สถานการณ์ความเคลื่อนไหวแรงงานไทยประจำวันที่ 25 - 31 ตุลาคม 2552

นายกฯ ยืนยัน จะเร่งผลักดันกม.การออมแห่งชาติ เพื่อให้แรงงานนอกระบบมีหลักประกันการออมในวัยเกษียณ
กรมประชาสัมพันธ์ (
25 ต.ค. 52) - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์ฯ ถึงมาตรการดูแลปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนว่า รัฐบาลกำลังเดินหน้ากฏหมายการออมแห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบที่มีสัญชาติไทย ไม่ใช่ข้าราชการและไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม สามารถมีหลักประกันการออมในวัยชราภาพ โดยภายหลังคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) พ.ศ.... เพื่อรองรับแรงงานนอกระบบที่มีสัญชาติไทยไปแล้ว ได้ส่งให้สำนักงานกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนส่งให้รัฐสภาพิจารณาเห็นชอบ สำหรับหลักการเบื้องต้นรัฐบาลจะจ่ายสมทบตามอายุของผู้ออมที่เป็นแรงงานนอก ระบบสวัสดิการตามกฎหมายอื่นการออมเงิน และเมื่อมีการออมเงินจนอายุครบ 60 ปี ผู้ออมจะได้รับเงินต้น เงินสมทบและผลตอบแทนที่ได้จากการออมคืน ในลักษณะเดียวกับระบบบำเหน็จบำนาญภาครัฐ

สำหรับแรงงานนอกระบบที่มีสัญชาติไทย ในขณะนี้มีประมาณ 24 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 70 ของจำนวนแรงงานทั้งระบบ ซึ่ง กม.ดังกล่าวจะทำให้ผู้ที่ไม่เคยเป็นผู้รับความคุ้มครองและมีหลักประกันทาง สังคม กรณีชราภาพตามกฎหมายอื่นที่มีการจ่ายสมทบของนายจ้างหรือรัฐบาลหรือยู่ในระบบ บำเหน็จบำนาญภาครัฐ สามารถมีเงินออมในวัยเกษียณ
องค์กรแรงงานร้องปรับค่าจ้างขั้นต่ำปีหน้า5%ตามอัตราเงินเฟ้อ อ้างไม่ได้ขึ้นมาถึง 2 ปี
ประชาชาติธุรกิจ (
26 ต.ค. 52) - องค์กรแรงงานแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย สภาองค์การลูกจ้าง 7 แห่ง และสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงการณ์ วันที่ 26 ตุลาคมเรียกร้องให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี และแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้แรงงาน รวม 7 ข้อโดยนายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สาระสำคัญของข้อเรียกร้องในครั้งนี้ คือการขอให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ หลังไม่ได้ปรับขึ้นมาแล้วถึง 2 ปี อันเนื่องจากสภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ
โดยจะขอให้ปรับขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันที่ ประมาณ ร้อยละ 5 โดยขอให้มีการปรับค่าจ้างตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่จะถึงนี้ พร้อมเรียกร้องให้จัดระเบียบการจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ ที่ปัจจุบันมี 23 แบบ เปลี่ยนเป็น 3 โซน ประกอบด้วยกรุงเทพฯ และปริมณฑล จังหวัดรอบปริมณฑลและตามเมืองใหญ่ และจังหวัดในภูมิภาค ขณะเดียวกันขอให้กระทรวงแรงงาน เร่งออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับค่าจ้างตามมาตรฐานอาชีพตามกฎหมายใหม่ ซึ่งล่าสุดกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดทำค่าจ้างแล้วเสร็จจำนวน 30 อาชีพ เพื่อให้มีสภาพบังคับกับนายจ้างตามกฎหมาย
ส่วนข้อเรียกร้องที่เหลืออีก 6 ข้อประกอบด้วยการ 1.ขอให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญา ไอแอลโอ ฉบับ 87-98 2.การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ตามมาตรา 11/1 เรื่องการจัดสวัสดิการ และจ้างเหมาค่าแรง 3.เรียกร้องให้ขยายการชดเชยกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจาก 60 วัน เป็น 100 วัน 4. การเร่งหางานให้กับผู้จบการศึกษาใหม่ หรือว่างงานภายใน 3 เดือน 5.จัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในโรงงานที่เริ่มแย่งงานคนไทยมากขึ้น และ 6.การเร่งเพิ่มช่องทางการให้ความรู้กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งปัจจุบันยังมีไม่เพียงพอ ซึ่งข้อเรียกร้องทั้งหมดจะนำไปเสนอต่อนายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานต่อไป
 
รถไฟวิ่งไม่ถึง3จ.ใต้/สหภาพฯอ้างไม่พร้อมปฏิบัติงาน/ “เอ็นจีโอ”จี้เปิดเวทีถกแก้ปัญหา
สยามรัฐ
(26 ต.ค. 52) -เมื่อวันที่ 25 ต.ค.52 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ฯ กรณีการหยุดเดินรถไฟและการหยุดงานของสหภาพพนักงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่ง ประเทศไทย (สร.รฟท.) ว่า รัฐบาลได้นำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อให้การบริการประชาชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยจะไม่โอนอ่อนตามข้อเสนอที่ขัดต่อหลักการ
ทั้ง นี้ ยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังปัญหาข้อห่วงใยของสหภาพการรถไฟฯ ทั้งด้านความปลอดภัยของการเดินรถและการให้บริการ หรือความต้องการที่จะให้ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องของสหภาพการรถไฟฯจะต้องไม่กระทบต่อการให้บริการประชน และขอให้อย่านำความเดือดร้อนของประชาชน มาเป็นสิ่งต่อรอง
นาย อภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือกับนายเหวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 15 ว่า รัฐบาลไทยได้ติดตามความร่วมมือด้านรถไฟและระบบรถราง ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้จัดตั้งคณะทำงานในด้านนี้มารองรับซึ่งคาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม จะได้เดินทางไปทาบทามรัฐบาลจีน เพื่อร่วมลงทุนโดยเฉพาะการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งออก
“เจตนารมณ์ ของรัฐบาลไทย ต่อโครงการความร่วมมือรถรางและหัวรถจักร รวมทั้งความร่วมมือด้านพลังงานรัฐบาลจีนมีความยินดีและท่าทีในเชิงบวก โดยจีนได้เสนอสินเชื่อส่งออกต่อไทยเพื่อเสริมสร้างโครงการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานต่างๆ ในไทย”
สำหรับ ความคืบหน้ากรณีที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยได้หยุดให้ บริการเดินรถไฟโดยอ้างว่าหัวรถจักรส่วนใหญ่อยู่ในสภาพชำรุด โดยเกรงจะไม่ปลอดภัยหลังเกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟตกรางสถานีรถไฟเขาเต่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 คนและบาดเจ็บจำนวนมากนั้น
ล่าสุด แม้นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท. จะออกมาระบุว่า วันที่ 25 ต.ค.จะสามารถเดินรถไฟในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ครบทุกขบวน แต่อย่างไรก็ตามการเจรจากับสหภาพการรถไฟฯ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมาได้ล้มเหลว
ทั้งนี้ จากการที่ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบไปตามสถานีรถไฟต่างๆ ของ จ.นราธิวาส โดยเฉพาะสถานีรถไฟตันหยงมัส อ.ระแงะ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากเป็นอันดับ 1 ของ จ.นราธิวาส พบว่าชาวบ้านทยอยเดินทางเพื่อมาใช้บริการจำนวนหนึ่งแต่ต้องผิดหวัง เพราะพนักงานจำหน่ายตั๋วบอกว่ารถไฟทั้ง 14 ขบวนที่วิ่งจากสถานีต้นทางสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟยะลา หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี และสถานีรถไฟหัวลำโพง ยังคงหยุดให้บริการประชาชนแบบไม่มีกำหนด
สำหรับ บรรยากาศที่สถานีรถไฟ จ.ยะลา ยังหยุดปิดให้บริการ โดยมีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและพนักงานที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร เท่านั้น ซึ่งทางสถานีรถไฟยะลา ยังได้ติดป้ายประกาศที่หน้าห้องจำหน่ายบัตรโดยสารว่า หยุดการเดินรถขบวนสายท้องถิ่นทุกขบวนโดยระบุว่าหัวรถจักรเสีย นอกจากนั้นยังมีประชาชนจำนวนมาก ต่างทยอยเดินทางมาสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ถึงความคืบหน้าในการเปิดให้บริการ ซึ่งก็ไม่ได้รับคำตอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถไฟสายยาวเส้นทางหาดใหญ่-กรุงเทพฯ ทั้งขาขึ้นและขาล่องเปิดให้บริการเต็มทุกขบวนเป็นวันแรก ขณะที่รถขบวนท้องถิ่นจากสถานีหาดใหญ่ก็เริ่มเปิดเดินรถแล้ว 4 ขบวน แต่เป็นเส้นทางเฉพาะภาคใต้ตอนบน เช่น จากหาดใหญ่ ไป พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร แต่ผู้โดยสารยังค่อนข้างบางตาเพราะเพิ่งเดินรถเป็นวันแรก
ขณะที่ นายวิรุฬ สะแกคุ้ม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยสาขาหาดใหญ่ กล่าวว่า สาเหตุที่ยังไม่สามารถเปิดเดินรถไฟในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้นั้น เนื่องจากพนักงานเดินรถจักรกว่า 80% ยังไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ และได้ขอใช้สิทธิของตัวเองในข้อตกลงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เสี่ยงภัยที่ยังไม่ได้รับการดูแลและแก้ไขปัญหาของผู้บริหารการรถไฟ แม้ก่อนหน้านี้จะมีการทำบันทึกข้อตกลงอย่างชัดเจนแต่กลับไม่ได้รับการตอบ สนอง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วทุกคนพร้อมที่จะเดินรถแม้ว่าหัวรถจักรหุ้มเกราะจะ อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แค่ 5 คัน จากรถหุ้มเกราะทั้งหมด 13 คัน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ได้เสนอในที่ประชุมแต่สุดท้ายก็ล้มเหลว
ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว นางวิไลวรรณ แซ่เตีย คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ร่วมกับเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน 16 องค์กร แถลงข่าวสนันสนุนสหภาพการรถไฟฯ ในการปกป้องความปลอดภัยของประชาชน พร้อมสนับสนุนให้ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นในการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเห็นว่านายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าฯ รฟท. ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ชี้มูลว่ามีการทุจริตคอรัปชั่น
โดยนางวิไลวรรณ แถลงว่า เครือข่ายประชาชนขอเรียกร้องฝ่ายการเมือง และผู้บริหารการรถไฟ ให้ยุตินโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการฉวยกระแสในการแปรรูปรถไฟของ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ต้องยุติการสร้างกระแสทำลายสหภาพแรงงาน อย่าบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร อาทิ กรณีการปล่อยทิ้งผู้โดยสาร และใส่ร้ายป้ายสีเรื่องการปิดหัวลำโพง รวมทั้งการยึดหัวรถจักรที่หาดใหญ่ ซึ่งไม่เป็นความจริง ต้องแก้ไขอุปกรณ์หัวรถจักรที่ชำรุดโดยเร่งด่วน นายโสภณ และนายยุทธนา จะต้องรับผิดชอบกรณีอุบัติเหตุจากอุปกรณ์ชำรุด เพราะเกิดจากความบกพร่องของฝ่ายบริหาร
นางวิไลวรรณ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้นายกฯ เปิดเวทีสาธารณะชี้แจงข้อเท็จจริงประเด็นความปลอดภัยในการโดยสารรถไฟ โดยมีองค์กรผู้บริโภค รัฐมนตรี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สร.รฟท. ผู้บริหาร รฟท. รวมทั้งองค์กรภาคประชาชนร่วมกัน เพราะเป็นสิทธิของผู้บริโภคและประชาชน อันพึงจะได้รับความปลอดภัย โดยภาคประชาชนจะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับ สร.รฟท. ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มักถูกฝ่ายบริหารบิดเบือน จะจัดกิจกรรมสนับสนุนในการจัดทำข้อเสนอระบบปรับปรุงการเดินรถและการให้ บริการประชาชนเพื่อความปลอดภัย
อธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุ แรงงานไทยลิเบียกลับบ้านได้สิ้นเดือนนี้
กรมประชาสัมพันธ์ (
26 ต.ค. 52) - นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศลิเบีย ว่า ขณะนี้แรงงานไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศลิเบียกว่า 150 คน ได้รับเงินช่วยเหลือ เป็นค่าอาหาร เพื่อดำรงชีพก่อนเดินทางกลับประเทศไทยแล้วคนละ 550 ดีน่า หรือ ประมาณ 1,500 บาท รวมถึงเมื่อวาน(25 ต.ค.)ที่ผ่านมา ได้จัดส่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำนวน 25 ลัง พร้อมปลากระป๋อง 15 หีบ ที่ได้รับมอบจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ไปบรรเทาความเดือดร้อนให้กับแรงงานแล้ว และจะสามารถจัดส่ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกจำนวน 25 ลัง และปลากระป๋อง อีก 15 หีบ ให้กับแรงงานได้ครบในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ มีแรงงานไทยจำนวน 115 คน อยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของลิเบีย ในการทำวีซ่าขาออก และคาดว่าจะทยอยเดินทางกลับประเทศไทยได้ครบกว่า 150 คน ในสิ้นเดือนนี้หลังจากเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานจำนวน 4 คน เดินทางไปลิเบีย เพื่อพาแรงงานกลับประเทศ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าขาออก และค่าตั๋วเครื่องบิน สถานทูตไทยประจำลิเบีย ได้สำรองจ่ายก่อน จากนั้นจะเรียกเก็บคืนจากนายจ้างลิเบียภายหลัง
องค์กรแรงงานแห่งประเทศไทย เตรียมยื่นหนังสือเรียกร้องการปรับค่าจ้าง ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมเรียกร้องให้ออกกฎกระทรวงเรื่องค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ ป้องกันนายจ้างไม่ปฏิบัติตาม
กรมประชาสัมพันธ์ (
26 ต.ค. 52) - องค์กรแรงงานแห่งประเทศไทย หรือ อรท. ประกอบด้วย 7 สภาองค์การลูกจ้าง และ 1 สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย นำโดยนายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย แถลงข่าวการเตรียมยื่นหนังสือแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจต่อนายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า การขอให้กระทรวงแรงงานพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ภายในเดือนมกราคมปี 2553 เนื่องจากไม่มีการปรับขึ้นค่าจ้างมาเป็นระยะเวลา 2 ปี ทั้งนี้ การปรับค่าจ้างควรยึดตามอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน และเป็นไปตามรูปแบบเดิมที่แบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย กรุงเทพฯและปริมณฑล, จังหวัดโดยรอบที่มีโรงงานอุตสาหกรรม, และในส่วนภูมิภาค หากเปลี่ยนเป็นโซนเช่นเดิมไม่ได้ ขอให้กระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวง เรื่องการจ่ายค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ เพื่อบังคับให้นายจ้างปฏิบัติตาม เนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ ยังยึดติดกับการจ่ายค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ขณะที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้กำหนดอัตราค่าจ้างตามมารฐานฝีมือใน 30 สาขาอาชีพ
นอกจากนี้ อรท. ยังมีข้อเรียกร้องถึงการปฏิบัติตาม ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองครองแรงงาน มาตรา 11/1 ที่ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างและสวัสดิการต่างๆ ให้กับลูกจ้างเหมาช่วง เทียบเท่ากับลูกจ้างประจำ เพื่อป้องกันปัญหาลูกจ้างไม่กลับเข้าทำงานเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมทั้งขยายการจ่ายเงินในกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ให้กับผู้ถูกเลิกจ้างจาก 60 เท่า เป็น 100 เท่าของเงินเดือนงวดสุดท้าย นอกจากนี้ ควรแก้ปัญหานายจ้างไม่รับคนไทยเข้าทำงาน และการปฏิบัติตามอนุสัญญา ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ มาตรา 87, 98 เรื่องสิทธิการรวมตัวด้วย
สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ทุกแห่ง เรียกร้องนายกฯ แก้ไขปัญหารถไฟ ด้วยความถูกต้องและชอบธรรม
กรมประชาสัมพันธ์ (
27 ต.ค. 52) - นายอำนาจ พละมี รองเลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) พร้อมด้วยสมาชิกสมาพันธ์ฯ กว่า 100 คน เดินทางยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้แสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วยตนเอง ให้ถูกต้องและเป็นธรรม ตามที่เคยแถลงต่อรัฐสภาว่าการทำงานของรัฐบาล เน้นยึดหลักการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสื่อสัตย์สุจริต และรัฐมนตรีทุกคนไม่มีสิทธิ์เหนือประชาชนคนอื่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงมาตรฐานต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมายด้วย กรณีความไม่เหมาะสมในการแต่งตั้งให้นายยุทธนา ทัพเจริญ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเป็นบุคคลที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ชี้มูลความผิดทางวินัยและอาญา พร้อมให้ผู้ว่าการ รฟท. แสดงความรับผิดชอบกรณีที่ออกมายอมรับว่าเป็นผู้สั่งการให้หยุดเดินขบวนรถไฟ ขบวนสายใต้ – กันตัง ที่สถานีละแม ทำให้ผู้โดยสารได้รับความเดือดร้อน ซึ่งถือเป็นความบกพร่อง และไม่สุจริตต่อหน้าที่ของผู้ว่าการ รฟท. เนื่องจากทำให้ รฟท.ได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกันเรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในการเดินทางเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ สรส. ขอให้รัฐบาลเปิดเทวีสาธารณะ โดยเชิญผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย พนักงาน สรส. นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงความคิดเห็นและข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายนี้ สหภาพแรงงานทุกแห่งจะหารือเพื่อหามาตรการเคลื่อนไหวที่เข้มข้นขึ้น หากรัฐบาลยังไม่เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา
ทหารพรานปิดล้อมรวบ 404 แรงงานเขมรหนีเข้าไทย
คมชัดลึก (
27 ต.ค. 52) - เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 27 ต.ค. พ.อ.วสุ เจียมสุข ผบ.ฉก.กรม.ทพ.ที่ 13 กกล.บูรพา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ ร่วมกับ พ.ต.ต.วิชาญ จิตตยานันท์ สวป.สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นำกำลังเข้าตรวจค้นในกระท่อมในไร่อ้อย และป่าตามตะเข็บชายแดนบ้านป่าไร่ มาจนถึงบ้านหนองสังข์ ต.หนองสังข์ อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จับกุมแรงงานเถื่อนชาวเขมร   สามารถจับกุมแรงงานเถื่อนชาวเขมร พร้อมลูกหลานเด็กๆที่พ่อแม่นำมาด้วย ขณะที่รวบรวมตัวนับได้ 404 คน แรงงานเถื่อนทั้งหมดมาจากบ้านป่าไร่วิล ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านไร่ของไทย ห่างกันเพียงชายแดนกันประมาณ 2 กม.
นายที อายุ 55 ปี พูดภาษาไทยได้ เปิดเผยว่าพวกเขาทั้งหมด ได้ลักลอบเข้ามาในเขตไทยเวลากลางคืน เข้าบ้านป่าไร่ของไทย แล้วเดินทางไปยังหมู่บ้านหนองสังข์ เพื่อจะหารับจ้างเกี่ยวข้าว แต่ข้าวยังไม่แก่คนไทยยังไม่จ้างเกี่ยว จึงเข้าไปทำเพิงพักอยู่ในป่า และกระท่อมในทุ่งนาของคนไทย โดยได้นำหม้อข้าว หม้อแกง มาด้วยส่วนข้าวสารจะขอซื้อจากชาวบ้านคนไทยไปหุงหากิน ส่วนเด็กที่มาด้วยกว่า 10 คน เมื่อพ่อแม่มาลูกไม่มีคนเลี้ยงต้องนำมาด้วย สำหรับค่าแรงในการรับจ้างเกี่ยวข้าว คนไทยจะให้ค่าจ้างไร่ละ 200 บาท ถ้าข้าวเกี่ยวลำบากก็จะให้เป็น 300 บาท
พ.อ.วสุ เจียมสุข ผบ.ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา บ้านดงยางได้สั่งให้นำแรงงานเถื่อนชาวเขมรส่งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อรัญประเทศ กักตัวไว้ที่ห้องกักที่อรัญประเทศ พร้อมสอบสวนทำประวัติ ถ่ายภาพทุกคน เก็บเข้าคอมพิวเตอร์ไว้เป็นหลักฐานในการลักเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หลังจากนั้นจะส่งให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา มารับตัวที่ด่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเท จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงของไทยและกัมพูชา ว่าด้วยการส่งผู้ลักลอบเข้าราชอาณาจักรไทย ที่ผิดกฎหมาย หลังจากสอบสวนแล้วต้องส่งตัวกับประเทศกัมพูชา
สมาพันธ์รัฐวิสาหกิจ ยื่นหนังสือ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เร่งสอบ อุปกรณ์รถไฟชำรุด
แนวหน้า (
27 ต.ค. 52) - เมื่อ เวลา 12.30 น.ที่รัฐสภา สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)จำนวนกว่า 30 คน นำโดย นายอำนาจ พลมี รองเลขาธิการสรส.ได้นำรถ 6 ล้อดัดแปลงมาตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราว พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เพื่อขอให้ คณะกรรมาธิการฯ พิจารณาตรวจสอบการเดินรถไฟที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะ อุปกรณ์ หัวรถจักรที่ไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์รวมทั้ง อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่ควบคุมการพลั้งเผลอของพนักงานขับรถจักร หรือ เดทแมนคอนโทรล ที่ไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิด อุบัติเหตุ รถไฟตกรางที่สถานีเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้นายสมชายกล่าวว่า คณะกรรมาธิการจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมวันที่ 29 ต.ค.นี้ รวมทั้งจะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงด้วย
สุรพงษ์จี้รัฐขับพม่าเข้าเมืองผิดกม.ออกนอกประเทศ
สำนักข่าวเนชั่น (
27 ต.ค. 52) - นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการประชุมอาเซียนซัมมิท มี 4 ประเทศที่ประเทศไม่เห็นด้วย และไม่ร่วมในพิธีเปิดการประชุม ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และบูรไน โดยมี พระประมุขของบางประเทศไม่ประทับในโรงแรมที่จัดถวาย แต่ไปพักที่บ้านพักในอ.หัวหินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯนาน 10 เดือน ในการเป็นเจ้าภาพการประชุมนายอภิสิทธิ์ขึ้นบรรยาย พูดมากจนประเทศอื่นรำคาญ ลืมตัวพูดจาเลอะเทอะ ด้วยการไปอบรมสั่งสอนผู้นำหลายประเทศ ที่บริหารประเทศมาเป็นเวลานาน และผู้นำบางคนก็เป็นพระประมุขของประเทศด้วย
นาย สุรพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีนักศึกษาพม่าเปรียบเทียบพ.ต.ท.ทักษิณ กับอองซาน ซูจี โดยระบุว่านางอองซานไม่ได้หนีคดี ว่า ตนไม่รู้ว่าใครไปสนับสนุนให้นักศึกษาพม่าออกมาพูด แต่ประเทศไทยมีอธิปไตย จึงขอฝากถึงนักศึกษาพม่าให้รีบเรียนให้จบโดยเร็ว เพราะปัญหาคนพม่าหลบหนีเข้าเมืองเป็นจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนให้คนไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ แรงงานพม่าข่มขืนพี่น้องคนเหนือ สร้างความเสียหายมากมาย รัฐบาลจะต้องขับคนเถื่อนเหล่านี้ให้ออกนอกประเทศโดยเร็ว
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจุดชนวนแตกแยกระหว่างประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการนำสงครามกลับมาสู่ประเทศ ตนเรียกร้องให้หยุด กรณีที่เป็นเรื่องของผู้นำประเทศกับอดีตผู้นำประเทศ เนื่องจากในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมเป็นเดือนอันตราย หากเกิดปัญหาจะเกิดความวุ่นวายขั้นจลาจลในประเทศ
ก.แรงงาน ร่วม ธนาคารออมสิน เร่งปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสนับสนุนผู้ประกอบอาชีพอิสระ
กรมประชาสัมพันธ์ (
27 ต.ค. 52) - นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ชาว กทม. ครั้งที่ 2 ที่ ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ว่า เป็นโครงการที่เน้นแก้ไขปัญหาการว่างงานให้กับชาวกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจให้มีรายได้ โดยภายในงานมีการอบรมอาชีพจำนวน 7 อาชีพ อาทิ การทำก๋วยเตี๋ยวหมู การทำซาลาเปา การทำอาหารญี่ปุ่น พร้อมทั้งมีการสาธิตการพิมพ์ภาพลงบนวัตถุ การปักเลื่อม และการออกร้านแฟรนไชส์กว่า 9 อาชีพ นอกจากนี้ภายในงานยังมีการออกบูธ ปล่อยสินเชื่อของธนาคารออมสิน โดยในครั้งนี้ผู้ร่วมงานจำนวน 10 รายได้รับอนุมัติสินเชื่อเพื่อนำไปประกอบอาชีพรวมวงเงินกว่า 280,000 บาท ซึ่งวงเงินในโครงการดังกล่าวที่ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อ เริ่มตั้งแต่ 7,000 บาท สูงสุด 100,000 บาท เชื่อว่าจะมีผู้ขอสินเชื่อเป็นจำนวนมากเนื่องจากมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพียงร้อยละ 6 ต่อปี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า ภายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ กระทรวงแรงงานเตรียมจัดงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ชาว กทม. ครั้งที่ 3 ส่วนภาพรวมสถานการณ์การว่างงานขณะนี้เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จากตัวเลขการส่งออกที่เพิ่มขึ้นและสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศที่เริ่ม ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
กรมจัดหางานชี้ชัดต้องการแรงงานพุ่งกว่าแสนอัตรา
คมชัดลึก (
27 ต.ค. 52) - น.ส.ส่งศรี บุญบา รองอธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สัญญาณความต้องการของตลาดแรงงานเริ่ม กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2552 มีสถานประกอบการแจ้งตำแหน่งงานว่างมายังหน่วยงานของกรมการจัดหางาน จำนวน 121,056 อัตรา เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลเดือนกันยายน 2552 ซึ่งมีความต้องการ 122,105 อัตรา
นอกจากนี้เมื่อจำแนกหมวดอาชีพที่มีความต้องการแรงงานโดย เป็นตัวเลขล่าสุดเดือนตุลาคม 2552 พบว่า ตำแหน่งผู้บริหารและผู้จัดการ มีความต้องการถึง 2,228 อัตรา ขณะที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ มีความต้องการ 6,500 อัตรา ส่วนด้านช่างเทคนิคและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องมีความต้องการถึง 11,035 อัตรา และอาชีพเสมียนเจ้าหน้าที่อีก 10,628 อัตรา และอาชีพพนักงานบริการ พนักงานขายในร้านค้าและตลาดยังต้องการถึง 20,781 อัตรา
นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานฝีมือด้านการเกษตรและประมง ต้องการแรงงาน 731 อัตรา และตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ฝีมือในธุรกิจต่างๆ จำนวน 12,245 อัตรา และตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน หรือผู้ควบคุมเครื่องจักรตลอดจนผู้ปฏิบัติงานด้านการประกอบ 13,128 อัตรา และสุดท้ายคืออาชีพพื้นฐานทั่วไปอีก 43,610 อัตรา
น.ส.ส่งศรี กล่าวอีกว่า ตัวเลขคนที่มาสมัครงานทั้งหมดในรอบปีงบประมาณ 2552 ระหว่าง ตุลาคม 2551-กันยายน 2552 ทั้งที่มาสมัครโดยตรงที่กรมจัดหางาน และที่สมัครผ่านรถโมบายยูนิตที่ออกไปตระเวนพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการจัดตลาดนัดแรงงาน ตลอดจนผู้ประกันตนที่มาลงทะเบียน รวมทั้งสิ้น 1.33 ล้านคน และสามารถบรรจุเข้าทำงานได้จริงประมาณ 5 แสนคน
ขณะที่เมื่อพิจารณาความต้องการแรงงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2552 พบว่าความต้องการแรงงานน้อย กว่าปี 2551 ในห้วงเวลาเดียวกัน และเริ่มปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงเดือนกรกฎาคม แต่เดือนสิงหาคม, กันยายน และตุลาคม มีความต้องการแรงงานลดลงจากเดือนกรกฎาคม
พขร.โวยโดนวางยารถไฟเกือบชนกัน
คมชัดลึก (
28 ต.ค. 52) - การหยุดเดินรถไฟในเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังยืดเยื้อเป็นวันที่ 12 แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ประกาศจะนำขบวนรถออกให้บริการประชาชน โดยส่งพนักงานรถจักรทั้งพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่อง 6 ทีม จำนวน 12 คน เตรียมพร้อมที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อทดแทนพนักงานในพื้นที่ที่ยังคงลาหยุด และให้เดินรถได้ทันทีหากขบวนใดพร้อม แต่ไม่สามารถเดินรถได้ตามปกติ ส่วนนักเรียนวิศวกรรมรถไฟ 56 คน ที่ถูกส่งมาซ่อมบำรุงหัวรถจักรที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้นักเรียนทั้งหมดยังไม่ได้ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังทำงานตามปกติ และไม่มีการร้องขอให้นักเรียนวิศวกรรมรถไฟเข้าทำงาน
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 27 ตุลาคม ความพยายามที่จะนำขบวนรถออกจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ ไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เกือบนำไปสู่โศกนาฏกรรม นายสาโรจน์ รักษ์จันทร์ กรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) สาขาหาดใหญ่ กล่าวถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญว่า ขณะที่พนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องประจำสถานีรถไฟบางซื่อ กรุงเทพฯ ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวตามคำสั่งของฝ่ายบริหารการรถไฟฯ นำรถขบวนท้องถิ่นที่ 463 พัทลุง-สุไหงโก-ลก ออกจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ ไปรับผู้โดยสารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อขบวนรถเคลื่อนตัวจากสถานีเพียง 300 เมตร ได้ฝ่าฝืนสัญญาณควบคุม ทำให้ประแจสับรางติดค้างและขบวนรถหยุดทันที เนื่องจากระบบสัญญาณเกิดขัดข้องไปด้วย
"โชคดีที่ขบวนรถหยุดก่อน เพราะเกือบพุ่งชนไปกับขบวนรถที่ 954 ลังกาวี-หาดใหญ่ ซึ่งจอดส่งผู้โดยสาร และกำลังจะเข้าเทียบชานชาลาเดียวกัน ห่างออกไปเพียง 200 เมตรเท่านั้น" นายสาโรจน์กล่าว
กรรมการ สร.รฟท. กล่าวอีกว่า กำลังรวบรวมหลักฐานพยานเตรียมแจ้งความดำเนินคดีพนักงานขับรถไฟและฝ่ายบริหารการรถไฟฯ ที่ออกคำสั่งให้เปิดเดินรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร
"เชื่อว่าสาเหตุที่ขบวนรถฝ่าสัญญาณไฟ เพราะพนักงานขับรถไฟไม่ ชำนาญเส้นทาง ทำให้ไม่เข้าใจระบบรางในพื้นที่ ทำให้ประแจติดค้าง ส่งผลให้ระบบสับเปลี่ยนรางขัดข้อง เรื่องนี้ต้องรีบซ่อมด่วน เพื่อให้รถขบวนอื่นๆ ที่จะวิ่งไปในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนไม่เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งหากเคลื่อนขบวนไป 1-2 เมตร จะเสี่ยงต่อการเกิดรถไฟตกรางทันที หรืออาจพุ่งชนขบวนรถไฟสายต่างประเทศที่จอดอยู่ในเส้นทางเดียวกันได้" นายสาโรจน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กลุ่ม สร.รฟท. ต่างวิ่งเข้าไปล้อมหัวรถจักรและพนักงานขับรถไฟ ตำรวจรถไฟซึ่งตรึงกำลังในบริเวณนั้นต้องรีบเข้าคุ้มกันพนักงานขับรถไฟทันที สถานการณ์การเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างตึงเครียด กระทั่งตำรวจต้องเสริมกำลังอีกกว่า 20 นาย จากนั้น สร.รฟท.หาดใหญ่ เข้าแจ้งความเอาผิดพนักงานขับรถและผู้บริหารการรถไฟฯ ที่ สภ.หาดใหญ่ เนื่องจากเดินรถจนเกิดอันตราย
ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.ศราวุธ เจี้ยงเต็ม พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เชิญพนักงานขับรถไฟจากส่วนกลางจำนวน 13 คน เข้าให้ปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พนักงานขับรถไฟจาก ส่วนกลางให้การว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ การเดินรถ หรือเรียกว่า "ขัดขวางทางเทคนิค" เพื่อไม่ให้สามารถเดินรถได้ แม้จะไม่มีการขัดขวางด้วยการกระทำ เช่น เข้ายึดขบวนรถ
นายสาโรจน์ สุขสำราญ พนักงานขับรถไฟขบวนที่ 463 กล่าวยืนยันว่า ได้รับคำสั่งจากฝ่ายการช่างกล การรถไฟฯ ให้มาทดสอบความปลอดภัยการเดินรถจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ถึงสถานีรถไฟสุ ไหงโก-ลก หลังจาก สร.รฟท.อ้างว่าไม่ปลอดภัย ก่อนที่จะนำรถขบวนที่ 463 ออกทำขบวน ก็ได้รับการยืนยันถึงความพร้อมของการเดินรถ และได้รับห่วงทางสะดวกอนุญาตให้เดินรถระหว่างสถานีหาดใหญ่ถึงสถานีนาหม่อม ซึ่งเป็นสถานีแรกที่จะไปถึง ก่อนเปิดสัญญาณเดินรถ ปรากฏว่าระหว่างที่รถออกไปได้ระยะหนึ่งสังเกตเห็นโคมประแจผิดปกติ ไม่เดินในทางตรงเป็นรูปบิดจึงต้องหยุดเดินรถ เพราะกลัวจะเกิดอันตราย
"ผมไม่ทราบว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ก่อนออกรถมีการตรวจสอบเส้นทางเป็นอย่างดี และยืนยันถึงความพร้อม จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น หลังเกิดเหตุผมได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของการรถไฟฯ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกลุ่ม สร.รฟท.หาดใหญ่ ข้อหากระทำการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้รถไฟได้รับความเสียหาย" นายสาโรจน์กล่าว
ในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายประชานิวัติ บัวศรี รองประธาน สร.รฟท.หาดใหญ่ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการข่าวเด่นเย็นนี้ว่า ไม่มีความจำเป็นที่ สร.รฟท.จะขัดขวางการเดินรถตามที่พนักงานขับรถจากส่วนกลางกล่าวอ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาเราย้ำมาตลอดถึงความปลอดภัยในการให้บริการประชาชน เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามของฝ่ายบริหารการรถไฟฯ ที่พยายามจะเอาขบวนรถออกวิ่ง โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย
ด้าน นายนรินทร์ จันทรเดชา รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ การรถไฟฯ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากสารวัตรเดินรถสถานีรถไฟหาดใหญ่ ขณะเตรียมนำรถขบวนท้องถิ่นที่ 463 พัทลุง-สุไหงโก-ลก ออกจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ กลุ่ม สร.รฟท.ได้รวมตัวกันแล้วใช้โทรโข่งต่อว่าพนักงานขับรถ จากนั้นเวลา 10.20 น. พนักงานประจำหัวรถจักรเดินรถ อยู่ที่ประแจสับรางที่ 65 และเวลา 10.22 น.ได้ออกเดินรถ ระหว่างนั้นผู้ชุมนุมร้องตะโกนด่าทอตลอด
"เมื่อนำตัวออกจากสถานี พนักงานขับรถพบว่าประแจไม่เรียบร้อย เขาก็หยุดรถเป็นเรื่องปกติ ไม่มีปัญหาครับ อีกทั้งเกิดขึ้นในช่วงเขตย่านสถานี รถมีความเร็วต่ำ คนเขามีวิจารณญาณ ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่รถไม่เรียบร้อยก็ต้องหยุด ไม่ได้ชน หรือตกรางทั้งสิ้น" นายนรินทร์กล่าวยืนยัน
ส่วนนายวิรุฬ สะแกคุ้ม ประธาน สร.รฟท.หาดใหญ่ กล่าวว่า แม้นายกรัฐมนตรีต้องการให้เอาผิดทางวินัยกับพนักงานที่หยุดงาน แต่ยืนยันว่าพนักงานทุกคนไม่ได้ทำผิดทางวินัย เพราะทำตามระเบียบข้อตกลงสภาพการจ้างงานทุกประการ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้การเจรจากับ สร.รฟท. ยังเป็นแค่ผู้บริหารการรถไฟฯ ในระดับท้องถิ่นเท่านั้น ซึ่งไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ
ทั้งนี้ ท่าทีของ สร.รฟท. ยังคงแข็งกร้าว โดยประกาศจะสู้จนกว่าข้อเรียกร้องเรื่องความปลอดภัยในการเดินรถไฟได้รับการตอบสนอง พร้อมเรียกร้องให้พนักงานจากส่วนกลางที่ถูกส่งมาขับรถไฟใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ให้คำนึงถึงความปลอดภัย เพราะไม่ชำนาญเส้นทางอาจเกิดอันตรายได้ และผู้บริหารการรถไฟฯ จะต้องรับผิดชอบหากเกิดอะไรขึ้น
ขณะที่ นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟฯ กล่าวว่า ถึงขณะนี้การรถไฟฯ ได้รับความเสียหายจากการหยุดเดินรถคิดเป็นเงินกว่า 70 ล้านบาท แบ่งเป็นความเสียหายในการขนส่งสินค้ากว่า 14 ล้านบาท ความเสียหายในการขนส่งผู้โดยสารกว่า 56 ล้านบาท
นายยุทธนากล่าวถึงปัญหารถไฟขบวนท้องถิ่นที่ 463 เกิดปัญหาขัดข้องที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ว่า สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างมาก ซึ่งการรถไฟฯ ได้ประสานกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อจัดรถโดยสารไปรับผู้โดยสารที่ตกค้างตามสถานีต่างๆ ส่วนการเจรจากับแกนนำ สร.รฟท.ในพื้นที่ภาคใต้นั้น จะเป็นการเจรจาโดยรองผู้ว่าการการรถไฟฯ และได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ที่มีอำนาจและมีความชำนาญในพื้นที่ให้ร่วมเจรจาด้วย และคาดว่าจะได้ผลที่ดีขึ้นตามลำดับ
ส่วนการเจรจากับ สร.รฟท.ในช่วงเช้าวันนี้ (27 ต.ค.) ซึ่งจบลงในเวลาอันสั้น นายยุทธนาอธิบายว่า เป็นเพราะระหว่างการเจรจามีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการที่ สร.รฟท.ส่งคนไปเจรจากดดันให้พนักงานขับรถและช่างเครื่องให้หยุดเดินรถที่ สถานีบางซื่อ การไปยื่นหนังสือของแกนนำ สร.รฟท. ที่ทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งการปิดล้อมหัวรถจักรที่หาดใหญ่ ซึ่งฝ่ายบริหารไม่แน่ใจว่า สร.รฟท.มีเจตนาอย่างไร และต้องการเจรจากับฝ่ายบริหารหรือไม่ จึงต้องยุติการเจรจา และให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนก่อน
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้การรถไฟฯ อย่างมาก ฝ่ายบริหารจึงได้พิจารณาลงโทษพนักงานที่มีความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรไปแล้ว และในเร็วๆ นี้ จะไล่ออกพนักงานที่มีพฤติกรรมดังกล่าว โดยพนักงานที่จะถูกลงโทษ เป็นระดับแกนนำของ สร.รฟท. ซึ่งมีพฤติกรรมปลุกปั่น บีบบังคับให้พนักงานอื่นหยุดงาน ซึ่งเป็นพนักงานทั้งในส่วนกลางและในพื้นที่ภาคใต้ คาดว่าจะมีประมาณ 10 คน" นายยุทธนากล่าว
ที่ จ.นราธิวาส ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ต.ค.) โรงเรียนหลายแห่งเปิดเทอมวันแรก แต่นักเรียนกว่า 1,000 คน ไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ เนื่องจากที่ผ่านมาโดยสารรถไฟฟรี แต่หลังจากรถไฟหยุดให้บริการ ผู้ปกครองไม่มีเงินเหมารถยนต์ให้ลูกหลานเดินทางไปโรงเรียนนั่นเอง
นายรอฮิม เจ๊ะแว หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมโรงเรียนดารุสสาลาม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า นักเรียนในสังกัดประมาณ 4,000 คน หลังรถไฟหยุดให้บริการเด็กต้องหยุดเรียนไปแล้วกว่า 1,000 คน ส่วนคนที่มาเรียนตามปกติต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีปัญหารถไฟ ว่า นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รายงานให้ ครม.ทราบว่าการเดินรถสายหลักนั้นเป็นปกติ ส่วนในสายท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้ก็เริ่มเดินไปเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม จะมีปัญหาก็ที่เส้นทาง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ที่มีเหตุวางระเบิดทางรถไฟเท่า นั้น และได้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของหัวรถจักรทั้งหมด เท่ากับว่าเราได้งดเว้นกรณีเดียวเท่านั้น ทุกอย่างจะเป็นไปตามมาตรฐาน จึงสามารถมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย ส่วนเรื่องการเจรจากับ สร.รฟท. กำลังดำเนินการ แต่ขอให้อย่าเอาเรื่องการบริการประชาชนมาเป็นเงื่อนไข น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดี และน่าจะใกล้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ครม.ได้อนุมัติในหลักการที่จะรับลูกจ้าง 171 คน ในส่วนของช่างขึ้นมาเป็นพนักงาน เพื่อความพร้อมในการเดินรถด้วย
ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเพื่อแก้ปัญหาการรถไฟฯ อย่างเป็นระบบ คาดว่าจะเสนอ ครม.ในเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตาม ทางการจีนได้เสนอให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจำนวน 400 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในกิจการรถไฟ เบื้องต้นจะนำเงินกู้ส่วนหนึ่งมาใช้ในการจัดซื้อหัวรถจักรจากจีนจำนวน 7 คัน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนหัวรถจักร โดยจะใช้วิธีการซื้อแบบรัฐต่อรัฐ และในเร็วๆ นี้ ตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปจีน เพื่อเจรจาเรื่องการจัดซื้อหัวรถจักร การต่อเชื่อมเส้นทางรถไฟจากจีนมายังประเทศไทย รวมทั้งชักชวนจีนให้มาลงทุนในกิจการรถไฟ เช่น การก่อสร้างรถไฟทางคู่ การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) จำนวนกว่า 30 คน นำโดยนายอำนาจ พลมี รองเลขาธิการ สรส. นำรถหกล้อดัดแปลงมาตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราว พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เพื่อขอให้พิจารณาตรวจสอบการเดินรถไฟที่ ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะอุปกรณ์หัวรถจักรที่ไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ รวมทั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่ควบคุมการพลั้งเผลอของพนักงานขับรถจักร หรือ เดทแมนคอนโทรล ที่ไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอุบัติเหตุรถไฟตกรางที่สถานีเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
นายสมชาย กล่าวว่า คณะกรรมาธิการจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมวันที่ 29 ตุลาคมนี้ รวมทั้งจะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงด้วย
จังหวัดภูเก็ต เตรียมตรวจเข้มมาตรการแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง
กรมประชาสัมพันธ์ (
28 ต.ค. 52) - นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากปัญหาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองลักลอบเข้ามาทำงานในพื้นที่จำนวนมาก ที่ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยมิชอบด้วย กฎหมาย เพื่อหามาตรการในการแก้ไขปัญหา โดยที่ประชุม ได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจ ที่ประกอบด้วยฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนการออกปฎิบัติงานร่วมกัน แบบบูรณาการอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ทั้งการสกัดกั้น การป้องกันปราบปราม การควบคุมและการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบ พบว่า ที่ผ่านมามีแรงงานต่างด้าว ลงทะเบียนไว้กับจัดหางานจังหวัด และต่อใบอนุญาตทำงานไว้แล้ว จำนวน 63,041 คน โดยแยกเป็นที่ขอจดทะเบียนทำงาน 38,710 คน และขอต่ออายุใบอนุญาต 24,331 คน แต่ความเป็นจริงยังมีแรงงานต่างด้าวที่กระจายทำงานอยู่ตามจุดต่างๆ อีกจำนวนมาก ที่ยังไม่ได้จดทะเบียน จึงให้มีการกวดขันจับกุม และเข้มงวดตรวจค้น บริเวณด่านตรวจท่าฉัตรไชย ที่เป็นเส้นทางเดียว ที่มีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามา ในส่วนที่อาจมีการลักลอบเข้ามาทางเรือนั้น ให้เจ้าหน้าที่สอบหาข่าว เพื่อดำเนินการอย่างเข้มงวดเช่นกัน
อิสราเอลเผย แรงงานไทยถูกกดขี่สารพัด
ไอเอ็นเอ็น (29 ต.ค. 52) -จากการเปิดเผยรายงานการสำรวจสถานภาพแรงงานต่างด้าวที่ถูกว่าจ้างให้มาทำงานใน ภาคเกษตรกรรมทั่วประเทศ เมื่อ 27 ต.ค.ของ องค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชน "คาฟ ลาโอเวด" ของอิสราเอล ระบุว่า ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มาจากประเทศไทย เนปาล ศรีลังกา และเขตปกครองปาเลสไตน์ โดยแรงงานส่วนใหญ่ต้องจ่ายเงืนค่านายหน้าสูงถึง 264,000-330,000 บาท และแรงงานจำนวนมาก ยังถูกส่งไปใช้แรงงานในพื้นที่ที่ห่างไกล และต้องทำงานหนักวันละหลายชั่วโมง เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และไม่ได้รับค่าล่วงเวลา และการเอาเปรียบกดขี่อีกสารพัด
ทั้งนี้รายงานดังกล่าว จัดทำโดยอาสาสมัครด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งติดตามสังเกตการณ์ในฟาร์มของทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ รวมถึงการตรวจสอบจดหมายร้องเรียนซึ่งรัฐบาลได้รับ และรายงานดังกล่าวจะถูกนำเสนอให้ที่ประชุมสภาคเนสเสตพิจารณาแก้ไขต่อไปในสัปดาห์หน้า
สาวิทย์รับเสียความรู้สึกหลังผู้ว่า รฟท.ปลดพนักงานรถไฟ 6 คน
โพสต์ทูเดย์ (29 ต.ค. 52) - นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.)กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการเดินรถไฟ โดยยืนยันการเรียกร้องของทางสหภาพฯ เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหา ไม่ได้เอาประชาชนมาเป็นเครื่องมือต่อรอง อย่างไรก็ตามขณะนี้ปัญหาได้ถูกแก้ไปบางส่วน โดยเฉพาะเมื่อตัวแทนผู้บริหาร ร.ฟ.ท.และสหภาพฯ ได้เปิดโต๊ะเจรจา โดยมีนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย เป็นคนกลาง ซึ่งทุกฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันว่า จะเริ่มเรินรถไฟในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 29 ต.ค.นี้
ส่วน การสั่งปลดพนักงานรถไฟทั้ง 6 คนนั้น นายสาวิทย์ กล่าวว่า ก็ต้องมีการต่อสู้กันทางกฎหมายต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องให้เกียรติ รมช.มหาดไทย ที่ลงมาเคลียร์ปัญหา ซึ่งยอมรับว่า เสียความรู้สึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังคงมีการเดินรถตามข้อตกลง รถพร้อม คนพร้อม ก็พร้อมเดินรถตามกำหนด ทั้งนี้ก็จะต้องให้สอดคล้องกับระบบที่จะต้องมีความปลอดภัยด้วย
สาวิทย์แจงกมธ.สิทธิ์ฯกรณีรถไฟหยุดวิ่ง
ไอเอ็นเอ็น (
29 ต.ค. 52) - นาย สาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าชี้แจง ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา กรณีการหยุดเดินรถจนส่งผลกระทบและก่อให้เกิดปัญหาในปัจจุบัน โดยย้ำว่า พนักงานการรถไฟไม่ได้มีเจตนาในการหยุดเดินรถ แต่ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนเช่นขบวนรถที่ 84 ที่เกิดเหตุตกรางที่บ้านเขาเต่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งสืบเนื่องมาจากความไม่พร้อมของอุปกรณ์การเดินรถ ทั้งในส่วนหัวรถจักร และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเครื่องป้องกันการหลับในของพนักงาน หรือที่เรียกว่า วีจีแรนท์ พร้อมยืนยันว่าการกระทำทุกอย่างที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเป็นไปตามข้อกำหนดที่ ระบุไว้ตามกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ปี 2543 ในมาตรา 58 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะหากอุปกรณ์การเดินรถไม่พร้อมก็ไม่สามารถเดินรถได้
ทั้งนี้ ในส่วนประเด็นการปลดพนักงานการรถไฟ ซึ่งเป็นคณะกรรมการสหภาพการรถไฟของหาดใหญ่นั้น นายสาวิทย์ ระบุว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า รัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาจริงหรือไม่เพราะ เป็นการให้ข่าวก่อนมีคำสั่งต่อพนักงาน โดยตรงทั้งนี้ในส่วนเวลา ดังกล่าวนั้น ได้มีการหารือและประชุมร่วมกันกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม
นายภิญโญ เรือนเพ็ชร ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟ เปิดเผยว่า ขอประณามการกระทำของ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟ ที่ไล่ออกพนักงานประจำสถานีหาดใหญ่จำนวน 6 คน เพราะก่อนหน้านี้ ได้มีการเจรจากันแล้ว แต่เมื่อมีคำสั่งให้ออกมาก็เหมือนเป็นการยั่วยุ บิดเบือนความจริงกล่าวโทษ และโยนความผิดให้กับสหภาพ ทั้งนี้ยังคงจุดยืนที่ให้เวลาการรถไฟในการซ่อมแซมหัวรถจักรให้มีความปลอดภัย ภายใน 2 วัน ไม่เช่นนั้น จะหยุดการเดินรถจะทำขบวนเฉพาะที่มีความสมบูรณ์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่มีรถไฟตกรางในวันนี้ เส้นทางวงเวียนใหญ่มหาชัย นั้น เป็นเพราะเกิดจากความปลอดภัยและเชื่อว่าอุบัติเหตุในลักษณะนี้ จะเกิดขึ้นอีกเป็นสักระยะ ทั้งนี้มีรายงานข่าวจากการรถไฟว่าในอีก 1-2 วัน นี้จะมีรายชื่อพนักงานที่ถูกไล่ออกเพิ่มเติมซึ่ง 1 ในนั้นมีชื่อของ นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพการรถไฟ
ที่ประชุมเครือข่ายป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ระบุ มีขบวนการนายหน้าแสวงหาแรงงานต่างด้าวโดยใช้ จ.มุกดาหาร เป็นเส้นทางผ่าน
กรมประชาสัมพันธ์ (30 ต.ค. 52) - นายสิทธา สุขกันท์ หัวหน้าโครงการพิเศษต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร กล่าวในการจัดประชุมเครือข่ายป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ครั้งที่ 1 ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ รวมทั้งสรรหาคณะทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตามนโยบายและแผนแห่งชาติ ตลอดจนเพื่อพัฒนาเครือข่าย และหาแนวทางในการทำงานร่วมกัน ระหว่างมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้มีการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย โดยระบุว่ามีขบวนการนายหน้าแสวงหาแรงงานต่างด้าวโดยใช้จังหวัดมุกดาหาร เป็นเส้นทางผ่าน อีกทั้งมีการแอบแฝงขายบริการทางเพศของเด็กและสตรีทางด้านด่านชายแดนมุกดาหาร -สะหวันนะเขต ซึ่งมักแฝงมาในรูปเซ็กส์ทัวร์ นอกจากนี้ปัญหาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ยังส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน ทั้งปัญหาการลักลอบนำเข้ายาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย และอบายมุข ดังนั้น จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมใจ ตั้งใจทำงาน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นและมีความหวัง การป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์จึงจะสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ครส.แถลงค้านเลิกจ้าง6กก.สหภาพรถไฟ
สำนักข่าวเนชั่น (30 ต.ค. 52) - กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ประกาศเลิกจ้างเจ้าหน้าที่การรถไฟ ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ภายหลังออกมาเรียกร้องให้ปรับปรุงการให้บริการให้มีมาตรฐาน รวมทั้ง การตรวจสอบการบริหารงานที่ไม่โปร่งใสของฝ่ายบริหาร //คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน หรือ ครส.ออกแถลงการณ์คัดค้านการเลิกจ้างโดยการปลดพนักงาน เพราะเป็นการละเมิดสิทธิแรงงานและละเมิดสิทธิมนุษยชน เนื่องจากการชุมนุมของสหภาพแรงงาน เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่ได้รับการรับรองตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ รวมถึงรัฐธรรมนูญไทย โดยเฉพาะข้อเรียกร้องให้ปรับปรุงซ่อมแซมอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของผู้ โดยสารก่อนการเดินรถ แต่ผู้บริหารการรถไฟ และกระทรวงคมนาคม กลับละเลย ซึ่งเรื่องความปลอดภัยในอุปกรณ์การเดินรถและหัวขบวนรถจักรนั้น เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่สหภาพยื่นแนวคิดในการปรับปรุงโครงสร้าง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในสมุดปกขาวตั้งแต่ปี 2545 แต่กลับถูกเพิกเฉย ฝ่ายการเมืองและผู้บริหารการรถไฟฯ กลับดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการรถไฟที่ต้องการแปรรูปรถไฟโดยไม่มีความโปร่ง ใส ขาดการตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้ ครส. ห่วงใยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมและการรถไฟ อาจมีประเด็นแอบแฝงทางการเมือง เพื่อจะใช้ข้ออ้างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แอบแปรรูปการรถไฟฯ
รฟท.ฟ้องศาล สั่งเลิกจ้าง 'สาวิทย์'-พวก
ไทยรัฐ (30 ต.ค. 52) - เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ รฟท.ดำเนนการฟ้องร้องศาลแรงงานกลางเอาผิดกับแกนนำสหภาพรัฐวิสาหกิจการรถไฟ แห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) เพิ่มอีก 5 ราย โดยเป็นการฟ้องเลิกจ้าง เนื่องจากมีการละทิ้งหน้าที่ สร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่ รฟท.เป็นมูลค่า 70.4 ล้านบาท
นายยุทธนา กล่าวว่า ขณะนี้การให้บริการเดินรถไฟ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาเดินรถได้ตามปกติ ส่วนการเอาผิด 5 แกนนำสหภาพฯ รฟท.ที่ร่วมกันหยุดงานประท้วงนั้น ประกอบด้วย นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพฯ นายธารา แสวงธรรม นายเหลี่ยม โมกงาม นายสุพิเชฐ สุวรรณชาตรี และนายอรุณ ดีรักชาติ ทั้ง 4 คนเป็นกรรมการสหภาพฯ
นอก จากนี้ ผู้บริหาร รฟท.ทั้งฝ่ายโยธา ช่างกล และฝ่ายการเดินรถ ได้ร่วมกันแถลงข่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมาการตรวจสอบความพร้อมของหัวรถจักร ระบบราง และระบบการเดินรถ รฟท.ได้ปฏิบัติตามระเบียบการเดินรถอย่างเข้มงวด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารไม่ได้ปล่อยปละละเลยตามที่แกนนำ รฟท.กล่าวอ้าง
ขนส่งเปิดทำใบขับขี่คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง
ไทยรัฐ (31 ต.ค. 52) - เมื่อวันที่ 31 ต.ค.นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ออกระเบียบ ให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ประกอบด้วย ญวนอพยพ, อดีตทหารจีนคณะชาติและจีนฮ่ออพยพ, ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (อดีตโจรคอมมิวนิสต์มลายา), ไทยลื้อ และชาวเขาที่มีบัตรประจำตัวบุคคลที่ราบสูง สามารถจดทะเบียนรถและดำเนินการด้านทะเบียนรถได้ เพียงนำหลักฐานที่ทางราชการออกให้มาแสดง โดยกรมการขนส่งทางบก อยู่ระหว่างดำเนินการออกระเบียบให้บุคคลดังกล่าวข้างต้น สามารถทำใบอนุญาตขับรถได้ เพื่อให้มีความรู้ กฎจราจรและใช้รถในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
อธิบดีกรมขน ส่งทางบก กล่าวต่อว่า บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และชาวเขาที่มีบัตรประจำบุคคล ที่ราบสูงซึ่งกรมการปกครองออกให้ สามารถจดทะเบียนรถ โอนกรรมสิทธิ์รถ หรือแก้ไขรายการทางทะเบียนได้เช่นเดียวกับคนไทย เพียงนำหลักฐานแสดงตนที่ทางราชการออกให้ ได้แก่ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือใบอนุญาตทำงาน ฉบับจริงพร้อมสำเนา และหลักฐานแสดงถิ่นที่อยู่ ที่ทางราชการออกให้ เช่น ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ท.ร.14) ทะเบียนบ้าน (ท.ร.13) ทะเบียนประวัติแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา (ท.ร.38/1) ฉบับจริงพร้อมสำเนามาแสดง โดยหากประสงค์ จดทะเบียนรถในจังหวัดใด ขอให้นำหลักฐานดังกล่าวข้างต้น พร้อมหลักฐานการได้มาของรถ และแบบคำขอ จดทะเบียนรถซึ่งกรอกรายการครบถ้วน ยื่นต่อนายทะเบียนพร้อมนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ณ กรมการขนส่ง ทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดที่ประสงค์จดทะเบียนรถ
สำหรับการแก้ไข รายการทางทะเบียน อาทิ การแจ้งเปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่องยนต์ เปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง แก้ไขชื่อ-สกุล หรือการชำระภาษีรถประจำปี สามารถดำเนินการได้ ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ ส่วนการออกใบอนุญาตขับรถให้กับบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และชาวเขาที่มีบัตรประจำตัวบุคคลที่ราบสูงดังกล่าว ขณะนี้ กรมการขนส่งทางบก อยู่ระหว่างพิจารณายกร่างกฎกระทรวงเพื่อวางหลักเกณฑ์ และวิธีการออกใบอนุญาตขับรถให้ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะทำให้กลุ่มบุคคลดังกล่าว สามารถใช้รถในประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ในขณะเดียวกันทางราชการก็สามารถควบคุมดูแล และตรวจสอบตัวรถและผู้ขับขี่ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดอาชญากรรมได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้นด้วย สอบถามเพิ่มเติมที่ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร กรมการขนส่งทางบก หมายเลขโทรศัพท์ 0-2271-8714-6 สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือ Call Center 1584