|
ลำดับเหตุการณ์โดยสังเขป
31 มกราคม 2546 ทางเลือกใหม่ของคนงานเบดแอนด์บาธกลุ่มหนึ่ง
รายละเอียดเพิ่มเติม
31 มกราคม 2546 จบการต่อสู้ยกแรก ณ กระทรวงแรงงานไปเรียบร้อยแล้วสำหรับคนงานชุดสุดท้าย
171 คน ของเบดแอนด์บาธ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2546 หลังจากการประท้วงที่กระทรวงแรงงานกว่า
3 เดือน
รายละเอียดเพิ่มเติม
9 มกราคม 2546 เวลา 18.00 น. ตัวแทนคนงานเบดแอนด์บาธฯ
7 คน ได้โกนหัวประท้วงการปฏิบติหน้าที่ของกระทรวงแรงงานที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของพวกเขาได้
รายละเอียดเพิ่มเติม
6 มกราคม 2545 เวลา 10.00 น. ณ กระทรวงแรงงาน ได้มีการจัดงานบายศรีสู่ขวัญร้อยรวมดวงใจคนงานเบดแอนด์บาธฯ
ขึ้น โดยเชิญพ่อเฒ่าแม่เฒ่าจากสมัชชาคนจนมาร่วมทำพิธีเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจของคนงานที่กลับมาต่างจังหวัดกลับคืนมา
และยืนยันพร้อมใจที่จะสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับสิทธิตามกฎหมาย
รายละเอียดเพิ่มเติม
4 มกราคม 2546 ทางคนงานได้รับตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งผ้ายืดและผ้าฝ้ายตามออร์เดอร์ต่าง
ๆ มาเย็บใต้กระทรวงแรงงาน เพื่อเป็นทุนในการต่อสู้ระยะยาว
รายละเอียดเพิ่มเติม
30 ธันวาคม 2545 คนงานเบดแอนด์บาธฯร่วมกับองค์กรพันธมิตรจัดงานขึ้นปีใหม่
ณ ใต้กระทรวงแรงงาน
24 ธันวาคม 2545 ตัวแทนขึ้นไปรับฟังคำชี้แจงจากกระทรวงแรงงานโดยได้ชี้แจงว่าคณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขระเบียบคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ประชุม
แต่ยังไม่มีมติเนื่องจากยังขาดข้อมูลที่เพียงพอจึงจะจัดให้มีการประชุมอีกครั้งในวันที่
7 มกราคม 2546
20 ธันวาคม 2545 คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้จัดประชุม
โดยมีตัวแทนคนงาน คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
เข้าร่วมรับฟัง โดยที่ประชุมเห็นควรให้มีการทบทวนเพื่อปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการกองทุนฯเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านแรงงานที่เปลี่ยนแปลงและสามารถให้การสงเคราะห์แก่ลูกจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
และจัดตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขระเบียบคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างขึ้น
19 ธันวาคม 2545 จัดพิธีรับขวัญคุณทินนา บุญสูงเนิน
พร้อมด้วยทารกที่กลับมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิต่อไปหลังจากออกจากโรงพยาบาล
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตอนเย็นคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยและองค์กรพันธมิตรกว่า
300 ได้มาเยี่ยมเยียน เป็นกำลังใจให้คนงานเบดแอนด์บาธฯ และจัดเวที
"กฎหมายต้องเป็นธรรม กรรมกรไม่ใช่ทาส" ณ กระทรวงแรงงาน
รวมทั้งประกาศเจตนารมย์ร่วมกันผลักดันให้กระทรวงแรงงานแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิคนงานเพื่อให้ความเป็นธรรมกับคนงานโดยเร็ว
รายละเอียดเพิ่มเติม
17 ธันวาคม 2545 เดินทางไปยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง
ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้ติดตามและสั่งการให้ดำเนินการแก้ปัญหาให้คนงานโดยเร็ว
นอกจากนี้ได้ส่งตัวแทนเยี่ยมคนงานซึ่งคลอดบุตรที่โรงพยาบาลราชวิถี
12 ธันวาคม 2545 คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจัดให้มีการประชุมพิจารณาแก้ไขระเบียบของคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามคำร้องของคนงานเบดแอนด์บาธฯ
ที่ประชุมมีมติร่วมกันว่า กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่สามารถจ่ายเงินได้เต็มตามสิทธิตามที่ลูกจ้างร้องขอ
โดยให้คงอัตราการจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีค่าชดไว้ในอัตราเดิม
11 ธันวาคม 2545 คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยและสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยยืนหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อให้รัฐมนตรแสดงความรับผิดชอบกรณีการละเมิดสิทธิคนงานเบดแอนด์บาธฯโดยนำเงินจากกองทุนเพื่อจ่ายให้ลูกจ้างได้รับสิทธิเต็มจำนวนตามกฎหมาย
และให้รัฐกำหนดเงื่อนไขการลงทุนโดยให้มีการนำเงินเข้ากองทุนเพื่อเป็นหลักประกันสิทธิองลูกจ้าง
10 ธันวาคม 2545 คนงานเบดแอนด์บาธ ร่วมเดินขบวนเพื่อเรียกร้องสิทธิ
เนื่องในวันสิทธิมนุษยชนสากลร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนกว่า 22
องค์กร ซึ่งได้มีการยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
โดยนายนิโคลัส โฮเวน ผู้แทนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำสำนักงานข้าหลวงใหญ่เป็นผู้รับหนังสือแทน
ทางด้านคนงานเบดแอนด์บาธฯ ได้ยื่นหนังสือกับรองผู้อำนวยการ
ILO ประจำประเทศไทย เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีที่คนงานถูกละเมิดสิทธิแรงงาน
จดหมายถึง ILO
จดหมายถึง UNHRC
29 พฤศจิกายน 2545 คนงานเบด แอนด์บาธ จำนวน 350 คน
ได้เดินทางไปที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อให้ช่วยเร่งกดดันให้รัฐบาลไทยและบริษัทออกมาแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้
เนื่องจากคนงานเบด แอนด์บาธ ได้ผลิตสินค้าที่ส่วนใหญ่ส่งไปขายที่อเมริกาและยุโรป
23 พฤศจิกายน 2545 เวลา 8.30 น. คนงานเบด แอนด์ บาธ
เพรชทีจ พร้อมทั้งกลุ่มชาวบ้านจากสมัชชาคนจนกว่า 200 คน ได้ร่วมตัวกันบริเวณทางเข้าโรงแรมแชงกรี-ล่า
สถานที่ประชุมพรรคการเมืองเอเชียครั้งที่ 2 เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำพรรคการเมืองเอเชียที่เข้าร่วมประชุม
และชี้แจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นให้รับรู้ทั่วกัน ซึ่งหลังจากชุมนุมกันไม่นาน
นายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีได้ออกมารับจดหมาย
พร้อมทั้งกล่าวว่า จะนำเรื่องนี้ไปเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีและคณะทำงานเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาต่อไป
จดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำพรรคการเมืองเอเชีย
18 พฤศจิกายน 2545 คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ได้จัดเวทีเสวนาเรื่อง
"สิทธิทางกฎหมายที่ถูกละเมิด กรณีพนักงานเบดแอนด์บาธ"
โดยมี นางสุนีย์ ไชยรส คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน นายปิยเชษฐ์
แคล้วคลาด คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย นางจรรยา ยิ้มประเสริฐ
โครงการรรณรงค์เพื่อแรงงานไทย และตัวแทนจากสภาทนายความ ร่วมเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและเสนอแนะการแก้ไขปัญหา
วันที่ 5 พฤศจิกายน ตัวแทนพนักงานได้ขึ้นไปฟังคำชี้แจงตามที่ทางเจ้าหน้าที่ได้นัดหมายมาในเวลา
12.00 น.
ซึ่งในห้องประชุม คือนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภอ.พระประแดง
คือ นายอุทัย ขันทอง ,เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานพระประแดง และเจ้าหน้าที่ประกันสังคม
ผลการสรุปเรื่อง
| - |
การจับกุมนายชัยพัฒน์ โพธิกำจร และนางสาวอวยพร ส่งพรประเสริฐ
ยังไม่มีอะไรคืบหน้า
|
| - |
กรณีการหักเงินประกันสังคม ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหากไม่ถูกต้อง
จะดำเนินการต่อไป
|
| - |
กรณีตัวแทนลูกจ้างขอให้ตรวจสอบบริษัทในเครือของนาย ชัยพัฒน์
โพธิกำจร ว่าดำเนินกิจการ มีหุ้นส่วนอยู่หรือไม่ รับที่จะดำเนินการต่อไป |
| - |
กรณีตรวจสอบสินค้าส่งออกของบริษัทเบด แอนด์ บาธ ขอให้พนักงานสอบสวน
สภอ.พระประแดง ขอความร่วมมือและตรวจสอบกับกรมศุลกากรเพื่อดำเนินการต่อไป |
วันที่ 4 พฤศจิกายน พนักงานกว่า 300 คน ได้เดินทางไปที่สำนักงานของไนกี้
ที่ตึกกรีน ทาวเวอร์ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับพนักงานเบด
แอนด์ บาธ ว่ากรรมการผู้จัดการ ซึ่งคือนายชัยพัฒน์ โพธิกำจร
ได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปอยู่ที่ จ.ตาก ส่วนพนักงานเบด แอนด์
บาธ ที่อยู่พระประแดงได้ถูกละเลย เพราะนายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย
รวมทั้งเงินชดเชย ค่าตอบแทนบอกกล่างล่วงหน้า เมื่อยื่นหนังสือเสร็จก็ได้เดินทางกลับมายังกระทรวงแรงงาน
วันที่ 1 พฤศจิกายน พนักงานประมาณ 300 คน เดินทางจากกระทรวงแรงงานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพื่อยื่นหนังสือให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งรัดดำเนินการจับกุมนายจ้างโดยเร็ว
โดยมี พล.ต.ต. พจนาถ หวลมานพ มารับเรื่อง
วันที่ 31 ตุลาคม รองอธิบดีฯ(นายพรชัย อยู่ประยงค์)พร้อมด้วยตัวแทน
สภอ.พระประแดง หัวหน้าสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า จ.สมุทรปราการ
ได้ชี้แจงการดำเนินงานต่อตัวแทนพนักงาน ได้ข้อสรุปดังนี้
1.กรณีการย้ายสถานประกอบการของบริษัทฯตามหลักฐานทะเบียน ตรวจสอบพบว่าเจ้าของสถานที่ไม่รู้จักนายชัยพัฒน์
2.กรณีตรวจสอบการหักเงินลูกจ้างส่งกองทุนประกันสังคม ให้พนักงานนำหลักฐานการรับค่าจ้างให้เจ้าหน้าที่ประกันสังคมเพื่อดำเนินการต่อไป
3.การดำเนินคดีกับนายจ้าง ยังอยู่ในขั้นตอนสืบสวนติดตามจับกุม
วันที่ 29 ตุลาคม พนักงานกว่า 200 คนเดินทางไปแถลงข่าวเรียกร้องต่อสื่อมวลชนและประชาชนผู้รักความเป็นธรรม
ช่วยกระจายข่าวเพื่อให้มีการจับกุมนายจ้างโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน
ณ กระทรวงแรงงานได้ยื่นหนังสือขอให้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาของพนักงานโดยเร่งด่วน
วันที่ 28 ตุลาคม ตัวแทนพนักงานได้เข้าพบ ส.ส.ปวีณา
พร้อมพนักงานตรวจแรงงานพระประแดง ได้ให้หมายจับพร้อมจดหมายเรื่อง
ขอความร่วมมือระงับการออกหนังสือเดินทาง ซึ่งออกโดยกระทรวงแรงงาน
วันที่ 25 ตุลาคม กระทรวงได้ทำหนังสือชี้แจงว่าในวันที่
24 ตุลาคม พนักงานตรวจแรงงานจังหวัดสมุทรปราการได้มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างจำนวน
301 คน เป็นเงิน 1,128,022.50 บาท ในส่วน ศาลจังหวัดสมุทรปราการได้ออกหมายจับนายชัยพัฒน์
โพธิกำจร และนางสาวอวยพร ส่งพรประเสริฐ ในข้อหาร่วมกันเป็นนายจ้างค้างจ่ายค่าจ้าง
เลิกจ้างไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และขัดคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน
วันที่ 24 ตุลาคม ขณะที่พนักงานกำลังรอคอยคำตอบจากกระทรวงจนกระทั่งช่วงบ่ายพนักงานเห็นรถของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกำลังจะออกจากกระทรวงจึงได้พากันกรูเข้าพบเพื่อเรียกร้องให้ลงมาแก้ปัญหานี้โดยเร่งด่วน
ภายหลังการเจรจาทางกระทรวงได้ชี้แจงความคืบหน้าของการแก้ปัญหาคือ
ได้ข้อสรุปว่า บริษัทยังไม่ได้ปิดกิจการแต่ได้ย้ายสถานประกอบการไปอยู่เลขที่
227/4 ถนนอินทรคีรี ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก การตรวจสอบการส่งเงินเข้าประกันสังคมพบว่ามี
19 รายชื่อที่ไม่ได้ส่งเงินประกันสังคมในเดือนสิงหาคม และสำหรับ
60 รายชื่อที่พนักงานส่งให้ตรวจสอบ มีเพียง 47 คนที่ปรากฏรายชื่อในทะเบียน
ในส่วนการดำเนินคดีนายจ้าง พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกแล้ว
หากไม่มาตามหมายเรียก พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำเสนอศาลพิจารณาออกหมายจับต่อไป
วันที่ 22 ตุลาคม ตัวแทนพนักงานยื่นหนังสื่อให้กระทรวง
1.ดำเนินคดีต่อนายจ้างและนำตัวมาพบกับพนักงาน 2.ตรวจสอบการส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคม
3.ตรวจสอบการปิดงานของบริษัท ซึ่งการเจรจากับส.ส.ปวีนา พร้อมด้วยตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบ
สภอ.พระประแดง และพรชัย ได้ข้อสรุปว่าการดำเนินคดีนั้นจะให้พนักงานสอบสวนมาสอบปากคำ
สำหรับเรื่องอื่นจะให้คำตอบในวันที่ 24 ตุลาคม ในช่วงบ่ายพนักงานสอบสวนนำโดย
พ.ต.ท.อุทัย ขันทองให้ตัวแทนพนักงานขึ้นไปแจ้งความและให้ปากคำ
21 คน โดยบอกกับพนักงานว่าให้ยื่นคำร้อง(คร.7)ด้วย แต่พนักงานไม่ยอมยื่น
เจ้าหน้าที่กระทรวงพยายามให้พนักงานกรอกใบยื่นคำร้อง มีพนักงานบางส่วนกรอกแต่พนักงานส่วนใหญ่ไม่ยอมและยืนยันให้กระทรวงแรงงานนำตัวนายจ้างมาพบพนักงาน
วันที่ 21 ตุลาคม พนักงานเดินทางมาบริษัทเพื่อเข้าทำงานตามข้อตกลง
แต่เมื่อมาถึงพบป้ายแขวนไว้ที่หน้าโรงงานมีข้อความว่า พนักงานที่มาติดต่อ
bed & bath กรุณารอด้านนอกก่อน ถ้าทนายมาแล้วเราจะแจ้งให้ทราบ
ขอบคุณครับ" พนักงานจึงรวมตัวกันไปแจ้งความที่สภอ.พระประแดงในข้อหาไม่จ่ายค่าจ้าง
แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมรับแจ้งความ แต่พนักงานยืนยันที่จะแจ้งความและให้ตัวแทนพนักงาน
3 คนอยู่ให้ปากคำ ส่วนพนักงานที่เหลือเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล
หลังการเจรจากับเจ้าหน้าที่ในทำเนียบจึงได้เดินทางมาพบ ส.ส.ปวีนา
หงส์สกุล และตกลงใจร่วมกันชุมนุม ณ กระทรวงแรงงานจนกว่าจะนำตัวนายจ้างมาได้
วันที่ 15 ตุลาคม พนักงานกว่า 50 คน ได้เดินทางไปรอรับเงินตามที่ได้ตกลง
เมื่อไปถึงพบว่า ไม่มีรายชื่อของตนบนซองเงินที่บริษัทเตรียมไว้
จึงได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน
วันที่ 11 ตุลาคม ได้มีการเจรจาระหว่างตัวแทนนายจ้าง
คือ ว่าที่ร้อยตรีสำเริง พงษ์พฤกษ์กับตัวแทนพนักงาน 12 คน
โดยมีนายอภัย จินทนจุลกะ ปลัดกระทรวงแรงงานพร้อมพนักงานตรวจแรงงานฯด้วย
ภายหลังการเจรจาได้ข้อยุติ คือ ทางบริษัทยืนยันว่า ยังไม่ได้ปิดกิจการและจะเปิดให้มีการทำงานตามปกติในวันที่
21 ตุลาคม โดยที่จะจ่ายค่าจ้างตามปกติในระหว่างนี้ สำหรับพนักงานที่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง
ทางบริษัทจะจ่ายให้ในวันที่ 15 ตุลาคม พนักงานพอใจจึงพากันกลับ
วันที่ 10 ตุลาคม เมื่อพนักงานมาถึง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้แจ้งว่า
นายชัยพัฒน์โทรมาแจ้งว่าให้ปิดโรงงานและห้ามพนักงานทุกคนเข้า
ทำให้พนักงานที่มาถึงรวมตัวอยู่หน้าโรงงาน และตกลงใจกันไปร้องเรียนที่กระทรวงแรงงาน
โดยส่งตัวแทน 10 คน เข้าพบนายพรชัย อยู่ประยงค์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานโดยมีพนักงานตรวจแรงงานจังหวัดสมุทรปราการเข้าด้วย
ซึ่งนายพรชัยได้รับเรื่องและจะติดต่อเชิญนายจ้างมาพบในวันรุ่งขึ้น
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่นำใบยื่นคำร้อง(คร.7)มาให้พนักงานกรอก
วันที่ 9 ตุลาคม พนักงานเข้าทำงานตามปกติ เมื่อเข้าไปในโรงงานแอร์น้ำและพัดลมไม่เปิด
พนักงานจึงแจ้งพนักงานตรวจแรงงานฯ เมื่อพนักงานตรวจแรงงานมาถึงได้ขึ้นไปพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย
ทางบริษัทได้นำรายชื่อมาให้พนักงานเซ็นเข้าทำงาน และเรียกตัวแทนขึ้นพบ
5 คน เจราจาเรื่องค่าชดเชยหากจะมีการเลิกจ้าง แต่ตกลงกันไม่ได้
เวลาบ่าย 3 โมง จึงเซ็นรายชื่อเสร็จ ตกลงกันว่าในวันรุ่งขึ้นจะทำรายชื่อแยกเป็นแผนกให้เซ็น
วันที่ 8 ตุลาคม พนักงานมาถึงหน้าโรงงานประตูปิดอยู่
และเจ้าหน้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแจ้งว่าบริษัทปิดแล้ว เวลาประมาณ
9.00น.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปิดประตู พนักงานประมาณครึ่งหนึ่งเข้าไปในโรงงานขณะที่เหลือชุมนุมอยู่หน้าโรงงาน
ในตอนเย็นพนักงานตรวจแรงงานฯแจ้งว่าให้มาทำงานตามปกติในวันรุ่งขึ้น
วันที่ 7 ตุลาคม เมื่อพนักงานมาถึงบริษัท เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแจ้งว่า
บริษัทปิด ทำให้พนักงานรวมตัวกันหน้าบริษัทและโทรศัพท์แจ้งไปยังพนักงานตรวจแรงงาน
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อพนักงานตรวจแรงงานฯมาถึงได้เข้าไปพบกับนายจรูญ
เจริญกิจภัณฑ์ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของบริษัท หลังจากนั้นที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของบริษัทพร้อมด้วยพนักงานตรวจแรงงานฯแจ้งให้พนักงานทำงานตามปกติ
วันที่ 5 ตุลาคม 2545 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริษัทแจ้งกับพนักงานที่ไปทำงานตอนเช้าว่า
วันนี้ไม่ให้ทำงาน ให้กลับไปก่อนแล้วค่อยมารับเงินตอนบ่าย
3 โมง อย่างไรก็ตาม เมื่อพนักงานมาเพิ่มมากขึ้น จึงเปิดให้เข้าบริษัทโดยไม่มีการทำงาน
แต่ให้พนักงานเข้าไปรับเงินและปล่อยให้กลับบ้านเวลา 16.30
น.
|