หน้าแรก
ข้อมูลเกี่ยวกับ TLC

ความจริงเกี่ยวกับเบดแอนด์บาธ และผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจ

เบดแอนด์บาธ เพรจทีจ (ประเทศไทย) จดทะเบียนบริษัทเมื่อปี 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท และได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 35 ล้านบาทเมื่อ ปี 2545 ผู้ถือหุ้นทั้งหมดเป็นคนในตระกูลโพธิกำจร ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ที่รับจ้างผลิตเสื้อผ้า ให้กับต่างประเทศ ที่มีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้ารวม 5 โรงงาน ได้แก่ หจก. เพ็นนีอุตสาหกรรม [2524], ลินเท็กซ์[2531], เค็นเน็ตเท็กซ์ไทล์[2534], เบดแอนด์บาธ[2537], และท๊อปไลน์แอพาเรล[2538] โดยทั้งหมดเป็นการลงหุ้นคาบเกี่ยวกันไปมาโดยคนในตระกูลโพธิกำจร อาทิ ชัยพัฒน์ โพธิกำจร ผู้บริหารเบดแอนด์บาธ ก็มีหุ้นอยู่ในท๊อปไลน์ 20,000 หุ้น และผู้บริหารท๊อปไลน์ธนวุฒิ โพธิกำจร ก็มีหุ้นอยู่ในเบดแอนด์บาธ

บริษัทเบด แอนด์ บาธ เป็นบริษัทรับเหมาผลิตเสื้อผ้าเด็ก และกีฬา ให้กับหลายยี่ห้อดังทั่วโลก โดยเฉพาะที่อเมริกา อาทิ ไนกี้ รีบอค อดีดาส ลีวายส์ ฟิลา อัมโบร และอีกมากมายผ่านทางกลุ่มแฮดแดด แอพพาเรล กรุ๊ป

เบด แอนด์ บาธ เริ่มทำการผลิตในปี 2537 ด้วยคนงานเพียง 40 กว่าคน มีรายได้รวมเพียง 870,774.50 บาท และได้ขยายเติบโตมาเรื่อยๆ เป็น 9 ล้านในปี 2538, 20 ล้านในปี 2539, 51 ล้าน ในปี 2540, 169 ล้านในปี 2541, 234 ล้านในปี 2542, 390 ล้านในปี 2543, 401 ล้านในปี 2544 โดยมีคนงานเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 900 คน และส่งออเดอร์ออกไปยังบริษัทรับเหมาช่วงมากมายทั้งในกรุงเทพฯ โคราช ลำปาง และที่แม่สอดซึ่งจ้างแรงงานพม่า และจ่ายค่าแรงเพียงวันละ 50 กว่าบาท

เบดแอนด์บาธได้ใช้วิธีการเช่าเครื่องจักรและรถยนต์เพื่อใช้ในโรงงานจากบริษัทกรุงเทพแกรนด์แปซิฟิคลีส จำกัด(มหาชน) ของกลุ่มธนาคารกรุงเทพฯ ที่ร่วมทุนกับไต้หวัน และบริษัทซิตี้คอร์ป บริษัทในเครือซิตี้แบงค์
ทำให้เมื่อปิดโรงงานเครื่องจักรและรถยนต์ก็ถูกนำกลับไปยังบริษัทที่ให้เช่า โรงงานจึงเหลือเพียงตัวอาคารและที่ดินเท่านั้น

ลูกค้าของเบดแอนด์บาธส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียง หลายบริษัทมีจรรยาบรรณแรงงาน อาทิ ไนกี้ รีบอค อดีดาส และมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่สร้างหลักประกันว่าคนงานที่ผลิตสินค้าให้กับบริษัทไม่ว่าจะอยู่ที่ประเทศไหนก็ตามจะได้รับการปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณของบริษัท แต่คนงานเบดแอนด์บาธถูกละเมิดสิทธิต่างๆ มากมายมานานหลายปี โดยที่ไม่มีมาตรการการแก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือ

แฮดแดดแอพพาเรล กรุ๊ป ก่อตั้งในปี 2483 เป็นธุรกิจครอบครัว และดำเนินการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้าเด็ก และกีฬา และสินค้ายี้ห้อต่างๆ ที่ได้รับอนุญาติผลิต ทั้งสำหรับเด็กหญิงและเด็กชาย ขนาดเบอร์ 0-20 ไนกี้ ทีมสปอร์ต อาวิเร็ก ฮาร์เลย์ เดวิดสัน ทีมอเมริกันฟุตบอลแห่งชาติ MLB บลู คูลส์ และบ๊อบ เดอะ บิวเดอร์ [http://www.licensingworld.com/news/html/011802.html,

แฮดแดด แอลพาเรล กรุ๊ป เป็นธุรกิจด้านเสื้อผ้าเด็กที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดบริษัทหนึ่งในโลก [Fila Holding S.p.A., Press release]

ทีมอเมริกันฟุตบอลแห่งชาติ เป็นทีมที่เป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดในหมู่เด็กกลุ่มอายุ 7-11 ปี เด็กในกลุ่ม 7-11 ปีมากกว่า 40% จะมีเสื้อผ้าของทีมอเมริกันฟุตบอลแห่งชาติ ตามผลการสำรวจ นอกจากผลิตในทีมกีฬาทั้งหมด(ในอเมริกา) แล้ว แฮดแดดยังได้เป็นตัวแทนผลิตให้กับยี่ห้อต่างๆ และเห็นพันธมิตรทางการค้ากับกลุ่มภาคบันเทิงต่างๆ อาทิ นิคเคลโลโดน วอเนอร์ บราเธอร์ เพื่อผลิตเสื้อผ้า และสินค้าที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เด็ก และแมทเทล (รวมทั้ง บาบี้ และสินค้ากลุ่มวอลมาร์ท เคมาร์ท อาทิ หมีพูล เป็นต้น) [www.nfl.com/news/haddad_082901.html]


10 ตุลาคม คนงานได้ร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานเนื่องจากโรงงานปิดตัวโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่ได้จ่ายค่าชดเชย ค่าจ้างค้างจ่ายให้กับพนักงาน 850 คน

11 ตุลาคม ตัวแทนนายจ้างมาเจรจาที่กระทรวงแรงงานแจ้งว่าโรงงานยังไม่ปิดกิจการและจะเปิดทำการในวันที่ 21 ตุลาคม และนัดจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายในวันที่ 15 ตุลาคม

21 ตุลาคม เมื่อคนงานไปที่โรงงานพบแต่ข้อความ “พนักงานที่มาติดต่อ Bed & Bath กรุณารอด้านนอกก่อน ถ้าทนายมาแล้วเราจะแจ้งให้ทราบ ขอบคุณครับ” พนักงานจึงได้ร้องเรียนไปยังแรงงานจังหวัด และแจ้งความที่สถานตำรวจพระประแดง เพื่อติดตามตัวนายจ้างมารับผิดชอบ

21 ตุลาคม คนงานเบดแอนด์บาธ 400 คนได้เดินขบวนมาร้องเรียนและได้ชุมนุมเพื่อเรียกร้องและกดดันให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่ในการติดตามตัวนายจ้างมาดำเนินคดีและรับผิดชอบกับคนงาน แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานไหนในรัฐบาลไทยสามารถติดตามจับตัวนายจ้างได้แก่นายชัยพัฒน์ โพธิกำจร และนางสาวอวยพร ส่งพรประเสริฐ

ปัจจุบันคนงานยังปักหลักเรียกร้องสิทธิและความยุติธรรมที่กระทรวงแรงงาน โดยข้อเรียกร้องของคนงานคือให้มีการติดตามจับตัวนายจ้างทั้ง 2 มาดำเนินคดีให้ได้




 

ภาษาอังกฤษ