สถานการณ์ความเคลื่อนไหวแรงงานไทยประจำวันที่ 8 - 14 พฤศจิกายน 2552

ครม.เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการถ่ายรูป การตรวจสุขภาพ และการขออนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว
กรมประชาสัมพันธ์ (9 พ.ย. 52) -
นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 ให้ขยายระยะเวลาถ่ายรูป ตรวจสุขภาพ การขออนุญาตทำงานและจดทะเบียนบุตรแรงงานต่างด้าวออกไป เนื่องจากมีแรงงานต่างด้าวมารายงานตัวจดทะเบียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรมการปกครองยังไม่ได้ถ่ายรูปแรงงานต่างด้าว เพื่อจัดทำ ทร.38/1 จำนวน กว่า 9,000 คน กระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้ตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว จำนวน 152,982 คน รวม ทั้งสิ้น จำนวน 161,982 คน เป็นเหตุให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ดังนั้นเพื่อให้แรงงานต่างด้าว ที่ค้างการดำเนินการเข้าสู่ระบบการจ้างงานที่ถูกต้อง จึงให้กรมการปกครองขยายระยะเวลาการถ่ายรูปทำทะเบียนประวัติ ทร.38/1 ออกไป ตั้งแต่วันที่ 4-18 พ.ย. 52 (15 วัน) ตรวจสุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย.52-2 ม.ค.53 (60วัน) และขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางานตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย.-1 ก.พ.53 (60 วัน) นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบตามคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง (กบร.) เสนอให้จดทะเบียนเฉพาะบุตรแรงงานต่างด้าว โดยกระทรวงมหาดไทยออกประกาศผ่อนผันโดยให้บุตรแรงงานต่างด้าวมาจดทะเบียนกับ กรมการปกครองได้ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.52 - 2 ม.ค. 53 (45 วัน)
นายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในไทย เผย พบเพศหญิงถูกละเมิดทางเพศจำนวนมาก
กรมประชาสัมพันธ์ (9 พ.ย. 52) - คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ นายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย บรรยายพิเศษเรื่อง กฎหมายคุกคามทางเพศ : การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงไทย ณ ศูนย์สตรีศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เนื่องในเดือนยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง จัดโดยศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ ศูนย์สตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ มูลนิธิผู้หญิง กฎหมาย และการพัฒนาชนบท โดย คุณหญิงทิพาวดี กล่าวว่า สังคมทุกภาคส่วนควรตระหนักและให้ความสำคัญต่อปัญหาการล่วงละเมิดและคุกคาม ทางเพศ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก เพราะเป็นปัญหาใหญ่ ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่จะมีหน่วยงานและองค์กรที่ดูแลปัญหานี้โดยเฉพาะ แต่ประเทศไทยยังไม่มีองค์กรที่ชัดเจนสำหรับดำเนินการเรื่องดังกล่าว ที่จะทำความเข้าใจและรับประสานเรื่อง ขณะเดียวกันมีข้อมูลว่า กำลังจะมีการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพื่อดูแลเรื่องดังกล่าว เพื่อป้องกันการปฏิบัติที่คุกคามทางเพศ อีกทั้งควรมีการตระหนักให้ความเสมอภาคหญิงชายไม่เลือกปฏิบัติ
สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีล่วงละเมิดทางเพศ ได้แก่ กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายแรงงาน กฎหมายทะเบียนแรงงานต่างด้าว กฎหมายเฉพาะ เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองการคุกคามทางเพศในสถานที่ทำงาน สถานศึกษา และพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ในปัจจุบันพบว่าในสถานที่ทำงานบางแห่งมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ก็ถูกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม ขณะที่ผู้ถูกล่วงละเมิดและถูกเอาเปรียบส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิง
สสช. เผย อัตราว่างงานปี 52 ไม่ลดลงจากปีที่ผ่านมา โดยภาคอีสานพบผู้ว่างงานสูงที่สุดในประเทศกว่า 1 แสนคน
กรมประชาสัมพันธ์ (
10 พ.ย. 52) - สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผย ข้อมูลและสถิติการว่างงานเดือนสิงหาคม 2552 พบยังไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันในปี 2551 ส่วนอัตราการว่างงานแบ่งตามภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้ว่างงานมากที่สุด 1.4 แสนคน
นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ หรือ สสช. เปิดเผยข้อมูลสถิติและสถานการณ์แรงงานเดือนสิงหาคม 2552 ว่า มีอัตราการว่างงานร้อยละ 1.2 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว โดยการว่างงานเมื่อเปรียบเทียบเป็นรายภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นภาคที่มีจำนวนผู้ว่างงานมากที่สุด คือ 1.4 แสนคน รองลงมาเป็นภาคกลาง 1.2 แสนคน ภาคใต้ 9 หมื่นคน ภาคเหนือ 6 หมื่นคน และกรุงเทพมหานคร 4 หมื่นคน และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551 พบว่า มีการลดลงของผู้ว่างงานทุกภาคทั่วประเทศ ส่วนระดับการศึกษาที่สำเร็จของผู้ว่างงานในเดือนสิงหาคม 2552 พบว่า ผู้ที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา มีอัตราการว่างงานสูงที่สุด คือ ร้อยละ 2.3 รองลงมาเป็นผู้ที่จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอน ปลายเท่ากัน คือ ร้อยละ 1.6 และประถมศึกษาร้อยละ 1.0 โดยจะเห็นได้ว่า ผู้ที่มีการศึกษาสูงจะมีอัตราการว่างงานที่ค่อนข้างสูงกว่าผู้ที่มีการศึกษา ไม่สูงนัก แต่ก็ยังมีแนวโน้มลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2551
ปธ.สภาอุตฯ อยุธยา เร่ง ก.แรงงาน เตรียมรับมือม็อบเรียกร้องโบนัสปลายปีนี้
กรมประชาสัมพันธ์ (10 พ.ย. 52) - นายทศพล วังศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ในทุกๆ ปี ปัญหาแรงงานจะเกิดขึ้นเป็นประจำโดยเฉพาะในช่วงปลายปี จะมีปัญหาการเรียกร้องการขึ้นเงินเดือน และการเรียกร้องเงินโบนัสอยู่เป็นประจำ และที่ผ่านมา ยังไม่มีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ จนทำให้ปัญหาด้านแรงงานของไทยถูกมองในสายตานักลงทุนต่างชาติออกไปในภาพลบ ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงแรงงานต้องทำงานในเชิงรุกก่อนที่ปัญหาจะเกิด เช่น ต้องมอบหมายเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงแรงงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ออกไปพูดคุยระหว่างผู้ประกอบการ หรือเจ้าของสถานกิจการ กับตัวแทนพนักงาน หรือกลุ่มสหภาพในลักษณะจับเข่าคุยกัน เพราะจะได้รู้ปัญหาของทั้ง 2 ฝ่าย และอีกอย่างจะเป็นการเปิดอกคุยกันอย่างเปิดเผยโดยมีคนกลาง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐในการรับรู้ปัญหา และจะได้ไม่เกิดการประท้วงในภายหลังเหมือนทุกปี
นายทศพล กล่าวอีกว่า เห็นใจรัฐบาลที่รับสึกหลายด้าน แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ ปัญหาภายในประเทศ เพราะหากปากท้องประชาชน ไม่สามารถแก้ได้ ภาพลักษณ์ของรัฐบาลก็จะเสียไปด้วย ทั้งนี้ยอมรับว่าเศรษฐกิจภายในประเทศ ยังไม่ดีขึ้นเหมือนกับที่หลายฝ่ายพยายามบอกว่าดี เพราะดูได้จากการขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยังไม่กระเตื้องมากนัก สิ่งสำคัญเงินที่รัฐบาลรับปากว่า จะนำมาช่วยแก้ปัญหาธุรกิจ SME ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเท่าที่ควร จึงทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศยังชะลอตัว ส่วนโครงการที่รัฐบาลจัดสรรเงินมาตามโครงการส่วนราชการในงบพอเพียงนั้น ก็ยังไม่เห็นจะเป็นรูปธรรมมากนัก อีกทั้งยังเป็นการเปิดช่องทางให้เกิดการทุจริตได้ง่ายในหลายโครงการ
กลุ่มผู้ชุมนุมจากสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานฯ นำร่าง พ.ร.บ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย ฉบับประชาชน เข้าสู่สภา
กรมประชาสัมพันธ์ (11 พ.ย. 52) - กลุ่มผู้ชุมนุมจากสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม แห่งประเทศไทย เครือข่ายแรงงานนอกระบบ และเครือข่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นำโดยนางสมบุญ สีคำดอกแค ประธานสภาเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงานแห่งประเทศไทย รวมตัวกันด้านหน้าอาคารรัฐสภาฝั่งตรงข้ามสวนสัตว์ดุสิต เนื่องจากผู้ชุมนุมอ้างว่ามีข่าว ซึ่งยืนยันได้ว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ จะไม่มีการนำร่างพระราชบัญญัติสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพ แวดล้อมในการทำงาน ฉบับของประชาชน ที่เสนอโดย สส.ของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย บรรจุไว้ในวาระการพิจารณา ทั้งที่มีการบรรจุการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นจึงมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลนำร่าง พ.ร.บ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ฉบับของประชาชน เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร คู่กับ ร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฉบับบของรัฐบาล พร้อมขอให้ ส.ส.จำนวน 20 คนที่เข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอย่าถอนชื่อและถอนร่างออกไป โดยระหว่างชุมนุมแกนนำได้ปราศรัยเพื่อขอให้ ส.ส.ทุกคนจริงใจในการทำหน้าที่เพื่อประชาชน รวมถึงการผลักดันให้เกิดกฏหมายเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่าง แท้จริง
ทั้งนี้ ทางกลุ้มผู้ชุมนุมได้ประทับมือด้วยสีดำลงบนแผ่นผ้าสีขาว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการไว้ทุกข์ให้รัฐสภาไทย หากเห็นความสำคัญของคนงานมาทีหลังด้วย
กรมการจัดหางาน เตือนแรงงานไทย อย่าหลงเชื่อนายหน้าหรือบริษัทจัดหางาน จ่ายค่าหัวคิวเดินทางไปทำงานที่อิสราเอล เพราะต้องรอตรวจสอบและอนุมัติก่อนในเดือนธันวาคม
กรมประชาสัมพันธ์ (
11 พ.ย. 52) - นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงการเปิดจดทะเบียนบริษัทคู่ค้า ระหว่างบริษัทจัดหางานไทย และบริษัทจัดหางานของอิสราเอล โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ว่า ไม่ต้องการให้เหตุการซ้ำร้อยเช่นเดียวกับกรณีนายหน้าเรียกเก็บค่าหัวคิวก่อน ที่จะจัดส่งแรงงานไปยังประเทศแคนาดา จึงขอให้เตือนผู้ต้องการไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะในภาคอีสาน อย่าหลงเชื่อนายหน้าหรือบริษัทจัดหางาน ยอมจ่ายค่าหัวคิว ซึ่งจะเรียกเก็บประมาณ 100,000 บาท เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับจดทะเบียนบริษัทคู่ค้า และตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อจะอนุมัติใบอนุญาตจัดส่งแรงงาน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม โดยมีบริษัทจัดหางานอิสราเอล แจ้งความจำนงจดทะเบียนเป็นคู่ค้ากับบริษัทจัดหางานไทยจำนวน 14 แห่ง ขณะที่มีบริษัทจัดหางานไทย ยื่นความจำนง 31 แห่ง
สำหรับการจดทะเบียนบริษัทคู่ค้า เพราะต้องการให้เกิดการแข่งขันด้านราคา ให้ค่าจัดส่งแรงงานถูกกว่าเดิม จากที่เรียกเก็บไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ที่แรงงานได้รับ หรือประมาณกว่า 100,000 บาท เป็นอัตราที่น้อยกว่า หรือลดลงครึ่งหนึ่ง
ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ระบุ ก.แรงงานไม่ควรใช้อำนาจศาลในการบังคับคนงานออกจากใต้ตึกกระทรวงฯ
กรมประชาสัมพันธ์ (
11 พ.ย. 52) - น.ส.จิตรา คชเดช ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ กล่าวถึง กรณีที่กระทรวงแรงงานเตรียมขอหมายศาล เพื่อปิดประกาศให้คนงานไทรอัมพ์ออกจากพื้นที่ด้านล่างกระทรวงแรงงาน เนื่องจากในเดือนธันวาคมนี้ กระทรวงแรงงานต้องใช้สถานที่จัดงานเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว ว่า กระทรวงแรงงาน น่าจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดการจัดนิทรรศการงานเทิดพระเกียรติฯก่อน ไม่ควรที่จะมาใช้มาตรการคำสั่งศาลให้ออกจากพื้นที่ ซึ่งไม่ถูกต้อง คล้ายกับการเอาเรื่องนิทรรศการฯมาเป็นข้ออ้าง เพื่อบังคับผู้ชุมนุม ที่สำคัญการจัดนิทรรศการก็ไม่ได้ใช้พื้นที่ใต้อาคารทั้งหมด แต่ใช้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ดังนั้นกระทรวงควรมีวิธีการที่ทำให้คนงานกับการจัดนิทรรศการสามารถดำเนินควบ คู่กันได้ เพราะงานที่แสดงถึงความจงรักภักดีคนงานก็พร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว หากกระทรวงขอความร่วมมือในการจัดสถานที่ คนงานไทร์อัมพ์ พร้อมจะให้ความร่วมมือ โดยการลดจำนวนผู้ชุมนุมลงจาก 300 คน ให้เหลือ 100 – 150 คน เพื่อความสะดวกในการจัดนิทรรศการฯ
น.ส.จิตรา ยังกล่าวอีกว่า หากกระทรวงแรงงานยังคงใช้มาตรการทางกฎหมายมาบังคับใช้เพื่อขับไล่ กลุ่มคนงานไทร์อัมพ์คงไม่ขัดขืน จะยอมออกจากพื้นที่อย่างสงบ และจะกลับมาชุมนุมอีกครั้ง เมื่อจัดนิทรรศการแล้วเสร็จ
คกก.และไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ไขปัญหาการชุมนุมแรงงานไทรอัมพ์ มีมติยกเลิกการขออำนาจศาลบังคับคนงานไทรอัมพ์ออกจากใต้ตึก ก.แรงงาน
กรมประชาสัมพันธ์ (11 พ.ย. 52) - นางจันทวรรณ ทองสมบุญ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการและไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ไขปัญหาการชุมนุมแรงงานไทรอัม พ์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการการทำงานว่า ที่ประชุมเห็นควรให้ยกเลิกแนวคิดที่จะให้สำนักบริหารกลางขอหมายศาลเพื่อปิด ประกาศให้คนงานไทรอัมพ์ออกจากพื้นที่ด้านล่างกระทรวงแรงงาน เนื่องจากในเดือนธันวาคมกระทรวงต้องใช้สถานที่จัดงานเทิดพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่า หากใช้หมายศาลติดประกาศเพื่อบังคับคนงานจะเกิดปัญหากระทบกระทั่งและขยายวง กว้างกลายเป็นปัญหาบานปลาย ดังนั้นวิธีการพูดคุยขอให้คนงานสละพื้นที่บางส่วนเพื่อจัดงานน่าจะดีกว่า ทั้งนี้ทราบว่าคนงานไทรอัมพ์เตรียมทำหนังสือเพื่อขอเจรจาในเรื่องนี้แล้ว
อ.-นศ.มหาลัยโคราช เรียกร้องตอบโต้ไล่แรงงานเขมรกลับ
สำนักข่าวเนชั่น (11 พ.ย. 52) - นายสามารถ จับโจร ประธานภาคีคณาจารย์นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา กล่าวว่า ในวันที่ 15 พ.ย.นี้เสียงตอบรับของพี่น้องประชาชนคนไทยที่ได้แสดงความชัดเจนที่จะไปร่วม แสดงพลังของประชาชนกับกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยกันที่ท้องสนามหลวง โดยไม่ได้เลือกกลุ่มใด ไม่เลือกสีเสื้อใด แต่จะเป็นการร่วมกันแสดงเจตนารมณ์การปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งในนามภาคีคณาจารย์ฯจะเข้าในฐานะของประชาชนคนไทย ไม่ใช่เข้าร่วมในฐานะสังกัดของพรรคการเมือง หรือสังกัดอื่นใด เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของอำนาจอธิปไตย เราจะอยู่เหนือกลไกของการเมือง เพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติ
นายสามารถ กล่าวว่า การตอบโต้ของรัฐบาลไม่ว่าเรื่องการทูต การเชิญทูตกลับ ตลอดทั้งการทำหนังสือเพื่อนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณฯกลับถือว่าเป็นการแสดงเจนารมย์ตามระบบสากลที่ทำกัน แต่ในส่วนตัวการแสดงจุดยืนตอบโต้ครั้งนี้ถือว่ายังเบาเกินไป ฉะนั้นมาตรการตอบโต้ต่อไปคือรัฐบาลไทยต้องทบทวนในเรื่องของแรงงานต่างด้าว ซึ่งราชอาณาจักรไทยมีแรงงานกัมพูชาเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก ตลอดทั้งเรื่องพรมแดนที่หลายคนเกรงว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจนั้น อยากให้นักธุรกิจเข้าใจว่าจะห่วงปากท้องหรือว่าห่วงอำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นศักดิ์ศรในพรมแดนของความเป็นไทยกันแน่ ฉะนั้นความเป็นจริงถ้ากัมพูชา หรือ “ ฮุน เซน” ยังแข็งกร้าว ต้องมีมาตรการตอบโต้เด็ดขาดโดยด่วน แต่ไม่สนับสนุนให้ก่อสงคราม
ส่วนทางกองทัพตนเชื่อว่า ทหารหลายคนรู้สึกเจ็บปวดและรู้สึกถึงการย่ำยีศักดิ์ศรีของทหารไทย โดยเฉพาะที่มีการพูดว่า ทหารกัมพูชา 1 คนจะต้องใช้กำลังรบจากทหารไทยถึง 3 คนถึงจะเอาชนะได้ มันเป็นการทำลายศักดิ์ศรีและทำลายความเชื่อมั่นในความเป็นทหาร และถือว่าไม่ให้เกียรติกัน ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณจะเข้ามอบตัวในไทยก็ยินดีต้อนรับ จะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทำให้บ้านเมืองสงบสุขอีกครั้ง
ก.แรงงาน จัดสัมมนาระดมความคิดแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม
กรมประชาสัมพันธ์ (
12 พ.ย. 52) - นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเปิดการสัมมนา แนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมว่า หลังเศรษฐกิจฟื้นตัวปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีความชัดเจน ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ และยานยนต์ ที่นายจ้างแจ้งความต้องการจ้างงานกว่า 20,000 อัตรา ในภาคการปฏิบัติงาน ทั้งนี้นายจ้างหรือสถานประกอบการต้องปรับทัศนคติการจ้างงานใหม่ เพื่อดึงดูดแรงงานกลับสู่ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอัตราเงินเดือน สภาพความเป็นอยู่และสวัสดิการที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกจ้างว่าเมื่อกลับเข้าสู่ระบบงาน ชีวิตจะดีขึ้น และไม่เสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างในอนาคต ขณะเดียวกันการสัมมนาดังกล่าว จะเป็นการระดมความคิดเห็นจากทั้งตัวแทนนายจ้าง ตัวแทนลูกจ้าง และนักวิชาการ ในการรวบรวมปัญหาและหาทางออกร่วมกัน
ด้าน ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ ประธานสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ขณะนี้ในภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีความต้องการจ้างงานเพิ่มขึ้นในทุกเดือน ซึ่งจังหวัดที่ขาดแคลนจะอยู่โดยรอบกรุงเทพมหานคร อาทิ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา เป็นต้น อย่างไรก็ตามในฐานะนายจ้างต้องสร้างวัฒนธรรมการรักองค์กรให้กับคนงานทั้งที่ มีอยู่เดิม และกำลังจะกลับเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ทั้งรายได้ ชีวิตความเป็นอยู่ และความปลอดภัยจากการทำงานที่ต้องดีขึ้น เพื่อลดความเครียดในการทำงาน
เตือนแรงงานต่างด้าวรีบขื้นทะเบียนก่อน 1 ก.พ. 53
สำนักข่าวเนชั่น (
12 พ.ย. 52) - นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาการการขอใบอนุญาตทำงานของแรง งานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ออกไปอีก 90 วัน จั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 -1 กุมภาพันธ์ 2553 เนื่องจากมีแรงงานจำนวน 147,724 คน ไม่สามารถดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานได้ทันกำหนดในวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ มีแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติ มารายงานตัวและทำทะเบียนปนะวัติ ( ทร.38/1) กับกรมการปรกครอง 1,054,261 คน แยกเป็นสัญชาติพม่า จำนวน 785,017 คน ลาว จำนวน 120,824 คน และกัมพูชา จำนวน 148,420 คน แต่มาดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน จำนวน 906,537คน หรือ คิดเป็นร้อยละ 85.98 ของแรงงานที่มาขื้นทะเบียน
นายจีรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนใหญ่แรงงานต่างด้าวทั้ง 3 สัญาชาติ ยังดำเนินการค้างอยู่ในขั้นตอนถ่ายรูปกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประมาณ 9,000 คน โดยขณะนี้มาดำเนินการแล้วจำนวน 3,000 คน ค้างการตรวงสุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุขประมาณ 1 แสนคน ทั้งนี้ ขอย้ำว่าการเดปิดขยายระยะเวลาขอใบอนญาตทำงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นการจดทะเบียน รอบใหม่ แต่เป็นการดำเนินการเพื่อให้แรงงานต่างด้าวที่มาขื้นทะเบียนไว้แล้ว แต่ไม่สามรถดำเนินการตามขั้นตอนๆ ให้แล้วเสร็จ ซึ่งจะทำให้แรงงานเหล่านี้สามารถอยู่ในประเทศไทยและทำงานได้อย่างถูกต้องตาม กฎหมาย
ทั้งนี้จากปัญหาดังกล่าวคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 ให้ขยายเวลาการถ่ายรูป การตรวงสุขภาพ การขออนุญาตทำงาน ดังนี้ ถ่ายรูปและทำทะเบียนประว้ต ทร 38/1 ที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 4-18 พฤศจิกายน 2552 ตรวจสุขภาพที่กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 - 2 มกราคม 2553 ขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน - 1 กุมภาพันธ์ 2553
“ขอเตือนแรงงานต่างด้าวที่ได้ยื่นเรื่องทำประวัติกับกรมการปกครอง แต่ยังไม่ได้มายื่นขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางานจำนวน 1.4 แสนคน ให้มาทำตามขั้นตอนก่อนเวลาที่กำหนด ไม่เช่นนั้นจะต้องถูกผลักดันออกจากประเทศตามกฎหมาย”นายจีรศักดิ์ กล่าว
สหภาพรถไฟ เสียงแตก นัดถกครั้งใหญ่
ไทยรัฐ (
13 พ.ย. 52) - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 12 พ.ย.52 สมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.ร.ฟ.ท.)จำนวนหนึ่งได้มาแถลงข่าวและออกแถลงการณ์ เพื่อขอให้นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสร.ร.ฟ.ท.เปิดประชุมใหญ่วิสามัญ ขึ้น โดยให้เหตุว่า มีข่าวปรากฎทางสื่อมวลชน ว่า สร.ร.ฟ.ท.กระทำการที่จัดต่อวัตถุประสงค์ของ สร. ไม่ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานร.ฟ.ท.และร.ฟ.ท. และระหว่างพนักงาน ร.ฟ.ท.ด้วยกัน ก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่พนักงาน และได้มีการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรทั้งในรูปที่เป็นตัวเงิน และภาพลักษณ์รฟท.เป็นอย่างมาก มีการนำการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับสร.ร.ฟ.ท.ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นสมาชิกสร.ร.ฟ.ท.จำนวนกว่า 900 รายชื่อขอให้เปิดการประชุมใหญ่วิสามัญดังกล่าวโดยเร็ว
นายสมศักดิ์ เหมฤดี พนักงานรถจักร 7 ในฐานะสมาชิกแรงงานรัฐวิสาหกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า เตรียมที่จะยืนหนังสือต่อ นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสร.ร.ฟ.ท. เพื่อขอให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญ สร.ร.ฟ.ท. ทั้งนี้เพื่อขอให้มีการแก้ไขข้อบังคับของ สร.ร.ฟ.ท. ใน 3 ข้อหลัก ซึ่งมีปรากฏทางสื่อมวลชนทุกแขนงว่า สร.ร.ฟ.ท. กระทำการที่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของสร.ร.ฟท.ไม่ส่งเสริมความสัมพันธ์อีนดี ระหว่างพนักงานของ ร.ฟ.ท.และ รฟท.(นายจ้าง) และระหว่างพนักงานร.ฟ.ท.ด้วยกันเอง ก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่พนักงาน
นายสมศักดิ์ กล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมามีการกระทำในลักษณะดังกล่าวอย่างมาก ซึ่งหากสมาชิกไม่ทำอะไรเลยก็เกรงว่าในที่สุดแล้วกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ และสังคมอาจสั่งปิดสร.ร.ฟ.ท.ได้ ก็เลยต้องขอให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญดังกล่าว ซึ่งการยื่นหนังสือในครั้งมีสมาชิกกว่า 900 รายชื่อได้ลงนามเห็นด้วยแล้ว ทั้งที่การขอให้เปิดประชมุวิสามัญนั้นตามกฎหมายหากสมาชิกเข้าชื่อกันแค่ เพียง 200 รายชื่อก็ดำเนินการได้แล้ว ดังนั้นจึงเชื่อว่าสามารถเปิดประชุมได้ แต่จะเป็นเมื่อไหร่อยู่ที่ดุลยพินิจของประธาน สร.ร.ฟ.ท. แต่คิดว่าคงไม่นาน เพราะหากเนิ่นนานเกินไปก็คงจะยื่นไปที่กระทรวงแรงงานต่อไป
ด้านนาย วินัย มิ่งขวัญ พนักงานรถจักร 7 ฝ่ายการช่างกล และอดีตกรรมการผู้ก่อตั้ง สร.ร.ฟ.ท.กล่าวว่า ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ สมาชิก สร.ร.ฟ.ท.ได้เข้าชื่อเพื่อขอให้เปิดชุมใหญ่วิสามัญ ของสร.ร.ฟ.ท.นับตั้งแต่กลายสภาพมาเป็นสร.ร.ฟ.ท.เมื่อปี 2534 เพราะไม่เห็นด้วยกับการกระทำในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการหยุดเดินรถในสายใต้ที่อ้างเรื่องความปลอดภัย ทั้งที่สภาพรถจักรทั่วประเทศก็อยู่ในลักษณะเดียวกันคือส่วนที่เสียนั้นไม่ ใช้อุปกรณ์หลัก แต่ภาคอื่นยังเดินรถได้อยู่ยกเว้นที่หาดใหญ่ ดังนั้นเมื่ออุปกรณ์ที่เสียไม่ใช่อุปกรณ์หลักก็มีข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติ ตามกันอยู่แล้ว.
แฉอีกเล่ห์ สปส. ซื้อหุ้นแบงก์ ทำเจ๊งยับ 300 ล.
ไทยรัฐ (13 พ.ย. 52) - นายภิญโญ ทองชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 กล่าวถึงการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการลงทุนของสำนักงานกองทุนประกันสังคม (สปส.) ว่า เบื้องต้นตรวจพบความผิดปกติในการลงทุนซื้อหุ้นไทยธนาคาร (BT) ของ สปส.เมื่อปี 2549 โดยฝ่ายที่ปรึกษา สปส. ทั้งฝ่ายข้าราชการประจำ และผู้เชี่ยวชาญที่ สปส.ว่าจ้างเข้ามา ต่างลงความเห็นพร้อมให้ข้อแนะนำค้านการซื้อหุ้นไทยธนาคารที่ถือว่าแพงเกินไป รวมทั้งเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ ตลาดแคบ จึงไม่เหมาะที่ สปส.ซึ่งเป็นกองทุนขนาดใหญ่จะเข้าไปลงทุน เพราะการทุ่มซื้ออาจมีความผิดในแง่ของการปั่นหุ้นได้ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเหตุใด สปส.จึงตัดสินใจซื้อหุ้นที่มีความเสี่ยง จนทำให้ สปส.ขาดทุนจากการซื้อหุ้นไทยธนาคารกว่า 300 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเกิดในปี 2549 ไม่เกี่ยวกับผู้บริหาร สปส.ชุดปัจจุบัน และขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ ป.ป.ท.จึงต้องตรวจสอบต่อไปว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องบ้าง โดยจะเทียบเคียงกับกรณีการตรวจสอบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หากพบเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในระดับ 8 ขึ้นไป ป.ป.ท.จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับไปดำเนินการ
ด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ข้อมูลเบื้องต้นที่ตรวจสอบพบ คือ มีการซื้อหุ้นไทยธนาคารติดต่อกันทุกวัน ในราคาเฉลี่ย 7.90 บาท เป็นเวลา 3 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม-วันที่ 27 เมษายน 2549 รวมเป็นหุ้นทั้งสิ้น 68 ล้านหุ้น เป็นเงินกว่า 521 ล้านบาท จากนั้น ต้นปี 2552 ไทยธนาคารต้องขายกิจการให้เป็นธนาคารของประเทศมาเลเซีย กลายเป็นธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ทั้งนี้ รูปแบบการบริหารของ สปส.บอร์ดได้ให้อำนาจผู้บริหารระดับสูง อาทิ เลขาธิการ สปส. รองเลขาธิการ สปส. และฟันด์เมเนเจอร์ หรือผู้จัดการกองทุนที่ สปส.จ้าง ให้มีอำนาจสั่งซื้อหุ้นในกลุ่มที่ สปส.คัดเลือกไว้ โดยการสั่งซื้อหุ้นของแต่ละบุคคลจะมีพาสเวิร์ดเพื่อสั่งซื้อขายหุ้นของ สปส.ในชื่อของตัวเอง แต่จะต้องซื้อขายตามคำแนะนำจากที่ปรึกษา สำหรับการตรวจสอบเบื้องต้น ตรวจสอบเฉพาะการลงทุนหุ้นไทยธนาคารตามการร้องเรียนของคณะกรรมการสมานฉันท์ แรงงานไทย ซึ่งนอกจากหุ้นไทยธนาคารแล้ว ยังมีการร้องขอให้ ป.ป.ท.ตรวจสอบการลงทุนซื้อหุ้นของ สปส.ในกลุ่มทียูโดม และบริษัทเลห์แมนบาร์เธอร์โฮลดิ้งด้วย.
ก.แรงงาน พร้อมรับการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หลังพบว่ามีการร้องเรียนการทุจริตสูง
กรมประชาสัมพันธ์ (13 พ.ย. 52) - นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกมาระบุมีเรื่องร้องเรียนการทุจริตจำนวนมากในกระทรวงแรงงาน โดยติดอยู่ในอันดับ 3 ของหน่วยงานที่มีงบประมาณรั่วไหลมากที่สุด ว่า ทาง สตง.ไม่ได้ระบุว่า กระทรวงแรงงานทุจริต เพียงแต่มีการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้กำลังตรวจสอบอยู่ว่าเกิดจากสาเหตุใดและทำไมจึงมีการบริหารที่ ไม่มีประสิทธิภาพจนทำให้งบประมาณรั่วไหล ซึ่งกระทรวงแรงงานพร้อมให้ สตง.เข้ามาตรวจสอบ เพราะเป็นนโยบายของ นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ต้องการให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารภายในกระทรวงแรงงาน ส่วนกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มาจากข้าราชการนั้น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะร้องเรียน หากพบเห็นความไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรมในการบริหารจัดการเรื่องงบประมาณ
ปลัดกระทรวงแรงงาน ยังกล่าวถึงกรณีที่มีข้าราชการกระทรวงแรงงานร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็น ธรรมในการแต่งตั้งข้าราชการตำแหน่งนักบริหารระดับต้น (รองอธิบดีและรองเลขาธิการ) ว่า ข้าราชการทุกคนมีสิทธิที่จะร้องเรียนตามกฎหมาย หากเห็นว่าผลการแต่งตั้งไม่เป็นธรรม แต่การแต่งตั้งข้าราชการเพื่อมาดำรงตำแหน่งใดนั้น กระทรวงมีคณะกรรมการพิจารณา
ขานรับรัฐบาลเร่งจับแรงงานเขมร
เดลินิวส์ (
13 พ.ย. 52) - วันนี้ (13 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น. 1 แถลงข่าว ผลการระดมจับชาวต่างด้าวในเขตพื้นที่ บก.น.1 ซึ่งจะเป็นชาวกัมพูชา พม่า และลาว รวมทั้งหมด 206 คนผบก.น.1 กล่าวว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม เป็นช่วงมีงานมหกรรมต่าง ๆ เช่น งานออกร้านเพื่อนพึ่ง (ภา) งานศิลปาชีพ และงานวันพ่อ โดยที่ผ่านมามักจะมีกลุ่มคนต่างด้าวโดยเฉพาะชาวเวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา มาก่อเหตุล้วงกระเป๋า ชิงทรัพย์ และลักทรัพย์ เพื่อป้องกันเหตุ จึงระดมกวาดล้าง และทำประวัติการต้องโทษ ตรวจสอบว่า ช่องทางการเข้าเมืองถูกต้องหรือไม่ จากนั้นก็ส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินคดีต่อไป
รวบ 2 สาวใหญ่หลอกแรงงานไปต่างประเทศ
สำนักข่าวเนชั่น (13 พ.ย. 52)
- เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 13 พ.ย. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พ.ต.อ.สุวิชญ์พล อิ่มใจรัชต์ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผกก.2 บก.ปคม. แถลงข่าวจับกุม น.ส.ณัฏฐนันทน์ โมกไม้ อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2282/2552 ลงวันที่ 5 ส.ค.2552 ข้อหาร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจาร และค้าประเวณี และร่วมกันค้ามนุษย์ โดยจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
พ.ต.อ.สุวิชญ์พล กล่าวว่า คดีนี้มีหญิงผู้เสียหายแจ้งความกับ บก.ปคม.ว่า เมื่อเดือน ก.ย.2551 ผู้ต้องหาชวนให้ไปทำงานขายของที่ประเทศบาห์เรน มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท แต่เมื่อเดินทางไปแล้วกลับโดนบังคับให้ค้าประเวณีเพื่อใช้หนี้ 2-3 แสนบาท หากไม่ยินยอมจะถูกส่งตัวไปให้นายหน้ารายอื่นซึ่งจะทำให้เป็นหนี้มากขึ้นอีก โดยขณะนี้มีผู้เสียหายถูกหลอกลวงอยู่ในประเทศบาห์เรนกว่า 50 คน บางส่วนได้รับการช่วยเหลือจากตำรวจบาห์เรนส่งตัวกลับประเทศไทยแล้ว จากสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่ามีสามีเป็นชาวบาห์เรน แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าว
อีกรายจับกุม น.ส.ยุพิน มะหิพันธ์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านพัชรีนวดแผนไทย ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2262/2552 ลงวันที่ 4 ส.ค.2552 ข้อหาหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศ และจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน โดยจับกุมได้ที่หน้าโรงแรมสาเกตุนคร ถ.หายโศก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด
ทั้งนี้มีผู้เสียหายประมาณ 100 คน เข้าร้องทุกข์ บก.ปคม.ว่า ถูก น.ส.ยุพิน ซึ่งเป็นเจ้าของร้านพัชรีนวดแผนไทย หลอกลวงว่าสามารถช่วยเหลือให้ไปทำงานที่ประเทศสวีเดน สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ออสเตรเลีย และอิตาลี ในตำแหน่งพนักงานนวดแผนไทย
นอกจากนี้ยังมีการประกาศรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต และมีการแจกใบปลิวชักชวนอีกด้วย ซึ่งผู้ที่สนใจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรายละ 1-8 หมื่นบาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท ต่อมาหลังจากผู้เสียหายจ่ายเงินให้แล้วกลับไม่ได้เดินทางไปทำงานตามที่มีการ กล่าวอ้าง โดย น.ส.ยุพิน ได้หลบหนีไปและไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ
สอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนหน้านี้รู้จักกับนางสกุลทิพย์ ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของบริษัทโอเคดี ซัพพลาย จำกัด มาเรียนการนวดแผนไทยที่ร้านของตน ต่อมานางสกุลทิพย์ ได้ชักชวนคนมาเรียนการนวดอีกหลายราย ซึ่งตนก็มีหน้าที่สอนให้โดยไม่ทราบเรื่องว่ามีการหลอกลวงคนเหล่านั้นไปทำงาน ยังต่างประเทศ เรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นความเข้าใจผิดของกลุ่มผู้เสียหาย นอกจากนี้ตนก็ไม่ทราบมาก่อนว่าถูกออกหมายจับและไม่เคยคิดจะหลบหนีไปไหน เพียงแต่ช่วงก่อนจะถูกจับกุมตนเดินทางไปเยี่ยมมารดาที่ไม่สบายที่บ้านเกิดใน จ.ร้อยเอ็ด
รมว.แรงงาน ค้านผลักดันแรงงานเขมรกลับประเทศ
กรุงเทพธุรกิจ (14 พ.ย. 52) - นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันแรงงานกัมพูชาในไทยกลับประเทศ ว่า เรื่องแรงงานเป็นนโยบายของรัฐบาล และก็จะไม่มีการปิดด่าน เพราะเกรงว่าประชาชนจะเดือดร้อน และถ้าจะให้มีการผลักดันแรงงานกลับกัมพูชาเขาก็จะเดือดร้อน นายจ้างก็จะไม่มีคนทำงาน ดังนั้น ต้องเข้าใจคนเราทะเลาะกันเดี๋ยวก็ดีกัน จึงไม่เห็นด้วยกับกรณีดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แรงงานต่างด้าวเข้ามาออกลูกออกหลานในประเทศไทยอาจจะเป็นปัญหาตามมาได้หรือ ไม่ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ถ้าออกลูกออกหลานก็มีวิธีการอยู่แล้ว ถ้ามีการพิสูจน์สัญชาติก็ขึ้นทะเบียนอยู่ได้ 2 ปีและทำเรื่องอยู่ต่ออีก 2 ปีก็ได้ แต่พอครบ 4 ปีก็ต้องกลับประเทศตัวเองให้หมด ลูกหลานก็ต้องกลับไปด้วย อาจจะกลับเข้ามาใหม่ก็ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย
ส่วนแรงงานเถื่อนจำนวนมากและไม่ยอมกลับ ประเทศนั้น ถ้าเป็นแรงงานเถื่อนเราไม่ให้อยู่แล้ว ก็เหมือนคนเถื่อน สมมุติว่าเกิดไปฆ่าคนแล้วยังจับไม่ได้จะทำอย่างไร ก็เหมือนกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาส่วนตัวสมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ทำผิดแล้วต้องมาติดคุก แต่ก็จับไม่ได้
"ทั้งนี้ทั้ง 2ประเทศมีสินธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายช้ามแดน ถ้าเราไม่ทำอะไรก็แสดงว่าละเว้น ต่อไปถ้าคนคิดร้ายต่อประเทศกัมพูชาแล้วเขาอยากให้เราส่งตัวข้ามแดนเข้ามาใน ประเทศไทย เราก็ไม่ส่งบ้าง เราก็ต้องปฏิบัติให้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม แรงงานที่มีอยู่ในประเทศไทยต้องไม่ผิดกฎหมาย แต่แรงงานเถื่อนก็ต้องผลักดันออกนอกประเทศ" รัฐมนตรีแรงงาน ระบุ