมวิสามัญพิจารณาต่อไป
ด้านนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตจอมทอง กล่าวว่า เห็นด้วยในการปรับสถานภาพของลูกจ้างชั่วคราวกทม.ให้เป็นพนักงานราชการกทม. เพราะจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หากอิงตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ สำนักนายกรัฐมนตรีปี 2547 ค่าตอบแทนจะ แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มงานบริหารทั่วไป อัตราต่ำสุด 9,160 บาท สูงสุด 30,540 บาท กลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ ต่ำสุด 9,160 บาท สูงสุด 39,220 บาท กลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะ ต่ำสุด 16,110 บาท สูงสุด 62,580 บาท รวมทั้งมีโอกาสก้าวหน้าในสาขาอาชีพ และได้รับการพิจารณาเข้ารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นขวัญกำลังใจที่ดีในการทำงานด้วย
“แต่มีข้อสงสัยที่ไม่มั่นใจว่าจะช่วยเหลือลูกจ้างชั่วคราวของกทม.ที่มีประมาณ 16,902 คนได้จริง เพราะร่างข้อบัญญัติฯระบุว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญและมีความชำนาญการพิเศษ อาจไปเอื้อประโยชน์บุคคลบางกลุ่มหรือไม่ ขอให้กทม.พิจารณาหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกให้ช่วยเหลือบุคลากรของกทม.จริงๆ และได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน” ส.ก.สุทธิชัยกล่าว
ซิงเกอร์เคียงข้างพนักงานขายกรณีถูกตัดสิทธิ์ประกันสังคม โดยจัดทำประกันชีวิตเพิ่มเติม พร้อมรักษาสิทธิสวัสดิการด้านอื่นๆของบริษัทเช่นเดิม
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย(16 มิถุนายน 2552) - บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่าบริษัทฯเดินหน้าให้การช่วยเหลือพนักงานขายจำนวนราวกว่า 3,000 คน ที่ถูกสำนักงานประกันสังคมวินิจฉัยว่าไม่มีนิติสัมพันธ์ความเป็นนายจ้างลูกจ้าง ซึ่งทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ด้านประกันสังคมตามกฎหมาย โดยบริษัทฯให้การช่วยเหลือด้วยการซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตให้เพิ่มเติม เพื่อคุ้มครองพนักงานขายในระหว่างรอการเจรจากับสำนักงานประกันสังคม
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย(16 มิถุนายน 2552) - บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่าบริษัทฯเดินหน้าให้การช่วยเหลือพนักงานขายจำนวนราวกว่า 3,000 คน ที่ถูกสำนักงานประกันสังคมวินิจฉัยว่าไม่มีนิติสัมพันธ์ความเป็นนายจ้างลูกจ้าง ซึ่งทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ด้านประกันสังคมตามกฎหมาย โดยบริษัทฯให้การช่วยเหลือด้วยการซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตให้เพิ่มเติม เพื่อคุ้มครองพนักงานขายในระหว่างรอการเจรจากับสำนักงานประกันสังคม
“ประเด็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในเวลานี้มิใช่ระหว่างบริษัทซิงเกอร์ กับพนักงานขายที่ถูกวินิจฉัยว่าไม่มีสิทธิ์ที่ได้รับการคุ้มครองจากประกันสังคม แต่เป็นเรื่องระหว่างพนักงานขาย และสำนักงานประกันสังคมที่เป็นผู้ทำการวินิจฉัย บริษัทได้ปฎิบัติตามกฎหมายประกันสังคมด้วยความถูกต้องตลอดมา อย่างไรก็ตามบริษัทก็มิได้นิ่งนอนใจ และได้ทำการติดตามความคืบหน้าด้านกฎหมายในการช่วยเหลือให้พนักงานกลุ่มดังกล่าวได้รับความเป็นธรรมที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยในขณะนี้ซิงเกอร์ได้ทำประกันชีวิตเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองพนักงานขายราวกว่า 3,000 คน ที่ได้รับผลกระทบ” นายบุญยง ตันสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กล่าว
บริษัทซิงเกอร์ชี้แจงว่า สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 4 กรุงเทพมหานคร ได้มีหนังสือลงวันที่ 12 มีนาคม 2552 แจ้งว่าลูกจ้างของบริษัทตำแหน่งพนักงานขายไม่มีนิติสัมพันธ์ความเป็นลูกจ้างกับบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนแม้จะมีการนำส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 (ปีเริ่มต้นของการส่งเงินสมทบ) ซึ่งบริษัทฯเองก็มิได้ทราบมาก่อนถึงการวินิจฉัยดังกล่าว และเข้าใจตามกฎหมายมาตลอดว่าได้ปฎิบัติในเรื่องของการนำส่งเงินสมทบประกันสัมคมของพนักงาน และของบริษัทอย่างถูกต้อง และโปร่งใสมาโดยตลอด ซึ่งการวินิจฉัยดังกล่าวเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้พนักงานที่อยู่ในข่ายการวินิจฉัยต้องได้รับความเดือดร้อน เพราะขาดการคุ้มครองที่สมควรได้รับ
“บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย เป็นบริษัทขายตรงเครื่องใช้ไฟฟ้ารายแรกของเมืองไทย ที่มีสวัสดิการให้แก่พนักงานขาย และพนักงานส่วนอื่นๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาลครอบครัว กองทุนเงินสะสมพนักงานซิงเกอร์ เงินช่วยเหลือฌาปนกิจสงเคราะห์ สินค้าราคาพนักงาน เงินเกษียณอายุ และประกันอุบัติเหตุ ซึ่งตรงนี้เป็นเครื่องสะท้อนเจตนารมน์ที่ชัดเจนของบริษัทฯในการให้ความคุ้มครองแก่พนักงานที่ทำหน้าที่สร้างเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งให้กับบริษัทมาเป็นเวลากว่า 120 ปี” นายบุญยงกล่าว
นายบุญยงกล่าวเสริมว่า พนักงานในส่วนอื่นๆของซิงเกอร์ รวมไปถึงผู้ที่สนใจจะสมัครมาเป็นพนักงานขายของบริษัทยังสามารถมั่นใจได้ว่า ซิงเกอร์พร้อมที่จะให้การสนับสนุนพนักงานที่มีความสามารถ และผลงานในทุกๆด้านไม่ว่า กองทุนเงินทดแทน กองทุนประกันสังคม ระบบค่าตอบแทน สวัสดิการต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาลครอบครัว กองทุนเงินสะสมพนักงานซิงเกอร์ เงินช่วยเหลือฌาปนกิจสงเคราะห์ สินค้าราคาพนักงาน เงินเกษียณอายุ และประกันอุบัติเหตุ ยังมีอยู่ครบถ้วนสำหรับพนักงานส่วนอื่นๆที่ไม่ใช่พนักงานขาย อย่างไรก็ตามในเรื่องของคำวินิจฉัยตำแหน่งพนักงานขายของซิงเกอร์จะมีการหารือในหลายๆฝ่าย เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุด” นายบุญยงกล่าวสรุป
สหภาพ ขสมก.หนุนซื้อ-เช่าซื้อเมล์เอ็นจีวี
เว็บไซต์ไทยรัฐ (16 มิถุนายน 2552) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (16 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน รักษาการแทนประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมตัวแทนพนักงานประมาณ 150 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านทางศูนย์ รับเรื่องราวร้องทุกข์
เว็บไซต์ไทยรัฐ (16 มิถุนายน 2552) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (16 มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน รักษาการแทนประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมตัวแทนพนักงานประมาณ 150 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านทางศูนย์ รับเรื่องราวร้องทุกข์
นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ทางขสมก.เห็นด้วยและสนับสนุนมาตรการที่จะให้ประชาชนได้ใช้รถเมล์ฟรี 800 คันของขสมก.ซึ่งจะหมดเวลาขยายการให้บริการในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลพิจารณาให้มีรถ ขสมก.ทุกประเภทให้บริการประชาชนทุกเส้นทางบริการทั่วกทม.กว่า 100 สาย ให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเก็บค่าโดยสารเพียงครึ่งราคาเพื่อบรรเทาภาระของประชาชน ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ โดยรัฐบาลควรจัดสรรเงินงบประมาณชดเชยให้กับขสมก.ในส่วนที่ลดราคาทุก 15 วัน
อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้าทางสหภาพแรงงานจะเดินทางไปยื่นหนังสือที่สภาการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อให้ความคิดเห็นโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ซึ่งทาง ขสมก.สนับสนุนให้ซื้อหรือเช่าซื้อเพราะจะเป็นการเพิ่มจำนวนรถให้กับ ทาง ขสมก.
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกันทางตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดยนางชุลีพร ด้วงฉิม ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานได้เดินทางยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ติดตาม เร่งรัดการอนุมัติฟื้นฟูกิจการรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) ที่ล่าสุดครม.มีมติให้พิจารณาทบทวนว่าจะให้มีการฟื้นฟูหน่วยงานนี้ขึ้นมา ใหม่ โดยให้อยู่ในสังกัดสำนักงานลอจิสติกแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือจะให้อยู่ในการดูแลในสังกัดกระทรวงคมนาคมหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้มีการพิจารณาอย่างล่าช้า จึงมาเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการให้ชัดเจน ซึ่งหากยังมีการเตะถ่วงหรือยังไม่มีการพิจารณาใด ๆ ทาง สรส.จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
ตร.โกสัมพีจับแรงงานเถื่อน 82 คน
เว็บไซต์สยามรัฐ (16 มิถุนายน 2552) - เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2552 ที่ สภ.โกสัมพีนคร อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร พ.ต.อ.พิเชษฐ วัฒนลักษณ์ รอง ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร พ.ต.อ.กอบกิจ จิตต์การุญราษฎร์ ผ.กก.สภ.โกสัมพีนคร ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าทั้งชายและหญิง จำนวน 82 คน หลบหนีเข้าเมือง หลังจากที่ได้ปฏิบัติการกวาดล้างแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังออกไปหลายชุดปฏิบัติและทำการไล่จับกุมทั้งในเขตเมืองและรอยตะเข็บเชิงเขา โดยใช้เส้นทางเดินเท้าบ้านโล๊ะโค๊ะ อ.โกสัมพีนคร ซึ่งเป็นเขตติดต่อ อ.พบพระ จ.ตาก
เว็บไซต์สยามรัฐ (16 มิถุนายน 2552) - เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2552 ที่ สภ.โกสัมพีนคร อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร พ.ต.อ.พิเชษฐ วัฒนลักษณ์ รอง ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร พ.ต.อ.กอบกิจ จิตต์การุญราษฎร์ ผ.กก.สภ.โกสัมพีนคร ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าทั้งชายและหญิง จำนวน 82 คน หลบหนีเข้าเมือง หลังจากที่ได้ปฏิบัติการกวาดล้างแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังออกไปหลายชุดปฏิบัติและทำการไล่จับกุมทั้งในเขตเมืองและรอยตะเข็บเชิงเขา โดยใช้เส้นทางเดินเท้าบ้านโล๊ะโค๊ะ อ.โกสัมพีนคร ซึ่งเป็นเขตติดต่อ อ.พบพระ จ.ตาก
จากการสอบสวนตัวนาย เอ สัญชาติพม่าที่พูดภาษาไทยได้ ได้เล่ารายละเอียดประกอบคำรับสารภาพว่า ตนเองพร้อมด้วยแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ได้รับการติดต่อจากนายจ้างคนไทย ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ว่ามีนายจ้างต้องการแรงงานจำนวนมาก โดยจะมีการนัดพบกันที่บ้านโล๊ะโค๊ะ อ.โกสัมพีนคร โดยที่จะต้องเสียค่านายหน้าให้ กับผู้ติดต่อเป็นเงิน 6,000 บาท พวกตนจึงตัดสินใจร่วมกันเดินเท้าจาก อ.พบพระ จ.ตาก มุ่งหน้าเดินตามเชิงเขาและมีจุดหมายที่บ้านโล๊ะโค๊ะ จากนั้นก้จะมีคนไทยมารับตัวเพื่อเดินทางต่อไปที่กรุงเทพฯ แต่มาถูกจับกุมได้ในที่สุด
พ.ต.อ.กอบกิจ จิตต์การุญราษฎร์ ผ.กก.สภ.โกสัมพีนคร กล่าวว่า เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่จะขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวนอกระบบ ในระหว่างวันที่ 1 -31 กรกฎาคม 2552 อีกครั้งหนึ่ง ทำให้แรงงานต่างพยายามเข้ากรุงเทพฯ โดยอาศัยความยาวของแนวชายแดนไทย - พม่า กว่า 80 กิโลเมตรเข้ามาใช้ช่องทางของอำเภอพบพระเดินเลาะเข้าเขต บ้านโล๊ะโค๊ะ ที่มีแนวเขตติดต่อกับจังหวัดกำแพงเพชรและ จ.ตาก หรือไม่ก็จะใช้เส้นทาง อ.พบพระ จ.ตาก ถึงเขตติดต่อรอบตะเข็บ อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร
จี้ มท.-ปปช.ลุยอบต.งาบโบนัสพนักงาน
ไทยโพสต์ (17 มิถุนายน 2552) - นายยรรยงค์ พรหมใจ คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) จ.เชียงราย เปิดเผยถึงการที่ถูกผู้บริหารสภาท้องถิ่นใน ต.เมืองพาน แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทว่า มาจากเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนจากพนักงาน อบต.เมืองพาน ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะถูกหักเงินโบนัส 10% จำนวน 70 กว่าราย เป็นเงิน 1,500,000 บาท จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทำเรื่องรายงานไปยังระดับจังหวัด จนมีการตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนถึง 3 เดือน แล้วสรุปว่าเป็นการเข้าใจผิด เห็นควรให้ยุติเรื่อง
ไทยโพสต์ (17 มิถุนายน 2552) - นายยรรยงค์ พรหมใจ คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) จ.เชียงราย เปิดเผยถึงการที่ถูกผู้บริหารสภาท้องถิ่นใน ต.เมืองพาน แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทว่า มาจากเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนจากพนักงาน อบต.เมืองพาน ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะถูกหักเงินโบนัส 10% จำนวน 70 กว่าราย เป็นเงิน 1,500,000 บาท จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทำเรื่องรายงานไปยังระดับจังหวัด จนมีการตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนถึง 3 เดือน แล้วสรุปว่าเป็นการเข้าใจผิด เห็นควรให้ยุติเรื่อง
นายยรรยงค์กล่าวว่า ในการสอบสวนดังกล่าวตลอด 3 เดือน ไม่เคยเรียกตนเองในฐานผู้รับเรื่องร้องเรียนไปสอบถามข้อมูล เพียงแต่ขอเอกสารเท่านั้น ทั้งที่ตนเองและข้อมูลจากปากผู้เสียหายพร้อมจะยืนยันชี้ชัดว่าใครคือผู้เรียกรับเงินและประสบเรื่องราวอย่างไร
ที่สำคัญกรณีนี้ได้ดำเนินการไปตามขอบเขตของกฎหมายมาตรา 326 อนุ 1 และอนุ 2 ที่ระบุว่าสามารถตรวจสอบการบริหารของข้าราชการระดับนายอำเภอ ปลัดอำเภอ หรือผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ หากมีการร้องเรียนขึ้นมา ทั้งหมดไม่ได้กระทำเกินหน้าที่หรือใส่ร้าย ได้สอบสวนพนักงานที่เดือดร้อน เสนอรายงานไปตามลำดับชัดเจน แต่กลับมาถูกแจ้งดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท แต่ไม่กังวลถือว่าทำตามหน้าที่ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนในท้องถิ่นให้ได้รับความเป็นธรรม
นายยรรยงค์กล่าวด้วยว่า ได้เดินหน้าต่อสู้เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับพนักงาน อบต.ทั้ง 70 ราย โดยส่งหนังสือคัดค้านผลการสอบสวนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และขอคัดสำเนาผลการสอบสวนทั้งหมด ก่อนรวบรวมส่งให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม สำนักงาน ป.ป.ช. โดยกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนกระทรวงยุติธรรมได้เข้ามาในพื้นที่สอบสวนตามกระบวนการทั้งสอบตนเองในฐานะ ก.อบต.ผู้รับเรื่อง สอบพยานและผู้เสียหายที่ถูกหักเงินจนครบถ้วน ด้าน ป.ป.ช.ก็ให้ชี้มูลความผิดและขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมอีก ทำให้ผู้เสียหายทุกรายมีกำลังใจทำงานต่อ ส่วนตนเองก็เดินหน้าทำความจริงให้กระจ่างต่อไป
"สินเชื่อชะลอเลิกจ้างฯ" (แหล่งทุน)
เว็บไซต์แนวหน้า (17 มิถุนายน 2552) - ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(ธพว.)แห่งประเทศไทยหรือเอสเอ็มอีแบงก์เปิดโครงการ"สินเชื่อชะลอการเลิกจ้าง"เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจให้สามารถดำเนินกิจการได้ และชะลอการเลิกจ้าง หรือรักษาการว่าจ้างแรงงาน หรือขยายการว่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นโดยคิดอัตราดอกเบี้ย5% ต่อปีไม่เกิน 31 ธันวาคม2557กู้ได้สูงสุด 50 ล้านบาท/ราย รับคำขอกู้สิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2553
เว็บไซต์แนวหน้า (17 มิถุนายน 2552) - ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(ธพว.)แห่งประเทศไทยหรือเอสเอ็มอีแบงก์เปิดโครงการ"สินเชื่อชะลอการเลิกจ้าง"เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจให้สามารถดำเนินกิจการได้ และชะลอการเลิกจ้าง หรือรักษาการว่าจ้างแรงงาน หรือขยายการว่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นโดยคิดอัตราดอกเบี้ย5% ต่อปีไม่เกิน 31 ธันวาคม2557กู้ได้สูงสุด 50 ล้านบาท/ราย รับคำขอกู้สิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2553
คุณสมบัติของผู้กู้จะต้องเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ดำเนินกิจการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี โดยขึ้นทะเบียนและยินยอมตกลงชะลอการเลิกจ้างแรงงานกับสำนักงานประกันสังคมกรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีบุคคลสัญชาติไทย ถือหุ้นเกินกว่า 50%กรณี Refinance อัตราดอกเบี้ยของวงเงินสินเชื่อเดิมต้องไม่เกิน MLR ของเอสเอ็มอี แบงก์
วัตถุประสงค์การกู้เพื่อนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ หรือ เป็นเงินลงทุน ขยาย ปรับปรุง พัฒนากิจการ หรือชำระหนี้สถาบันการเงินอื่น เฉพาะวงเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยเดิมไม่เกิน MLR ของธนาคาร (ธพว.) สำหรับระยะเวลาการให้กู้ยืมจะแบ่งเป็นเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) ระยะเวลากู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 10 ปี ระยะเวลาปลอดการชำระคืนเงินต้น (Grace Period) ไม่เกิน 2 ปี สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียน (P/N) หลักประกันที่สามารถนำมาวางได้ประกอบด้วยที่ดิน / ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง / สิ่งปลูกสร้าง / อาคารชุด เป็นต้น
สรส.จี้นายกฯ ฟื้น รสพ.ขู่ชุมนุมใหญ่แตกหัก รบ.
พิมพ์ไทย (17 มิถุนายน 2552) - เฉพาะกิจ-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา10.10 น. วันที่ 16 มิ.ย.2552 นายบุญมา ป๋งมา เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และอดีตพนักงานองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.) กว่า 300 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยมีนายอุกกฤษฏ์ ภักดีวนิช หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน เป็นผู้รับหนังสือแทน โดยเรียกร้องให้ ครม.เร่งอนุมัติแผนฟื้นฟูองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.) หลังจากเรียกร้องมานานกว่า 4 ปีเต็ม และรัฐบาลยังไม่ได้ให้ความสำคัญแต่อย่างใดทั้งนี้หากไม่มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ทาง สรส. พร้อมจะชุมนุมใหญ่ และประกาศถึงขั้นแตกหัก เพราะรัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่ทำตามสัญญา
พิมพ์ไทย (17 มิถุนายน 2552) - เฉพาะกิจ-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา10.10 น. วันที่ 16 มิ.ย.2552 นายบุญมา ป๋งมา เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และอดีตพนักงานองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.) กว่า 300 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยมีนายอุกกฤษฏ์ ภักดีวนิช หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน เป็นผู้รับหนังสือแทน โดยเรียกร้องให้ ครม.เร่งอนุมัติแผนฟื้นฟูองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.) หลังจากเรียกร้องมานานกว่า 4 ปีเต็ม และรัฐบาลยังไม่ได้ให้ความสำคัญแต่อย่างใดทั้งนี้หากไม่มีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ทาง สรส. พร้อมจะชุมนุมใหญ่ และประกาศถึงขั้นแตกหัก เพราะรัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่ทำตามสัญญา
ความหวังของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.)และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่จะได้ผู้นำรัฐบาลที่ดีเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มาทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของชาติ และประชาชนอย่างแท้จริง
ซึ่งในกรณีการฟื้นฟู รสพ. ได้มีการเรียกร้อง ต่อสู้ กับอำนาจอันมิชอบต่างๆ มาอย่างยาวนาน บนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นเหตุและผลอย่างสุจริต เพื่อให้ได้ข้อยุติในการพิจารณาฟื้นฟูรสพ.ตามมติครม.เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2550 จนได้ข้อสรุปใน2 แนวทาง ได้แก่ ฟื้นฟูหน่วยงานในสังกัดสำนักงานลอจิสติกที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือฟื้นฟูให้เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 จากนั้น ก็ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ โดยผ่านกระบวนการพิจารณาของผู้เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รอเพียง ผ่าน ครม.ให้ความเห็นชอบตามระเบียบเท่านั้น
ด้านนางชุลีภรด้วงฉิมอดีตหัวหน้ากองเดินรถขนส่งระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยยังไม่มีระบบขนส่งที่เป็นของรัฐบาลทำให้ประเทศต้องเสียโอกาสในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากทุกวันนี้ประเทศไทยได้เป็นศูนย์กลางอาเซียน แต่กลับไม่มีระบบขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่เป็นของรัฐ ซึ่งในขณะนี้มีเพียงประเทศจีนเท่านั้นที่ขนส่งพืชผลทางการเกษตร ทำให้ประเทศไทยได้รับความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจจำนวนมาก จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟู รสพ. อย่างเร่งด่วน
อุตฯ รถยนต์รับคนงานหมื่นคน
เดลินิวส์ (17 มิถุนายน 2552) -นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ และ ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ทยอยรับแรงงานกว่า 1 หมื่นคน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์จากเดิม ที่เฉลี่ย 6-7 หมื่นคันต่อเดือน เป็น 9 หมื่นคันในเดือน มิ.ย. เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้น ตัวของเศรษฐกิจโลก แต่คาดว่าในปี 53 อุตสาหกรรมยานยนต์จะรับพนักงานเพิ่มในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับตัวเลขที่เคยปลดไปก่อนหน้านี้เกือบ 1 แสนตำแหน่ง ดังนั้นต้องการให้กระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีนโยบายให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีใน ทิศทางเดียวกัน เพื่อจูงใจให้บริษัทรถยนต์ย้ายฐานผลิตหรือขยายการลงทุนในไทยมากกว่าเดิม เพราะทั่วโลกเห็นว่าไทยเป็นประเทศน่าลงทุนในอุตสาห กรรมประเภทนี้
เดลินิวส์ (17 มิถุนายน 2552) -นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ และ ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ทยอยรับแรงงานกว่า 1 หมื่นคน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์จากเดิม ที่เฉลี่ย 6-7 หมื่นคันต่อเดือน เป็น 9 หมื่นคันในเดือน มิ.ย. เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้น ตัวของเศรษฐกิจโลก แต่คาดว่าในปี 53 อุตสาหกรรมยานยนต์จะรับพนักงานเพิ่มในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับตัวเลขที่เคยปลดไปก่อนหน้านี้เกือบ 1 แสนตำแหน่ง ดังนั้นต้องการให้กระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีนโยบายให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีใน ทิศทางเดียวกัน เพื่อจูงใจให้บริษัทรถยนต์ย้ายฐานผลิตหรือขยายการลงทุนในไทยมากกว่าเดิม เพราะทั่วโลกเห็นว่าไทยเป็นประเทศน่าลงทุนในอุตสาห กรรมประเภทนี้
ทั้งนี้ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์ลดกำลังการผลิต 30-40% ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากต้องลาออกไปทำงานอุตสาห กรรมอื่น เพราะโรงงานลดค่าโอทีและวันทำงาน จนรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ แต่ไตรมาส 4 ของปี 52 หลายค่ายรถยนต์จะเปิดตัวรถยนต์ รุ่นใหม่ เช่น ฮอนด้า โตโยต้า นิสสัน มิตซูบิชิ เป็นต้น เพื่อสร้างความหลากหลายแก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นโอกาสของแรงงานที่ค่ายรถยนต์เร่งผลิต สินค้า
“ปี 51 ยอดการผลิตรถยนต์ที่อยู่ 1.4 ล้านคัน มีแรงงาน 3.3 แสนคน แต่ล่าสุดมีเพียง 2.4 แสนคน หากจะรับคนเพิ่มเท่ากับที่ปลดออกไปคงต้องเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยเดือนละ 1.2 แสนคัน ส่วนยอดผลิตช่วงที่ผ่านมาเฉลี่ย 7 หมื่นคันต่อเดือน แบ่งเป็นขายในประเทศ 2 หมื่นคัน และส่งออก 5 หมื่นคัน ซึ่งเป็นห่วงยอดขายในประเทศที่ลดลงอย่างมากจากเดิมเฉลี่ยเดือนละ 4 หมื่นคัน”
นายวัลลภ กล่าวว่า ปัจจุบันค่ายรถ ยนต์หลายรายในไทยเริ่มเจรจาหาแหล่งเงินกู้เพื่อขยายการผลิต เพราะภาคธุรกิจเริ่มมีสัญญาณดี ขณะเดียวกันมั่นใจว่าช่วงวิกฤติสุดของอุตสาหกรรม ยานยนต์ผ่านพ้นไปแล้วในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ส่วนบางแห่งสต๊อกรถ ยนต์ใกล้หมดแล้ว โดยทั้งปีคาดว่ากำลังการผลิตรถยนต์ในไทยจะเหลือเพียง 9 แสนคันต่ำกว่าปีก่อนที่อยู่ระดับ 1.4 ล้านคัน
“อุตสาหกรรม ยานยนต์คงไม่เลวร้ายไป กว่านี้แล้ว เพราะเริ่มเห็นสัญญาณที่ดี ล่าสุดค่ายรถหลายแห่งเริ่มพูดถึงแหล่งเงินทุนในการขยายกิจการหรือเสริมสภาพคล่อง โดยบริษัทลูกสนใจ กู้เงินธนาคารของไทยมาตั้งแต่ปี 51 ที่เริ่มเกิด วิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งค่ายรถยนต์มองว่าธนาคารไทยยังมีสภาพคล่องอีกมากต่างจากต่างประเทศ หากได้เงินกู้เพิ่มจะช่วยประคองบริษัทให้สามารถพ้นวิกฤติไปได้”
นายเมตตา บันเทิงสุข อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างการทดสอบ การใช้ไบโอดีเซล 10% (บี 10) กับรถดีเซล ทั่วไป คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จในปี 53 หากผลการทดสอบออกมาดี จะหารือกับผู้ประกอบการรถยนต์ บริษัทน้ำมันและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อ ส่งเสริมการใช้บี 10 ต่อไป เพราะในเดือน ก.ค. คาดว่าจะประกาศให้ดีเซลในไทยเป็นเกรดเดียว ขายในราคาเดียวกัน ซึ่งผู้ค้าสามารถเลือกขายได้ระหว่าง 2-5% ดังนั้นกรมจะเตรียมไบโอดีเซลสูตรใหม่เพื่อส่งเสริมการใช้ต่อไป
มท.หนุนปรับค่าแรงพนักงาน กฟน.
เดลินิวส์ (17 มิถุนายน 2552) - เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่กระทรวงมหาด ไทย นายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง (สร.กฟน.) พร้อมด้วยผู้ชุมนุมราว 200 คน ได้เดินทางเข้าพบนาย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย (มท.2) ในฐานะที่กำกับดูแลการไฟฟ้านครหลวง โดยขอเรียกร้องปรับค่าครองชีพให้พนักงาน 8,600 คน หรือคิดเป็นเดือนละ 17 ล้านบาท และสวัสดิการการรักษาพยาบาล รวมถึงร้องเรียนกรณีการจัดซื้ออุปกรณ์ของการไฟฟ้านครหลวงมีค่ามาตรฐานต่ำกว่าในอดีต โดยนายบุญจง กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้คัดค้าน เรื่องการปรับค่าครองชีพให้กับพนักงาน เตรียมที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน ส่วนการจัดซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการยื่นต่อ ป.ป.ช. แล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี หากมีคนกระทำผิดต้องถูกนำตัวมาลงโทษ
เดลินิวส์ (17 มิถุนายน 2552) - เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่กระทรวงมหาด ไทย นายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง (สร.กฟน.) พร้อมด้วยผู้ชุมนุมราว 200 คน ได้เดินทางเข้าพบนาย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย (มท.2) ในฐานะที่กำกับดูแลการไฟฟ้านครหลวง โดยขอเรียกร้องปรับค่าครองชีพให้พนักงาน 8,600 คน หรือคิดเป็นเดือนละ 17 ล้านบาท และสวัสดิการการรักษาพยาบาล รวมถึงร้องเรียนกรณีการจัดซื้ออุปกรณ์ของการไฟฟ้านครหลวงมีค่ามาตรฐานต่ำกว่าในอดีต โดยนายบุญจง กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้คัดค้าน เรื่องการปรับค่าครองชีพให้กับพนักงาน เตรียมที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน ส่วนการจัดซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการยื่นต่อ ป.ป.ช. แล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี หากมีคนกระทำผิดต้องถูกนำตัวมาลงโทษ
เตือนแรงงานต่างด้าวรีบต่ออายุการทำงานหมดเขตสิ้นเดือน มิ.ย.
เดลินิวส์ (17 มิถุนายน 2552) -นางทัสสนา ครุธอ่ำ จัดหางานจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติ พม่า ลาว กัมพูชา อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อรอการส่งกลับสิ้นสุดไม่เกินวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งในวันที่ 30 มิถุนายน 2552 จะมีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา ที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุ ขอให้นายจ้าง สถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าวดังกล่าว ส่งแรงงานต่างด้าวไปยื่นตรวจสุขภาพได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน นี้ ณ โรงพยาบาลของรัฐ พร้อมชำระค่าตรวจสุขภาพ 600 บาท ค่าประกันสุขภาพ 1,300 บาทจัดหางานจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยอีกว่า พร้อมกันนี้ให้ยื่นขอต่อใบอนุญาตทำงาน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้เช่นกัน โดยเตรียมหลักฐาน คือ หนังสือแจ้งผลอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงาน (โควตา) ใบรับรองแพทย์ หรือใบเสร็จรับเงินค่าตรวจสุขภาพ ใบอนุญาตทำงานเดิม สำเนาบัตรประชาชนของนายจ้าง
เดลินิวส์ (17 มิถุนายน 2552) -นางทัสสนา ครุธอ่ำ จัดหางานจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติ พม่า ลาว กัมพูชา อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อรอการส่งกลับสิ้นสุดไม่เกินวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งในวันที่ 30 มิถุนายน 2552 จะมีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา ที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุ ขอให้นายจ้าง สถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าวดังกล่าว ส่งแรงงานต่างด้าวไปยื่นตรวจสุขภาพได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน นี้ ณ โรงพยาบาลของรัฐ พร้อมชำระค่าตรวจสุขภาพ 600 บาท ค่าประกันสุขภาพ 1,300 บาทจัดหางานจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยอีกว่า พร้อมกันนี้ให้ยื่นขอต่อใบอนุญาตทำงาน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้เช่นกัน โดยเตรียมหลักฐาน คือ หนังสือแจ้งผลอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงาน (โควตา) ใบรับรองแพทย์ หรือใบเสร็จรับเงินค่าตรวจสุขภาพ ใบอนุญาตทำงานเดิม สำเนาบัตรประชาชนของนายจ้าง
แรงงานเมืองสิงห์ช่วย162ลูกจ้าง เทงบฯ6ล."จ้าง-อบรม"คนแตะฝุ่น
เว็บไซต์มติชน (17 มิถุนายน 2552) - นายอุดมชัย รักษาสัตย์ แรงงานจังหวัดสิงห์บุรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อแรงงาน และศูนย์เบ็ดเสร็จแก้ไขปัญหาวิกฤต เพื่อช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้างว่างงาน พบว่าสถานประกอบกิจการใน จ.สิงห์บุรี มีจำนวน 893 แห่ง ลูกจ้าง 17,831 คน เลิกจ้างหรือปิดกิจการและลดจำนวนลูกจ้างไปแล้วจำนวน 8 แห่ง ลูกจ้าง 162 คน สำนักงานแรงงานจังหวัดช่วยเหลือลูกจ้างได้รับค่าชดเชย และสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม รวมถึงการขึ้นทะเบียนประกันการว่างงาน และการจัดหางาน
เว็บไซต์มติชน (17 มิถุนายน 2552) - นายอุดมชัย รักษาสัตย์ แรงงานจังหวัดสิงห์บุรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อแรงงาน และศูนย์เบ็ดเสร็จแก้ไขปัญหาวิกฤต เพื่อช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้างว่างงาน พบว่าสถานประกอบกิจการใน จ.สิงห์บุรี มีจำนวน 893 แห่ง ลูกจ้าง 17,831 คน เลิกจ้างหรือปิดกิจการและลดจำนวนลูกจ้างไปแล้วจำนวน 8 แห่ง ลูกจ้าง 162 คน สำนักงานแรงงานจังหวัดช่วยเหลือลูกจ้างได้รับค่าชดเชย และสิทธิประโยชน์จากประกันสังคม รวมถึงการขึ้นทะเบียนประกันการว่างงาน และการจัดหางาน
นายอุดมชัยกล่าวว่า สำหรับผู้ว่างงานนั้นได้จัดโครงการจ้างงานเร่งด่วน และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน จำนวน 3.5ล้านบาท เป็นโครงการจ้างงานเร่งด่วน เพื่อพัฒนาขุดลอก คู คลอง ทำความสะอาด ถนนบริเวณหมู่บ้าน จำนวน 179 โครงการ งบประมาณ 2.54 ล้านบาท โครงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้แก่ผู้ว่างงาน จำนวน 10 หลักสูตร เป็นเงิน 824,000 บาท รวมผู้ว่างงานที่ร่วมกิจกรรมตามโครงการ จำนวน 4,194 คน
ขยายประกันสังคมคลุม 24 ล.คน ดึงคู่สมรส-นอกระบบ-ต่างด้าว
เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (17 มิถุนายน 2552) - นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันกองทุนประกันสังคมมีวงเงิน 5-6 แสนล้าน และมีผลการดำเนินการที่ค่อนข้างดี กำไรประมาณ 25,000 ล้านบาท ล่าสุดกำลังยกร่างขยายการประกันสังคมคุ้มครองไปถึงคู่สมรส และกำลังพิจารณาขยายการประกันสังคมไปสู่แรงงานนอกระบบที่มีอยู่ในประเทศไทยประมาณ 24 ล้านคน เพื่อให้มีหลักประกันด้านสวัสดิการหรือการประกันสังคมเช่นเดียวกับแรงงานในระบบ
เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (17 มิถุนายน 2552) - นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันกองทุนประกันสังคมมีวงเงิน 5-6 แสนล้าน และมีผลการดำเนินการที่ค่อนข้างดี กำไรประมาณ 25,000 ล้านบาท ล่าสุดกำลังยกร่างขยายการประกันสังคมคุ้มครองไปถึงคู่สมรส และกำลังพิจารณาขยายการประกันสังคมไปสู่แรงงานนอกระบบที่มีอยู่ในประเทศไทยประมาณ 24 ล้านคน เพื่อให้มีหลักประกันด้านสวัสดิการหรือการประกันสังคมเช่นเดียวกับแรงงานในระบบ
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่เสนอให้แรงงานนอกระบบ เข้าสู่ระบบประกันสังคม ก่อนหน้านี้ได้เปิดให้ผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 40 แต่ปัญหาคือผู้ประกันตนที่เป็นสมาชิกต้องจ่ายเงินค่ากองทุนปีละ 3,360 บาท นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิประโยชน์เพียง 3 กรณีเท่านั้น คือ 1.คลอดบุตร 2.ทุพพลภาพ และ 3.ตาย ซึ่งไม่จูงใจเหมือนกับแรงงานในระบบ ทำให้มีผู้สมัครเพียง 39 คนเท่านั้น
ดังนั้นล่าสุดเครือข่ายแรงงานนอกระบบมีข้อเรียกร้องว่า ต้องการเข้าสู่ระบบผ่านการประกันสังคม โดยให้รัฐบาลประเดิมจ่ายให้ก่อนในปีแรก 2,000 บาท ส่วนอีก 1 พันกว่าบาทจะเป็นผู้จ่ายเอง จากนั้นในปีถัดไปจะจ่ายเงินเองทั้งหมด พร้อมกับเพิ่มสิทธิประโยชน์อีก 2 ข้อ คือ กรณีขาดรายได้ทดแทน และกรณีชราภาพ ขณะนี้กระบวนการทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ยกร่างการแก้ไขระเบียบประกันสังคม
"จริงๆ แล้วผมเห็นว่า แม้คนกลุ่มนี้จะประกันตนโดยสมัครใจ รัฐบาลก็น่าจะออกเงินสมทบให้ ส่วนว่าจะเป็นจำนวนวงเงินจำนวนเท่าไหร่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากถ้าแก้ไขตรงนี้ได้ ข้อเสนอเรื่องเงินจำนวน 2,000 บาท ก็อาจจะนำมาช่วยแรงงานนอกระบบได้"
เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าแรงงานนอกระบบ 24 ล้านคนจะเข้ามาทั้งหมด หากรัฐบาลช่วยเขาในปีแรก 2,000 บาท แล้วขยายการคุ้มครองจาก 3 เป็น 5 กรณี ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่ดี เพราะเวลาอยู่นอกระบบ เวลา เจ็บป่วย เราใช้ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้ารักษาฟรีให้เขา แต่ถ้าเข้ามาอยู่ในระบบ การรักษาที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นก็สามารถใช้เงินกองทุนได้ ส่วนเรื่องชราภาพ เมื่ออายุ 60 ปี รัฐบาลจ่าย 500 บาท ก็นำเข้าสู่ ระบบได้
"ผมเห็นว่าเหมือนกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา ถ้าผมเป็นนักธุรกิจ ผมทำเลย แต่ตรงนี้เป็นระบบราชการ ก็ต้องทำเสนอทั้งข้อดี ข้อเสียให้รอบคอบ"
นายไพฑูรย์ยังกล่าวว่า การนำแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคมจะไม่เกิดความเสี่ยง เพราะในส่วนกองทุน 5 แสนล้านบาท มีการแบ่งสัดส่วนแยกชัดเจนอยู่แล้ว ฉะนั้นแรงงานนอกระบบทั้งหมดที่จะเข้ามาใหม่ 24 ล้านคน อาจจะทำให้มีเงินเพิ่มถึง 7 หมื่นล้านบาท สามารถคุ้มครองได้ทันที ทั้งนี้ได้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบไปแล้ว แต่จะมีการดำเนินการหรือไม่อย่างไร ต้องเป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะเรื่องขอเพิ่มสิทธิจาก 3 เป็น 5 กรณี และให้รัฐบาลประเดิมให้ก่อน 2,000 บาท กลุ่มแรงงานนอกระบบรู้สึกพอใจเพราะเขาเป็นผู้เสนอเอง ฉะนั้นต่อไปแรงงานนอกระบบจะเข้าสู่ระบบทั้งหมด
นายไพฑูรย์กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จากการดำเนินการในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ได้เข้าไปแก้ปัญหาแรงงานร่วมกับแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทย เพราะระหว่างเกิดวิกฤตว่างงาน ตกงาน ได้สั่งให้ชะลอการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวไว้ก่อน แต่จากการสำรวจสถานประกอบการ พบว่ายังมีอีกหลายแห่งต้องการแรงงานต่างด้าวเพิ่มประมาณ 4-5 แสนคน จึงขออนุมัติ ครม.ให้จดทะเบียน โดยเน้นเรื่องบุคคลที่มีอยู่จริง แต่จะจดทะเบียนเป็นครั้งสุดท้ายได้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553
แต่ในช่วงที่ผ่อนปรนมีการทำข้อตกลง MOU ระหว่าง 3 ประเทศข้างเคียง คือ ลาว กัมพูชา พม่า โดยจะสำรวจความต้องการที่ชัดเจนว่าแต่ละประเทศสามารถเข้ามาได้จำนวนเท่าไหร่ เมื่อทราบจำนวนที่แน่ชัดก็จะจัดโควตาให้ตามข้อมูลที่สำรวจ
"อย่างไรก็ตามก่อนจะไปถึงจุดนั้น มีข้อตกลงว่าต้องให้คนเหล่านี้พิสูจน์สัญชาติ แต่ถ้าเลยกำหนดวันที่ 28 ก็จะต้องจดทะเบียนให้ถูกต้อง ถ้าไม่จดก็จำเป็นต้องผลักดันออกหมด เพื่อจะได้ไม่มีข้อครหาว่าเราเอาเปรียบคนต่างด้าว ฉะนั้นคนเหล่านี้ก็ต้องได้ค่าแรงขั้นต่ำ เราจะจัดเป็นระบบให้มากขึ้น โดยจะให้เข้าสู่ระบบประกันสังคม ซึ่งขณะนี้ผมกำลังให้ยกร่างอยู่ แต่คงจะไม่เหมือนคนไทยทั้งหมด" รมว.แรงงานกล่าว
หางานออนไลน์บูม พุ่ง 5 แสนราย/เดือน เซลส์-ไอทียอดฮิต
เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (17 มิถุนายน 2552) - ธุรกิจจัดหางานออนไลน์ส้มหล่นวิกฤตแรงงาน จ็อบส์ดีบีระบุตัวเลขทะลุ 500,000 รายต่อเดือน ด้านจ็อบสตรีทฯจับมือสนุกดอทคอมโดดแย่งเค้กตลาดจัดหางานเมืองไทยมูลค่าเกือบพันล้าน คุยโตก้าวกระโดด 17 เท่าตัว หลังทดลองตลาดได้ 3 เดือน ส่วนไทยแพลเน็ตฯหั่นค่าบริการรักษาตลาด ระบุเซลส์และไอทียังเป็นที่ต้องการของตลาด
เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ (17 มิถุนายน 2552) - ธุรกิจจัดหางานออนไลน์ส้มหล่นวิกฤตแรงงาน จ็อบส์ดีบีระบุตัวเลขทะลุ 500,000 รายต่อเดือน ด้านจ็อบสตรีทฯจับมือสนุกดอทคอมโดดแย่งเค้กตลาดจัดหางานเมืองไทยมูลค่าเกือบพันล้าน คุยโตก้าวกระโดด 17 เท่าตัว หลังทดลองตลาดได้ 3 เดือน ส่วนไทยแพลเน็ตฯหั่นค่าบริการรักษาตลาด ระบุเซลส์และไอทียังเป็นที่ต้องการของตลาด
ผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจซึ่งมีผลต่อตลาดแรงงานโดยตรง บวกกับพฤติกรรมของผู้ที่ก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ๆ ที่คุ้นเคยกับระบบออนไลน์เป็นอย่างดี ส่งผลให้ธุรกิจจัดหางานออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด
สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานผลสำรวจประจำเดือนเมษายน 2552 ว่า มีผู้ว่างงาน 820,000 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 110,000 คน
นางสาธินี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางานจ็อบส์ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า นับจากเปิดธุรกิจจัดหางานออนไลน์ (JobsDB.com) ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2542 ถือว่าปีนี้เป็นปีที่มีคนหางานมาก โดยดูจากสถิติคนที่เข้ามาลงทะเบียนฝากประวัติไว้กับจ็อบส์ดีบีในช่วงที่ผ่านมาเฉลี่ยเดือนหนึ่งเกือบ 500,000 คน ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการที่คนไทยรู้จักใช้อินเทอร์เน็ตในการหางานมากขึ้นด้วยด้วยสภาพเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นระดับโลกหรือระดับประเทศที่อยู่ในภาวะการชะลอตัว ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบกับตลาดแรงงานอย่างมาก การแข่งขันจึง เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม เพราะคนต้องการงานจำนวนมาก แต่สถานประกอบการกลับลดจำนวนคนงานลง
สำหรับตำแหน่งงานที่ตลาดมีความต้องการสูง นางสาธินีระบุว่า ยังคงเป็นกลุ่มคนที่ทำงานด้านไอที พนักงานขาย ผู้จัดการโรงงานที่สามารถไปทำงานในต่างประเทศ เช่น ลาว เขมร จีน
"วันนี้เว็บไซต์จัดหางานเปิดกันเยอะมาก เพราะการทำเว็บไซต์นั้นง่าย แต่การบริหารจัดการ การบริการลูกค้าให้ดีมีคุณภาพไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากแหล่งงานไม่มีคุณภาพ ไม่มีบริการที่ต่อเนื่อง ผู้ใช้บริการเข้าไปครั้งเดียวก็เลิก"
ถึงจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น แต่นางสาธินีเชื่อว่าจ็อบส์ดีบีน่าจะยังรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้ในระดับเดิม เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพรีเมี่ยมที่ใช้บริการกันมานาน ดังนั้นกลยุทธ์การตลาดในปีนี้จึงเน้นรักษาฐานลูกค้ากลุ่มเดิมไว้ให้ได้ โดยมีการปรับปรุงเว็บไซต์ตลอดเวลา เพื่อให้คนที่เข้ามาใช้บริการได้รับความรู้ด้านอื่นๆ ด้วย เช่น มีบทความเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพของคนทำงาน หรือจัดเทรนนิ่งให้กับพนักงานของบริษัทลูกค้า
ด้านเว็บไซต์ชื่อดัง sanook.com ที่เพิ่งร่วมกับ JobStreet.com เปิดเว็บไซต์จัดหางานออนไลน์แห่งใหม่สำหรับลูกค้าในประเทศไทย นายต่อบุญ พ่วงมหา ประธานบริหาร บริษัท สนุกออนไลน์ จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากโอกาสการตลาดยังมีสูง จากตลาดโฆษณาย่อยรวม ซึ่งมีมูลค่าในปัจจุบัน 3,000 ล้านบาทต่อปี ในจำนวนนี้ 1 ใน 3 หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท เป็นโฆษณาจัดหางาน วันนี้ช่องทางออนไลน์ชิงส่วนแบ่งตลาดไปแล้วประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ ที่น่าสนใจคือ 3 ปีที่ผ่านมาตลาดเติบโตปีละมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ คาดว่ามีการเติบโตลักษณะนี้ไปอีก 3-5 ปีข้างหน้า
ขณะที่นายอีริค ซีโต ผู้จัดการทั่วไป ประเทศมาเลเซียและไทย จ็อบสตรีทดอทคอม กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจขาลงมีผลต่อความต้องการหางานเพิ่มขึ้น และต้องการเข้าถึงแหล่งงานคุณภาพที่ตอบโจทย์ความสะดวกและมีทางเลือกมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะเดียวกัน ผู้จ้างงานจะมองหาวิธีคัดสรรหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงกับงานมากที่สุด ผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายมากที่สุด
"หลังทดลองเปิดตลาดในช่วง 3 เดือน ที่ผ่านมา และปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับความต้องการ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากคนหางานเพิ่มขึ้นถึง 17 เท่าตัว จากผู้ที่มาลงทะเบียน 200 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มเป็น 3,665 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน เป็นเว็บไซต์จัดหางานที่โตเร็วที่สุดในประเทศไทย"
นางสาวจารุณี เมืองพระ ผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัท จัดหางานไทยแพลเน็ต เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดจัดหางานออนไลน์ ปีนี้มีการแข่งขันที่สูงขึ้น มีบริษัทในตลาดมากขึ้นทั้งของคนไทยเองและต่างชาติ แต่เนื่องจากธุรกิจต่างๆ ต้องการแรงงานน้อยลง ทำให้บริษัทจัดหางานออนไลน์พยายามปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาฐานส่วนแบ่งทางการตลาดของตัวเองให้ได้มากที่สุด ในส่วนของไทยแพลเน็ตฯได้ปรับลดค่าบริการให้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ เช่น เงินเดือน 10,000 บาท จะเก็บค่าบริการจากนายจ้างเพียง 25% เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการ ทำให้ที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ มากขึ้น จึงคาดว่าจะใช้แคมเปญนี้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ
โดยตำแหน่งงานที่ตลาดมีความต้องการมากที่สุดคือพนักงานขาย รองลงมาเป็นพนักงานออฟฟิศ เช่น ฝ่ายบุคคล ฝ่ายจัดซื้อ ส่วนคนที่มีความสามารถทางด้านภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน ตลาดก็ยังมีความต้องการอยู่มาก
เลิกจ้าง ครึ่งปีแรก 52 ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ฐานเศรษฐกิจ (18 มิถุนายน 2552) -สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด และกลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่(รวบรวมจากการรับแจ้งจากนายจ้าง/ลูกจ้าง) รายงานข้อมูลเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสถานการณ์การเลิกจ้างและแนวโน้มการถูกเลิกจ้างระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2551 - 5 มิถุนายน 2552 ระบุว่า มีสถานประกอบกิจการที่เลิกจ้าง 509 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 47,614 คน
ฐานเศรษฐกิจ (18 มิถุนายน 2552) -สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด และกลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่(รวบรวมจากการรับแจ้งจากนายจ้าง/ลูกจ้าง) รายงานข้อมูลเกี่ยวกับการเฝ้าระวังสถานการณ์การเลิกจ้างและแนวโน้มการถูกเลิกจ้างระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2551 - 5 มิถุนายน 2552 ระบุว่า มีสถานประกอบกิจการที่เลิกจ้าง 509 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 47,614 คน
รายงานระบุว่าหากพิจารณาข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 จนถึงปัจจุบัน พบว่า สถานการณ์การเลิกจ้างเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น คือ จำนวนลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากจำนวนเพิ่มขึ้นสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน 2551 จำนวน 22,226 คน
โดยข้อมูลสถานการณ์การเลิกจ้างของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ระหว่างเดือนมกราคม- ธันวาคม ปี 2551 พบว่า มีจำนวนผู้ถูกเลิกจ้างทั้งสิ้น 55,549 คน ขณะที่ระหว่างเดือนมกราคม 2552 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนผู้ถูกเลิกจ้างแล้วทั้งสิ้น 32,639 คน
ทั้งนี้ ประเภทกิจการที่มีการเลิกจ้างลูกจ้างสูงสุด 5 อันดับแรก คือ1.การผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีการเลิกจ้าง 84 แห่ง ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างจำนวน 17,759 คน 2.การผลิตยานยนต์ และอุปกรณ์ขนส่ง มีการเลิกจ้าง 52 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 10,785 คน 3.ผลิตสิ่งทอสิ่งถัก เครื่องแต่งกาย ฟอกหนังสัตว์ และรองเท้า มีการเลิกจ้าง 53 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 5,871 คน 4.การบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ และบริการทำบัญชี มีการเลิกจ้าง 42 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 3,314 คน และ 5. การผลิตเครื่องครัว เฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ มีการเลิกจ้าง 38 แห่ง ลูกจ้าง ถูกเลิกจ้าง 2,381 คน
สำหรับสาเหตุของการเลิกจ้างสูงสุด 5 อันดับแรก คือ 1.ประสบภาวะขาดทุน ขนาดสภาพคล่องทางการเงินจำนวน 84 แห่ง เลิกจ้างลูกจ้าง 2,381 คน 2. หมดสัญญา ยกเลิกสัมปทาน จำนวน 12 แห่ง เลิกจ้างลูกจ้าง 1,850 คน 3.การสั่งซื้อลดลง จำนวน 24 แห่ง เลิกจ้างลูกจ้าง 1,276 คน สาเหตุอื่นๆ เช่น หมดฤดูการผลิต สินค้าไม่ได้คุณภาพ 8 แห่ง เลิกจ้างลูกจ้าง 300 คน สุดท้าย คือ ขาดแคลนวัตถุดิบ จำนวน 1 แห่ง เลิกจ้างลูกจ้าง 124 คน
อย่างไรก็ตาม จากการเฝ้าระวังสถานประกอบกิจการที่มีแนวโน้มจะเลิกจ้างลูกจ้าง ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยพิจารณาจากสถานการณ์บ่งชี้ซึ่งทำให้คาดหมายได้ว่า อาจจะมีการเลิกจ้างถ้าปัญหาดังกล่าว ยังคงดำรงอยู่และนายจ้างไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยแนวโน้มการเลิกจ้างสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2551-5 มิถุนายน 2552 จำนวน 551 แห่ง ลูกจ้างทั้งหมด 220,937 คน มีแนวโน้มจะถูกเลิกจ้าง 39,895 คน ได้รับผลกระทบ 181,042 คน จำแนกเป็น ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2551 จำนวน 213 แห่ง มีแนวโน้มจะถูกเลิกจ้างจำนวน 7,251 คน ได้รับผลกระทบจำนวน 91,560 คน
ขณะที่ระหว่างเดือนมกราคม 2552 จนถึง 5 มิถุนายน 2552 จำนวน 338 แห่ง มีแนวโน้มจะถูกเลิกจ้างจำนวน 32,644 คน ได้รับผลกระทบจำนวน 89,482 คน รวมทั้งสองช่วงเวลาจำนวน 551 แห่ง มีแนวโน้มจะถูกเลิกจ้างจำนวน 39,895 คน และได้รับผลกระทบจำนวน 181,042 คน
กมธ.แรงงานสอบต่อทุจริตงบ สปส.
เดลินิวส์ (18 มิถุนายน 2552) -เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติให้เรื่อง กล่าวหานายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการทำสัญญาเช่าจัดหาและดำเนินการระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศแรงงานของ สปส. วงเงิน 2,894,136,000 บาท มีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ม.85 วรรค 2 และ ม.98 วรรค 2 และมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยนายสถาพรกล่าวว่า ป.ป.ช. ยังต้องสืบให้ลึกลงไป เพราะเชื่อว่าต้องมีเบื้องลึกและมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวแน่นอน ถ้าถูกตัดตอนแค่อดีตเลขาฯ สปส. เราคงไม่ยอม เพราะรู้ว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร ซึ่งตนจะนำขอสำนวนจาก ป.ป.ช. และนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมกรรมาธิการแรงงาน เพื่อสอบดูให้ลึกไปอีก
เดลินิวส์ (18 มิถุนายน 2552) -เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติให้เรื่อง กล่าวหานายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการทำสัญญาเช่าจัดหาและดำเนินการระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศแรงงานของ สปส. วงเงิน 2,894,136,000 บาท มีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ม.85 วรรค 2 และ ม.98 วรรค 2 และมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยนายสถาพรกล่าวว่า ป.ป.ช. ยังต้องสืบให้ลึกลงไป เพราะเชื่อว่าต้องมีเบื้องลึกและมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวแน่นอน ถ้าถูกตัดตอนแค่อดีตเลขาฯ สปส. เราคงไม่ยอม เพราะรู้ว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร ซึ่งตนจะนำขอสำนวนจาก ป.ป.ช. และนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมกรรมาธิการแรงงาน เพื่อสอบดูให้ลึกไปอีก
ขณะที่นายไพโรจน์ กล่าวว่า ตนยังไม่รู้รายละเอียดมติดังกล่าว เพราะขณะนี้เดินทางอยู่ต่างจังหวัด ต้องศึกษาการชี้มูลของ ป.ป.ช.ก่อนจากนั้นจึงจะชี้แจงได้ แต่ยืนยันว่า สิ่งที่ทำมาตลอดเป็นเรื่องโปร่งใส
ด้านนายชัยสิทธิ์ สุขสมบูรณ์ ประธานสหพันธ์แรงงานธนาคาร อดีตบอร์ด สปส. กล่าวว่า เรื่อง นี้ฝ่ายลูกจ้างไม่เห็นด้วยมาแต่ต้น แต่ข้าราชการชงเรื่องไปให้นักการเมืองซึ่งเป็นผู้สั่งการและเกิดปัญหาจนทุกวันนี้ ดังนั้นสมควรที่ฝ่ายการเมืองก็ต้องรับผิดชอบ
แรงงานไทยใน ตปท. รายได้ส่งกลับหดตัว
เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ (18 มิถุนายน 2552) - ปัญหาการว่างงานในหลายประเทศทั่วโลกก็ยังคงมีอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ภาวะดังกล่าวได้ส่งผลต่อเนื่องมายังไทย ผ่าน สถานการณ์แรงงานไทยในต่างประเทศ ตลอดจนรายได้ส่งกลับที่ยังคงอ่อนแอ โดยจากรายงานตัวเลขแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศตั้งแต่ต้นปี 2552 พบว่าจำนวนแรงงานที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศล่าสุดในเดือนเม.ย. 2552 อยู่ที่ 12,680 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 33.2% จากเดือนมี.ค. แต่ก็ยังคงหดตัว 13.2% จากเดือนเม.ย. 2551 แม้ว่าจะเป็นอัตราการหดตัวในขนาดที่ลดลงจาก 24.3% ของเดือน มี.ค.
เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ (18 มิถุนายน 2552) - ปัญหาการว่างงานในหลายประเทศทั่วโลกก็ยังคงมีอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ภาวะดังกล่าวได้ส่งผลต่อเนื่องมายังไทย ผ่าน สถานการณ์แรงงานไทยในต่างประเทศ ตลอดจนรายได้ส่งกลับที่ยังคงอ่อนแอ โดยจากรายงานตัวเลขแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศตั้งแต่ต้นปี 2552 พบว่าจำนวนแรงงานที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศล่าสุดในเดือนเม.ย. 2552 อยู่ที่ 12,680 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 33.2% จากเดือนมี.ค. แต่ก็ยังคงหดตัว 13.2% จากเดือนเม.ย. 2551 แม้ว่าจะเป็นอัตราการหดตัวในขนาดที่ลดลงจาก 24.3% ของเดือน มี.ค.
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นของตัวเลขแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศดังกล่าวอาจยังไม่สามารถใช้เป็นข้อสรุปได้ว่าสถานการณ์แรงงานไทยในต่างประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้นแล้ว เนื่องจากประการแรก การเพิ่มขึ้นของจำนวนแรงงานจากเดือนก่อนหน้า อาจได้รับอิทธิพลด้านฤดูกาลที่จำนวนแรงงานในเดือน เม.ย. มักสูงกว่าเดือนมี.ค. เป็นส่วนใหญ่
ประการที่สอง อัตราการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าของจำนวนแรงงานมีความผันผวนสูง ขณะที่การปรับผลกระทบจากปัจจัยด้านฤดูกาลด้วยค่าเฉลี่ย 3 เดือนย้อนหลังในเดือนเม.ย.นั้น เพิ่งจะปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนแรกในรอบ 4 เดือน โดยหดตัว 14.2% เทียบกับ 18.6% ในเดือนมี.ค.
ดังนั้น จึงอาจยังเป็นการเร็วเกินไปที่จะมั่นใจว่าสถานการณ์ แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศถึงจุดต่ำสุดแล้ว จนกว่าทิศทางการฟื้นตัวดังกล่าวจะปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนถัดๆ ไป สำหรับในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2552 นี้ จำนวนแรงงานไทยที่ เดินทางไปทำงานในต่างประเทศยังคงหดตัวสูงถึง 17.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เทียบกับที่หดตัว 0.1% ในปี 2551
นอกจากนี้ รายได้ส่งกลับของแรงงานไทยทั้งหมดในต่างประเทศประจำเดือนเม.ย. 2552 ก็กลับมาถดถอยลง โดยมีอัตราการหดตัว ที่สูงขึ้นจาก 4.4% ในเดือนมี.ค. มาที่ 13.4% (โดยมีเงินส่งกลับ ทั้งสิ้น 4,600 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่มีจำนวน 4,970 ล้านบาท) หลังจากที่สถานการณ์รายได้ส่งกลับดังกล่าวฟื้นตัวขึ้นชั่วคราวโดยบันทึกอัตราการหดตัวที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าในเดือนมี.ค.
ทั้งนี้ การชะลอตัวของรายได้ส่งกลับดังกล่าวมีส่วนส่งผลให้ใน ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2552 นี้ รายได้ส่งกลับมีจำนวน 18,417 ล้านบาท ลดลง 11.7% จากปีก่อน เทียบกับที่เติบโตถึง 11.9% ในปี 2551 หรือคิดเป็นเงินที่หายไปประมาณ 2,400 ล้านบาท
แนวโน้มแรงงานไทยในต่างประเทศช่วงที่เหลือของปี 2552 ยังคงเปราะบาง โดยอาจได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยเสี่ยงดัง ต่อไปนี้
เศรษฐกิจของประเทศปลายทางที่แรงงานไทยนิยมเดินทาง ไปทำงาน แม้แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นจะเริ่มมีสัญญาณบวกจากการปรับตัวดีขึ้นของเครื่องชี้เศรษฐกิจบางส่วน แต่อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไต้หวัน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ซึ่งเป็น 3 ประเทศแรกที่แรงงานไทยนิยมเดินทางไปทำงาน ล่าสุดทั้งจากเครื่องชี้เศรษฐกิจในเดือนเม.ย. 2552 และจากมุมมองของนักวิเคราะห์ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ บ่งชี้ถึงสัญญาณการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยจะเห็นได้จากดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนเม.ย. 2552 ของทั้งสามประเทศที่หดตัวน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้วประเทศปลายทางดังกล่าวก็ยังมีอัตราการว่างงานอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง โดย ประเทศไต้หวันมีอัตราการว่างงานในเดือนเม.ย. พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุด ที่ 5.77% เทียบกับ 5.63% และ 5.72% ในเดือนก.พ. และ มี.ค. ตามลำดับ
อีกทั้งยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 5% ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551 ขณะที่ในประเทศเกาหลีใต้เองก็มีอัตราการว่างงานทรงตัวอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับ 4% ในเดือนเม.ย. ส่วนในประเทศสิงคโปร์ อัตราการว่างงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 2.4% ตั้งแต่ไตรมาส 4/2551 พุ่งขึ้นสู่ 4.8% ในไตรมาส 1/2552
ทั้งนี้ การปรับตัวเลขคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจแม้จะดูดีขึ้น แต่ก็คาดว่าเศรษฐกิจคงต้องใช้เวลาในการดูดซับกำลังการผลิต ส่วนเกิน และแรงงานที่ว่างงานอีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งในระหว่างนี้ อาจทำให้ความต้องการแรงงานจากต่างประเทศ รวมทั้งแรงงานไทยชะลอตัว
การแข่งขันกับแรงงานต่างประเทศอื่นๆ ทั้งนี้นับวันตลาดแรงงานในต่างประเทศที่แรงงานไทยเคยเข้าไปมีบทบาทสำคัญและมีจำนวนมากนั้น เริ่มถูกทดแทนจากแรงงานต่างชาติอื่นๆ โดยเฉพาะจากประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำกว่าไทยหรือต่ำกว่าประเทศปลายทางที่ไปทำงาน ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันมีคนงานไทยลดลงเพราะถูกทดแทนด้วยแรงงานต่างชาติอื่นๆ อาทิ เวียดนาม ที่ยอมรับค่าแรงงานต่ำกว่า ขณะที่นายจ้างก็ย่อมต้องการแรงงานที่มีราคาถูกกว่าหากมีฝีมือและมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่แม้อัตราการตายจากโรคดังกล่าวจะน้อยกว่าหากเทียบกับโรคซาร์ส (SARS) ในปี 2546 ที่มีส่วนทำให้แรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศลดลงมากในช่วงนั้น โดยลดลงถึง 8.1% เหลือเพียง 147,769 คน เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีแรงงานได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศสูงถึง 160,807 คน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสถานการณ์การแพร่ระบาดที่มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อในอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้องค์การอนามัยโลก หรือฮู ได้ยกระดับการเตือนภัยและเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จากระดับ 5 เป็นระดับ 6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และหากสถานการณ์การแพร่ระบาดมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นก็อาจจะมีผลต่อการเดินทาง การเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกประเทศได้
บางกอกโซลาร์ทยอยโละคนงาน
เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ (18 มิถุนายน 2552) -บางกอกโซลาร์ ทยอยปลดคนงานสายผลิตหลังพิษเศรษฐกิจโลกพ่นพิษไม่หยุด พนักงานบริษัท บางกอกโซลาร์ แผนกผลิตเซลล์แสงอาทิตย์หรือแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อส่งออกทั่วโลก ตั้งอยู่ ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 200 คนจากทั้งหมด 700 คน เดินทางมารับเงินค่าแรงงวดสุดท้ายพร้อมค่าชดเชยการบอกเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน เนื่องจากยอดสั่งซื้อลดลงต่อเนื่อง
เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ (18 มิถุนายน 2552) -บางกอกโซลาร์ ทยอยปลดคนงานสายผลิตหลังพิษเศรษฐกิจโลกพ่นพิษไม่หยุด พนักงานบริษัท บางกอกโซลาร์ แผนกผลิตเซลล์แสงอาทิตย์หรือแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อส่งออกทั่วโลก ตั้งอยู่ ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 200 คนจากทั้งหมด 700 คน เดินทางมารับเงินค่าแรงงวดสุดท้ายพร้อมค่าชดเชยการบอกเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน เนื่องจากยอดสั่งซื้อลดลงต่อเนื่อง
ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวอยู่ในกลุ่มของเครือบริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล ผู้ผลิตสายไฟฟ้าชื่อดัง และโรงงานที่ พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ อดีตรมว.พลังงาน เข้ามาศึกษาดูงานและชื่นชมว่าเป็นบริษัทตัวอย่างที่เสาะหาพลังงานทางเลือกใหม่ เมื่อปีที่ผ่านมา
สำหรับโรงงานแห่งนี้มีเป้าหมายที่จะนำพลังงานทางเลือกใหม่มาใช้ ระหว่างปี 2551-2554 ให้มีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนจากเดิม 8% เป็น 11.5% ของการใช้พลังงาน ทั้งหมด โดยจะใช้พลังงานจาก แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าให้ได้มากถึง 45 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังส่งเสริม การลงทุน และเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบอีกด้วย
สหภาพฯ กฟน.คัดค้านการจ้างผู้บริหารเดิมต่อ
พิมพ์ไทย (18 มิถุนายน 2552) -นายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง (สร.กฟน.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา สหภาพแรงงานฯ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยมีนายอุกฤษฏ์ ภักดีวนิช หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน เป็นผู้รับหนังสือแทน
พิมพ์ไทย (18 มิถุนายน 2552) -นายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง (สร.กฟน.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา สหภาพแรงงานฯ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยมีนายอุกฤษฏ์ ภักดีวนิช หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน เป็นผู้รับหนังสือแทน
นายเพียร กล่าวต่อว่า ตามที่คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวงจะจ้างผู้บริหารเดิมต่อ หลังจากครบกำหนดเวลาตามสัญญาจ้าง เพราะเห็นว่าผู้บริหารเดิมทำงานดีมีประสิทธิภาพ และการจ้างผู้บริหารเดิม จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งแก่รัฐวิสาหกิจ ทางสหภาพแรงงานฯ ขอแจ้งว่า ตามหนังสือที่อ้างถึง สภฟ.084/2552 ลว.ขอให้มีการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของการไฟฟ้านครหลวง โดยสหภาพแรงงานฯ ได้ยื่นหนังสือฉบับดังกล่าวต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และอยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบรายละเอียด
ซึ่งทางสหภาพแรงงานฯ พิจารณาการบริหารงานที่ผ่านมา พบว่ามีปัญหาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างในหลายโครงการ เช่น การจัดซื้อที่ดิน การจัดซื้ออุปกรณ์ที่มีมาตรฐานต่ำ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่รัฐวิสาหกิจ และผู้บริหารละเลยไม่สร้างสรรค์แรงงานสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างภายในองค์กร
นายเพียร กล่าวเพิ่มติมว่า ปัจจุบันการไฟฟ้านครหลวงต้องใช้อุปกรณ์มาตรฐานต่ำ ทำให้พนักงานของการไฟฟ้านครหลวงประสบเหตุอันตรายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากตัวกะพิกที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างหม้อแปลงเข้าบ้านเรือนหรืออาคารสถานที่ต่างๆ ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวงและประชาชนได้รับอันตรายจากตัวกะพิกระเบิด
เปิดตัว แบรนด์สินค้าตัวใหม่ให้คนตกงาน นำไปประกอบอาชีพ
บ้านเมือง (18 มิถุนายน 2552) -นายพิชัย เอกพิทักษ์ดำรง อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน โดยกองส่งเสริมการมีงานทำได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ "ร่วมใจสร้างแบรนด์ ร่วมแรงสร้างอาชีพ" กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสมาคมแฟรนไชส์ไทย โดยผู้บริหารหน่วยงานทั้งสาม ได้ลงนามร่วมกันไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2552 ที่กระทรวงแรงงาน วัตถุประสงค์เพื่อสร้างอาชีพที่มีประสิทธิภาพอย่างครบวงจร แตกต่างจากรูปแบบเดิม ๆ ด้วยการสร้างเครื่องหมายการค้า (Brand) ให้ผู้ผ่านการอบรมอาชีพนำไปประกอบอาชีพ โดยสามารถวัดความสำเร็จได้อย่างแท้จริงด้วยจำนวนของผู้ที่เปิดธุรกิจเป็นของตนเอง อีกทั้งยังติดตามผล และให้คำปรึกษาทั้งทางด้านการประกอบธุรกิจและเทคนิคทางด้านอาชีพอย่างต่อเนื่อง
บ้านเมือง (18 มิถุนายน 2552) -นายพิชัย เอกพิทักษ์ดำรง อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน โดยกองส่งเสริมการมีงานทำได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ "ร่วมใจสร้างแบรนด์ ร่วมแรงสร้างอาชีพ" กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสมาคมแฟรนไชส์ไทย โดยผู้บริหารหน่วยงานทั้งสาม ได้ลงนามร่วมกันไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2552 ที่กระทรวงแรงงาน วัตถุประสงค์เพื่อสร้างอาชีพที่มีประสิทธิภาพอย่างครบวงจร แตกต่างจากรูปแบบเดิม ๆ ด้วยการสร้างเครื่องหมายการค้า (Brand) ให้ผู้ผ่านการอบรมอาชีพนำไปประกอบอาชีพ โดยสามารถวัดความสำเร็จได้อย่างแท้จริงด้วยจำนวนของผู้ที่เปิดธุรกิจเป็นของตนเอง อีกทั้งยังติดตามผล และให้คำปรึกษาทั้งทางด้านการประกอบธุรกิจและเทคนิคทางด้านอาชีพอย่างต่อเนื่อง
โครงการดังกล่าว จะเปิดตัวในวันที่ 19 มิถุนายน 2552 ภายในบริเวณกระทรวงแรงงาน เขตดินแดง กรุงเทพฯ ซึ่งมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ การแข่งขันชิงรางวัลอุปกรณ์ประกอบอาชีพครบชุด การรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการและรับคำร้องขอสินเชื่อ การสาธิตอาชีพอิสระที่น่าสนใจ จำนวน 10 อาชีพ การจัดงานนัดพบแรงงานและงาน Part-time สำหรับนักเรียน นักศึกษา ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพครบชุด รวมทั้งความรู้และเทคนิคที่ใช้ในการประกอบอาชีพ โดยใช้เงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 35,000 บาท ซึ่งผู้ไม่มีเงินทุนก็สามารถยื่นขอกู้ฯ ได้ภายในงานดังกล่าว
รถตู้ขนแรงงานเถื่อนเขมรแหกด่านพลิกคว่ำเจ็บ 18
เว็บไซต์ไทยรัฐ (18 มิถุนายน 2552) - เมื่อกลางดึกวานนี้ (17 มิ.ย.) ตำรวจ สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม รับแจ้งอุบัติเหตุรถตู้พลิกคว่ำบริเวณโค้งดอนซาก ถ.มาลัยแมน หมู่ 7 ต.วังน้ำเขียว มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรุดไปตรวจสอบ พบรถตู้โตโยต้าสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮค 7358 กทม. พลิกตะแคงอยู่ไหล่ทาง ภายในรถและรอบๆ มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังระงม พบว่ามีผู้บาดเจ็บ 18 คน เป็นชาย 14 คน หญิง 4 คน จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลกำแพงแสน
เว็บไซต์ไทยรัฐ (18 มิถุนายน 2552) - เมื่อกลางดึกวานนี้ (17 มิ.ย.) ตำรวจ สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม รับแจ้งอุบัติเหตุรถตู้พลิกคว่ำบริเวณโค้งดอนซาก ถ.มาลัยแมน หมู่ 7 ต.วังน้ำเขียว มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรุดไปตรวจสอบ พบรถตู้โตโยต้าสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮค 7358 กทม. พลิกตะแคงอยู่ไหล่ทาง ภายในรถและรอบๆ มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังระงม พบว่ามีผู้บาดเจ็บ 18 คน เป็นชาย 14 คน หญิง 4 คน จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลกำแพงแสน
จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้บาดเจ็บทั้งหมดเป็นชาวเขมร แต่ไม่พบตัวคนขับรถที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้ โดยชาวเขมรทั้งหมดเดินทางมาจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา มาทาง จ.สระแก้ว จะไปทำไร่สับปะรดที่ จ.กาญจนบุรี จำนวน 20 คน ขณะกำลังชุลมุนบางคนก็วิ่งหนีไป อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเกิดเหตุพลิกคว่ำ ทาง สภ.เมืองนครปฐม ได้วิทยุแจ้งว่ามีรถตู้หลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งหน้ามา อ.กำแพงแสน ด้วยความเร็วจนเกิดเสียหลักพลิกจนมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งจะได้ติดตามคนขับมาดำเนินคดีต่อไป
ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ (18 มิ.ย.) ตำรวจ สภ.บางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม รับแจ้งมีคนนอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนสุชาติพัฒนา สายบางเลน-บางหลวง หมู่ 6 ต.บางหลวง ตรวจสอบพบศพนายวิฑูรย์ จูงใจ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 3 ต.บางหลวง ไม่พบบาดแผลร่องรอยถูกทำร้าย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ สอบสวนทราบว่าผู้ตายมาซื้อน้ำเต้าหู้จะกลับบ้านระหว่างทางโรคกรดไหลย้อนกำเริบจนเสียชีวิต
สภาเร่งเจรจาส่งแรงงานไทยไปสวีเดน พร้อมนำแพทย์เฉพาะทางร่วมโกยเงิน
แนวหน้า (19 มิถุนายน 2552) - นายกิตพล เชิดชูกิจกุล ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าความร่วมมือโครงการส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุไปยังราชอาณาจักรสวีเดนและนอร์เวย์ ว่า หลังจากได้เจรจาความร่วมมือกับเทศบาลเมืองในสวีเดนและนอร์เวย์เมื่อครั้งเดินทางไปลงนามเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับสภาเทศบาลในเดือนพฤษภา 2552 นั้น ตัวแทนสภาสวีเดนได้ส่งข้อเสนอในรายละเอียดให้สภากทม.พิจารณาซึ่งมีหลายข้อที่ ได้ต่อรองให้ปรับแก้ไขเพื่อประโยชน์ของผู้เข้าร่วมโครงการโดยสภาสวีเดนได้รับข้อเสนอกลับไปพิจารณา ซึ่งสภากทม.จะเดินทางไปสวีเดนเพื่อติดตามเร่งรัดผลการหารืออีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2552 นี้ รวมทั้งจะได้เจรจากับเดนมาร์คที่ให้ความสนใจติดต่อสภากทม.มาก่อนหน้านี้ด้วย หากได้ข้อยุติจะประกาศให้ประชาชนได้ทราบอีกครั้ง โดยจะเร่งรัดให้เริ่มโครงการได้ในปี 2553 พร้อมกันนี้จะนำทีมแพทย์ของกทม.ไปศึกษาการแพทย์ด้านการผ่าหัวเข่าที่สวีเดนให้ความสนใจ และจะได้เจรจาเรื่องการส่งบุคคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางไปทำงานด้วยเพราะค่าตอบแทนสำหรับแพทย์ที่นั่นสูงถึง 260,000 บาท ซึ่งน่าจะเป็นการช่วยเหลือบุคลากรในองค์กรได้
แนวหน้า (19 มิถุนายน 2552) - นายกิตพล เชิดชูกิจกุล ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความคืบหน้าความร่วมมือโครงการส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุไปยังราชอาณาจักรสวีเดนและนอร์เวย์ ว่า หลังจากได้เจรจาความร่วมมือกับเทศบาลเมืองในสวีเดนและนอร์เวย์เมื่อครั้งเดินทางไปลงนามเป็นบ้านพี่เมืองน้องกับสภาเทศบาลในเดือนพฤษภา 2552 นั้น ตัวแทนสภาสวีเดนได้ส่งข้อเสนอในรายละเอียดให้สภากทม.พิจารณาซึ่งมีหลายข้อที่ ได้ต่อรองให้ปรับแก้ไขเพื่อประโยชน์ของผู้เข้าร่วมโครงการโดยสภาสวีเดนได้รับข้อเสนอกลับไปพิจารณา ซึ่งสภากทม.จะเดินทางไปสวีเดนเพื่อติดตามเร่งรัดผลการหารืออีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2552 นี้ รวมทั้งจะได้เจรจากับเดนมาร์คที่ให้ความสนใจติดต่อสภากทม.มาก่อนหน้านี้ด้วย หากได้ข้อยุติจะประกาศให้ประชาชนได้ทราบอีกครั้ง โดยจะเร่งรัดให้เริ่มโครงการได้ในปี 2553 พร้อมกันนี้จะนำทีมแพทย์ของกทม.ไปศึกษาการแพทย์ด้านการผ่าหัวเข่าที่สวีเดนให้ความสนใจ และจะได้เจรจาเรื่องการส่งบุคคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางไปทำงานด้วยเพราะค่าตอบแทนสำหรับแพทย์ที่นั่นสูงถึง 260,000 บาท ซึ่งน่าจะเป็นการช่วยเหลือบุคลากรในองค์กรได้
นายกิตพล กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดที่สภาสวีเดนได้เสนอนั้น จะเริ่มระยะแรกโดยรับผู้ผ่านการคัดเลือก จำนวน 60 คน เข้ารับการฝึกอบรมก่อนปฏิบัติงานจริง ที่ มณฑลแจมท์แลนด์ สวีเดน ซึ่งเราได้ต่อรองขอปรับลดระยะเวลาในการอบรมจากที่กำหนด 1 ปี เหลือเป็นหลักสูตรเร่งรัด 3 เดือน โดยจะคัดเลือกบุคคลที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ หรือผู้มีประสบการณ์ก่อน อบรมเพิ่มเติมเฉพาะความรู้การพยาบาล และภาษาที่จำเป็นต้องใช้ เช่น ภาษาสวีเดน นอร์เวย์ และเรียนรู้วัฒนธรรมชีวิตความเป็นอยู่ซึ่งไม่น่าจะใช้เวลานานถึง 1 ปี นอกจากนี้ยังขอลดระยะเวลาทดลองงานจาก 6 เดือน เป็น 3 เดือนและให้จ่ายค่าตอบแทนครึ่งหนึ่งของเงินเดือนด้วย
ส่วนค่าใช้จ่ายเรื่องที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าตั๋วเครื่องบินสวีเดนจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ยกเว้นตั๋วเครื่องบินขากลับในกรณีที่ทำงานไม่ครบตามสัญญา 1 ปี หรือทำให้เกิดความเสียหาย จะไม่ดูแล สำหรับสัญญาข้อตกลงเข้าทำงานเป็นพนักงานชั่วคราว 1 ปี จากนั้นจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำมีสิทธิและสวัสดิการเทียบเท่าคนในประเทศสวีเดนยกเว้นสิทธิการเลือกตั้ง ส่วนอัตราเงินเดือนอยู่ระหว่างประมาณ 16,000 สวีดิชโครน หรือประมาณ 70,000-80,000 บาท
“เราไม่ใช่บริษัทจัดหางาน สภากทม.มีโครงการบ้านพี่เมืองน้องที่แลกเปลี่ยนด้านการศึกษาวัฒนธรรมอยู่แล้ว จึงได้ริเริ่มทำโครงการส่งแรงงานไทยไปทำงานที่ต่างประเทศด้วยเพราะเห็นว่ามีประโยชน์กับทั้งสองประเทศ และยังมีประเทศในแถบสแกนดิเนเวียอีกหลายประเทศที่มีความต้องการในเรื่องเดียวกันให้ความสนใจขอร่วมทำโครงการด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่จะเป็นการเปิดตลาดแรงงานในต่างประเทศช่วยเหลือผู้ว่างงานที่มีอยู่จำนวนมากในขณะนี้ เราจึงต้องเร่งดำเนินการนำร่องกับสวีเดนให้สำเร็จเพื่อขยายผลต่อไปยังประเทศอื่นได้” ประธานสภากทม.กล่าว
เทสโก้รับคนว่างงาน 4,000 อัตรา เผยทุ่ม 7 พันล.คาดครึ่งปีนี้ดีขึ้น
พิมพ์ไทย (19 มิถุนายน 2552) - นายสตีฟ แมเม็ทท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหาร"เทสโกโลตัส" เปิดเผยว่า ผลจากวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมานี้ทำให้บริษัทต้องมีความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น ทั้งการขยายสาขาใหม่ๆ การจัดกิจกรรม รวมไปถึงการทำตลาดโปรโมชันต่างๆ ที่ต้องให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น
พิมพ์ไทย (19 มิถุนายน 2552) - นายสตีฟ แมเม็ทท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหาร"เทสโกโลตัส" เปิดเผยว่า ผลจากวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมานี้ทำให้บริษัทต้องมีความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น ทั้งการขยายสาขาใหม่ๆ การจัดกิจกรรม รวมไปถึงการทำตลาดโปรโมชันต่างๆ ที่ต้องให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่า ในครี่งปีหลังนี้ ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะค้าปลีก เช่นเดียวกับแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลกที่จะดีขึ้น แต่ก็อาจจะมีบางธุรกิจที่ยังไม่ดี
ส่วนการลงทุนปีนี้ (รอบปีบัญชีธุรกิจระหว่างเดือนมี.ค.2552-กพ.2553) บริษัทยังคงมีนโยบายการลงทุนต่อเนื่อง ด้วยงบประมาณ 7,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุนเท่ากับปีบัญชีที่ผ่านมา ทั้งนี้ จะมีการขยายสาขาขนาดใหญ่ประมาณ 5-6 แห่ง ขยายสาขาเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรสไม่ต่ำกว่า 40 สาขา รวมมากกว่า 46 สาขา และจะมีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 4,000 อัตรา จากปัจจุบันที่มีประมาณ 36,000 อัตรา
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯมีสาขาในไทยแล้วจำนวนมากกว่า 560 สาขาทั่วประเทศ แบ่งออกเป็นรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต 80 แห่ง และที่เหลือ 480 แห่ง เป็นรูปแบบเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส และเทสโก้ แวลลู รวมกัน
"จากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกนี้ บริษัทกลับมองเห็นเป็นโอกาสของการดำเนินสิ่งที่ดีอยู่แล้วภายในองค์กรให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ทั้ง 3 ส่วนหลัก คือ 1.กลุ่มผู้จัดหาสินค้า หรือซัปพลายเออร์ 2.กลุ่มลูกค้า และ 3.กลุ่มพนักงานซึ่งโดยส่วนตัวแล้วมองว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่มีสัญญาณเป็นบวกของเศรษฐกิจเกิดขึ้น แต่ก็เชื่อว่าจะไม่มีอะไรเลวร้ายหรือแย่ไปกว่านี้แล้ว" นายสตีฟ กล่าว
แจ้งจับพี่ชาย'จักรพันธ์' ร่วมแก๊งต้มส่งแรงงาน ไปทำงานไร่องุ่นที่สหรัฐ
เว็บไซต์ไทยรัฐ (19 มิถุนายน 2552) - ชาวบ้านแจ้งจับพี่ "จักรพันธ์ ยมจินดา" ตุ๋นไปทำงานต่างประเทศรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. นายชานนท์ นาคประวิต อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ 8 ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี พร้อมพวกรวม 10 คน เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ บุญโชติ สารวัตรเวร สภ.เมืองอุดรธานี ขอให้ดำเนินคดีกับนายสุธชา ยมจินดา อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/3งซอยลาดพร้าว 23 เขตจตุจักร กทม. พี่ชายนายจักรพันธ์ ยมจินดา อดีต ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และผู้ประกาศข่าวชื่อดัง และนายเดวิด หยาง ชาวอเมริกัน เชื้อชาติลาว ในข้อหาหลอกลวงจัดส่งไปทำงานในไร่องุ่นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ทำให้มีผู้เสียสูญเงินไปคนละ 40,000-50,000 บาท
เว็บไซต์ไทยรัฐ (19 มิถุนายน 2552) - ชาวบ้านแจ้งจับพี่ "จักรพันธ์ ยมจินดา" ตุ๋นไปทำงานต่างประเทศรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. นายชานนท์ นาคประวิต อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ 8 ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี พร้อมพวกรวม 10 คน เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ บุญโชติ สารวัตรเวร สภ.เมืองอุดรธานี ขอให้ดำเนินคดีกับนายสุธชา ยมจินดา อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/3งซอยลาดพร้าว 23 เขตจตุจักร กทม. พี่ชายนายจักรพันธ์ ยมจินดา อดีต ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และผู้ประกาศข่าวชื่อดัง และนายเดวิด หยาง ชาวอเมริกัน เชื้อชาติลาว ในข้อหาหลอกลวงจัดส่งไปทำงานในไร่องุ่นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ทำให้มีผู้เสียสูญเงินไปคนละ 40,000-50,000 บาท
นายชานนท์กับพวกให้การว่า เมื่อต้นเดือน มิ.ย. 2551 ได้เดินทางไปหาตำแหน่งงานที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดอุดรธานี ได้พบชายคนหนึ่งแนะนำว่า ถ้าต้องการไปทำงานอเมริกา ให้ติดต่อไปตามหมายเลขโทรศัพท์ที่มอบให้ เมื่อติดต่อไปตามเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวพบว่านายสุธชาเป็นคนรับสาย นัดหมายให้ไปพบที่กรุงเทพฯ โดยให้เข้าพักที่โรงแรมวอชิงตัน ย่านสะพานควาย
ผู้เสียหายให้การอีกว่า เมื่อเดินทางไปตามนัดก็ได้พบกับนายสุธชาและคนหางานอีกหลายคน โดยนายสุธชาแนะนำตัวว่าเป็นพี่ชายของนายจักรพันธ์ ยมจินดา มีตำแหน่งงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจริงๆ โดยบอกว่าเป็นงานในไร่องุ่นของคนลาวที่อพยพไปตั้งรกรากที่อเมริกานานแล้ว เจ้าของไร่ชื่อนายเดวิด หยาง ถือสัญชาติอเมริกัน และจะเดินทางมาพบกับคนงานเอง หากต้องการเดินทางไปทำงานจะต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 250,000 บาท โดยจะได้รับสัญญาจ้าง 1 ปี 10 เดือน ทำงานสัปดาห์ละ 6 วันวันละ 8 ชั่วโมง ค่าจ้างชั่วโมงละ 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่รวมค่าล่วงเวลา และยังมีสวัสดิการให้ด้วย
นายชานนท์ให้การอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2551 นายเดวิดเดินทางมาพบพวกตน โดยมีการจัดต้อนรับและฟังคำชี้แจงของนายสุธชาและนายเดวิด ที่โรงแรมเอ็นบี. ถนนนิตโย อ.เมืองอุดรธานี ทำให้พวกตนหลงเชื่อวางเงินมัดจำคนละ 4-5 หมื่นบาท หลังจากนั้นทั้งคู่ก็บ่ายเบี่ยงอ้างเหตุผลต่างๆนานา ว่ายังไม่สามารถพาไปทำงานตามที่ตกลงไว้ได้ ทำให้บรรดาคนหางานไม่ยอมจ่ายเงินเพิ่ม สุดท้ายก็ติดต่อขอเงินคืน แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินคืน จากนั้นไม่สามารถติดต่อทั้งคู่ได้อีกเลย จึงมาแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีดังกล่าว
ทางด้าน พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ บุญโชติ สารวัตรเจ้าของคดี กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายสุธชา ผู้ต้องหา เป็นพี่ชายของนายจักรพันธ์ ยมจินดา อดีต ส.ส. และผู้ประกาศข่าวชื่อดังจริง และมีหลักฐานเพียงพอที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับ และจากคำให้การอาจจะมีผู้หลงเป็นเหยื่อในหลายจังหวัด ซึ่งที่ผ่านมาในจังหวัดอุดรธานี มีคนตกเป็นเหยื่อแก๊งตุ๋นไปทำงานต่างประเทศเข้าแจ้งความเกือบทุกวัน โดยผู้ถูกกล่าวหามีทั้งบริษัทจัดหางานตามกฎหมาย นิติบุคคลที่แอบแฝงจัดหางาน และบุคคลทั่วไป มูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท สาเหตุเนื่องจากทั้งหมดไม่ค่อยเชื่อหน่วยงานจัดหางานของทางราชการ แต่เชื่อคนจัดส่ง ที่พูดถึงกันปากต่อปาก จากการจัดฉากให้สมจริง ยิ่งเป็นคนมีชื่อเสียงก็จะเชื่อมากเป็นพิเศษ ทำให้มีคนหางานตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก
บุกโรงงานเย็บผ้ารวบต่างด้าว
เว็บไซต์มติชน (19 มิถุนายน 2552) -เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ต.ท.พรรณศักดิ์ วรวิบูลย์สวัสดิ สว.สส.ศตม.ภ.กลาง ร.ต.ท.เกษม วิสาปา รอง สว. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นำกำลังตรวจค้นโรงงานเย็บเสื้อผ้า บริษัทชาลอม จำกัด เลขที่ 100/2 หมู่ที่ 3 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จับกุมแรงงานต่างด้าวชาวพม่า 94 คน และควบคุมนายชวนัชย์ ชลเกตุ อายุ 37 ปี นายจ้าง แจ้งข้อหาให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพักอาศัย และรับบุคคลต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต สอบสวนทราบว่า โรงงานดังกล่าวใช้แรงงานต่างด้าวทำมานานประมาณ 7 เดือน ได้ค่าจ้างวันละ 203 บาท เบื้องต้นจึงควบคุมและเตรียมผลักดันกลับประเทศ
เว็บไซต์มติชน (19 มิถุนายน 2552) -เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ต.ท.พรรณศักดิ์ วรวิบูลย์สวัสดิ สว.สส.ศตม.ภ.กลาง ร.ต.ท.เกษม วิสาปา รอง สว. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นำกำลังตรวจค้นโรงงานเย็บเสื้อผ้า บริษัทชาลอม จำกัด เลขที่ 100/2 หมู่ที่ 3 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จับกุมแรงงานต่างด้าวชาวพม่า 94 คน และควบคุมนายชวนัชย์ ชลเกตุ อายุ 37 ปี นายจ้าง แจ้งข้อหาให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพักอาศัย และรับบุคคลต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต สอบสวนทราบว่า โรงงานดังกล่าวใช้แรงงานต่างด้าวทำมานานประมาณ 7 เดือน ได้ค่าจ้างวันละ 203 บาท เบื้องต้นจึงควบคุมและเตรียมผลักดันกลับประเทศ
อดีต ส.ส.ทรท.ปัดเอี่ยวผู้ต้องหาคดีลวงแรงงานไปต่างประเทศ
เว็บไซต์แนวหน้า (19 มิถุนายน 2552) -ที่รัฐสภา นายจักรพันธ์ ยมจินดา อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย แถลงข่าวปฏิเสธกรณีที่มีหนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงข่าวว่านายสุธชา ยมจินดา มีความเกี่ยวข้องเป็นน้องชายของตน ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาหลอกลวงแรงงานไปทำงานยังต่างประเทศ ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ว่าส่วนตัวมีพี่น้องทั้งหมด 7 คน และไม่มีใครมีชื่อตามที่ระบุ แต่ไม่มั่นใจว่าจะเป็นพี่ชายคนโตที่ได้ขาดการติดต่อกันนานกว่า 20 ปี ไม่แน่ใจอาจจะมีการเปลี่ยนชื่อหรือไม่ รวมทั้งพี่ชายคนที่สองก็ไม่ได้ติดต่อกันมา 10 ปี การอ้างชื่ออย่างนี้ทำให้ตนประชาชนเข้าใจผิดว่าตนเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่จากการสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้วได้รับการยืนยันว่าไม่ได้เปิดเผยข้อมูลว่านาย สุธชา เป็นพี่ชายของตนเอง แต่ชาวบ้านเป็นคนพูด อย่างไรก็ตามหากประชาชนพบเห็นการแอบอ้างดังกล่าวอีกก็ขอให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในทันที แต่ส่วนตัวคงไม่ฟ้องร้องหรือดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทกับฝ่ายใด
เว็บไซต์แนวหน้า (19 มิถุนายน 2552) -ที่รัฐสภา นายจักรพันธ์ ยมจินดา อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย แถลงข่าวปฏิเสธกรณีที่มีหนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงข่าวว่านายสุธชา ยมจินดา มีความเกี่ยวข้องเป็นน้องชายของตน ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาหลอกลวงแรงงานไปทำงานยังต่างประเทศ ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ว่าส่วนตัวมีพี่น้องทั้งหมด 7 คน และไม่มีใครมีชื่อตามที่ระบุ แต่ไม่มั่นใจว่าจะเป็นพี่ชายคนโตที่ได้ขาดการติดต่อกันนานกว่า 20 ปี ไม่แน่ใจอาจจะมีการเปลี่ยนชื่อหรือไม่ รวมทั้งพี่ชายคนที่สองก็ไม่ได้ติดต่อกันมา 10 ปี การอ้างชื่ออย่างนี้ทำให้ตนประชาชนเข้าใจผิดว่าตนเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่จากการสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้วได้รับการยืนยันว่าไม่ได้เปิดเผยข้อมูลว่านาย สุธชา เป็นพี่ชายของตนเอง แต่ชาวบ้านเป็นคนพูด อย่างไรก็ตามหากประชาชนพบเห็นการแอบอ้างดังกล่าวอีกก็ขอให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในทันที แต่ส่วนตัวคงไม่ฟ้องร้องหรือดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทกับฝ่ายใด
นายจักรพันธ์ ยังกล่าวยืนว่าขณะนี้ได้ยุติการบทบาททางการเมืองแล้ว และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผ่านมาตามที่มีการกล่าวอ้าง แต่ยอมรับว่าเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ได้ไปถ่ายทำรายการหลังเวทีว่าเขากินอยู่กันอย่างไร และให้กำลังใจทีมงานด้วย
ธ.ก.ส.อัดฉีดแรงงาน 300 ล. หนุนรับจ้างเก็บผลไม้ในต่างแดน
เว็บไซต์แนวหน้า (20 มิถุนายน 2552) - นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการ รักษาการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้ร่วมกับกรมการจัดหางานสนับสนุนเกษตรกร 6 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อจัดหาเกษตรกรเดินทางไปรับจ้างเก็บผลไม้ป่าในประเทศสวีเดน และฟินแลนด์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว
เว็บไซต์แนวหน้า (20 มิถุนายน 2552) - นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการ รักษาการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้ร่วมกับกรมการจัดหางานสนับสนุนเกษตรกร 6 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อจัดหาเกษตรกรเดินทางไปรับจ้างเก็บผลไม้ป่าในประเทศสวีเดน และฟินแลนด์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว
ธ.ก.ส.จะสนับสนุนสินเชื่อรายละ 7.4-7.5 หมื่นบาท กรณีเดินทางไปสวีเดน และรายละ 6.2-6.5 หมื่นบาท กรณีเดินทางไปฟินแลนด์ คิดดอกเบี้ยต่ำที่ 6.75% ต่อปี ตั้งเป้าหมายเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 4,500 ล้านคนในปี 2552 วงเงินกู้ 300 ล้านบาท
นายเอ็นนู กล่าวว่า ความต้องการแรงงานเกษตรกรของทั้ง 2 ประเทศรวม 7,500 คน แต่บริษัท จัดหางานที่ร่วมโครงการกับ ธ.ก.ส. 5 บริษัท รองรับได้ 4,500 คน ปัจจุบัน 5 บริษัทจัดหางานที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย กรณีไปฟินแลนด์มี 3 บริษัท ส่วนกรณีสวีเดนมี 2 บริษัท
ขณะนี้มีผู้ใช้บริการสินเชื่อแล้ว 99 ราย วงเงินกู้ 6.4 ล้านบาท จะเดินทางไปเป็นกลุ่มแรกปลายเดือนมิถุนายนนี้ ปีนี้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการเต็มแล้ว ผู้ที่สนใจเพิ่มเติมต้องขอสำหรับการเดินทางในปีหน้าติดต่อลงทะเบียนได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดในกรณีไปสวีเดน ส่วนผู้จะไปฟินแลนด์ติดต่อโดยตรงที่บริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน และที่ขึ้นทะเบียนกับธ.ก.ส.ไว้
นายเอ็นนูกล่าวว่าธ.ก.ส. ไม่มีการเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติม อย่าหลงเชื่อผู้ที่มาแอบอ้างเรียกเก็บเงินเพิ่ม เดิมจะมีเฉพาะเกษตรกรจาก อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิเท่านั้นที่เดินทางไป ปัจจุบัน ธ.ก.ส. ได้ขยายออกไปเป็น 6 จังหวัดเป้าหมาย ประกอบด้วยชัยภูมิ ,หนองบัวลำภู, ขอนแก่น ,บุรีรัมย์ ,นครราชสีมา และอุดรธานี
กรมการจัดหางานเตือน เหลือเวลา 15 วัน ต่ออายุแรงงานต่างด้าวพม่า ลาว กัมพูชาบ้านเมือง (20 มิถุนายน 2552) - นายพิชัย เอกพิทักษ์ดำรง อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550 เห็นชอบให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติ พม่า ลาว กัมพูชา อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับสิ้นสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 จำนวน 3 กลุ่ม ผลการต่ออายุที่ผ่านมาทั้งสามกลุ่ม มีจำนวน 141,941 คน และในกลุ่มที่หมดอายุวันที่ 30 มิถุนายน 2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 310,149 คน ตั้งแต่วันที่ 1-10 มิถุนายน 2552 มีแรงงานต่างด้าวมายื่นเรื่องต่ออายุทั้งสิ้น จำนวน 35,148 คน จำแนกเป็นสัญชาติพม่า จนวน 34,409 คน สัญชาติลาว จำนวน 379 คน และสัญชาติกัมพูชา จำนวน 360 คน คิดเป็นร้อยละ 11,33 ของยอดจำนวนแรงงานต่างด้าวที่จะหมดอายุวันที่ 30 มิถุนายน 2552 จึงขอให้นายจ้าง/สถานประกอบการที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าวกลุ่มที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุวันที่ 30 มิถุนายน 2552 รีบมายื่นต่ออายุภายในกำหนด หากพ้นกำหนดจะต้องถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551" รับคนต่างด้าวเข้าทำกงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาทต่อการจ้างแรงงานต่างด้าวหนึ่งคน" ส่วนแรงงานต่างด้าวจะต้องมีความผิดทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรมการจัดหางานขอให้นายจ้าง/สถานประกอบการ รีบนำแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองกลุ่มที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุวันที่ 30 มิถุนายน 2552 มายื่นต่ออายุใบอนุญาตทำงาน ณ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10 ต่างจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่เป็นท้องที่การทำงาน โทรสายด่วน 1694
- TLC TH Content:
