หน้าแรก
ข้อมูลเกี่ยวกับ TLC

บทสัมภาษณ์คนงานเบดแอนด์บาธ

น้อย สน หมี จัน นวล

ขอให้เล่าสภาพการทำงานในโรงงานก่อนโรงงานปิดตัว พวกเราประสบปัญหาที่เกิดจากการทำงานอย่างไรบ้าง?

ความเครียด:

- ทำงานอยู่กับเขามา 3 ปีกว่า เครียดมาตลอด ไม่เคยที่จะได้หยุดเลย บางวันก็ตี 2 บางวันก็สว่าง ทำมาอย่างนี้ตลอด ในแต่ละวันเขาเร่งจะเอาตลอดเวลาใน U (ไลน์เย็บ) แต่ละ U จะมีงาน 4 - 5 ตั๋ว แต่จะเอาพร้อมกันเลย คิดว่าจะทำอย่างไรที่งานจะออก คิดมากจนไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองมีอาการผิดปกติ จนกระทั่งเพื่อนมาทักว่าทำไมปากเบี้ยวไป คือว่าเราคิดว่าตัวเราคงเครียดจนเกินไปกับงานเพราะไม่มีเวลาพักผ่อน บางทีใน 2 เดือนจะได้พักผ่อนแค่วันเดียว
- เราก็ตกใจว่าเราเครียดมาก แต่เราก็หยุดงานไม่ได้ ยังมาทำงานทุกวัน และกินยารักษาอาการไปด้วย ที่ดีขึ้นนี้ก็เพราะได้กำลังใจจากเพื่อน แต่กำลังใจจากเจ้านายคงไม่มี คือเขาจะเอางานอย่างเดียว เราพูดไม่ได้ แต่เราก็ทำงานให้เขา พร้อมกับก็รักษาตัวเราเอง
- ตอนนี้เราก็ยังไม่ปกติ เพราะเราเป็นช่วงเมษายนที่ผ่านมา เราพูดไม่ได้อยู่ประมาณ 2 เดือน แต่เราก็ไม่เคยหยุดงานเลย เราทำงานให้เขาตลอดและเร่งงานดึก ๆ ตลอด เพื่อนก็บอกให้เรากลับไปพักผ่อน เราก็ยังไม่ไปแต่งานตรงนี้เรารับผิดชอบอยู่ และด้วยที่เราคือซุปเปอร์ไวร์เซอร์ คือเราต้องรับผิดชอบลูกน้อง 40 กว่าชีวิตที่ตรงนั้นถ้าเราไม่มาเขาก็ไม่ได้ทำงานเพราะไม่มีใครจ่ายงาน เพราะเราไม่มีผู้ช่วย จะมีหัวหน้าอยู่คนเดียว/ลูกน้อง40 กว่าคน
- มีอาการกลัวและเกร็ง เวลาพักทานข้าว 1 ชม. ในบางครั้งถ้าทีคนมาส่งของก็ต้องเข้ามารับของก่อนเวลาทำงาน

ทำงานยาวนานหลายชั่วโมง:

- แผนก PACK เป็นแผนกที่หนักที่สุดเพราะว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการผลิตที่จะส่งออก คือการทำงานของเราคือจะทุ่มเทให้กับนายจ้างมาก คือ จะเร่งงานออกให้มากที่สุด OT จะดึกที่สุด วันหยุดก็ไม่มีเลยยิ่งช่วงที่จะเกิดเหตุการณ์งานจะทำดึกมาก บางครั้งเวลาพักเราก็ไม่ได้พักตามโรงงานอื่นเขา ถ้างานเร่งจะออกก่อนเที่ยง ให้ทานข้าวแค่ 10 นาที
- เบดแอนด์บาธ จะให้เราหยุดทุกวันพุธวันเดียว ระยะหลัง 2 เดือนที่ผ่านมานี้ไม่มีการหยุดเลย วันพุธก็ต้องมาทำตลอดแต่วันพุธจะได้เลิก 5 โมงเย็นวันเดียว
- ประมาณ 12 ชม. สว่างก็บางครั้ง
- แผนก แพ็ค ทำงานหนักมาก ทำงานถึงตี 5 กลับไปอาบน้ำ แล้วกลับมาทำต่อ ถึง 4-5 ทุ่มของอีกคืนหนึ่ง
- เราก็ทำงานดึกถึง ตี 3 ตี 5

สุขภาพ:

- เมื่อก่อนสุขภาพอ้วนมาก น้ำหนัก 56 กก แต่เดี๋ยวนี้น้ำหนักเหลือแค่ 43 กก เพราะทำงานดึก ทานข้าวไม่ลงเพราะเหนื่อยและอดนอนด้วยพักผ่อนไม่เพียงพอ OT ของเราแผนก PACK จะแตกต่างจากแผนกอื่นมาก จะไม่ได้เลิกเร็วอย่างน้อยก็ 4 ทุ่ม เที่ยงคืน ตี1 ถ้างานเร่งเสาร์-อาทิตย์ งานที่จะออกเรือ ซึ่งจองเรือไว้แล้วต้องอกตามยอดและจะต้องออกให้ทันต้องทำให้ถึงตี 5 ก็มี พอกลับไปอาบน้ำแล้วก็กลับมาทำต่อ กล้ายืนยันได้เลยว่าทุกคนทำอย่างนี้หมด ห้อง PACK มีทั้งหมด 48 กว่าคนถามได้ทุกคน
- เคยมีเครื่องตัดผ้าตัดนิ้วขาด แต่ไม่ได้สวัสดิการอะไร ได้แต่รักษาพยาบาลเท่านั้น ไม่มีค่าเสียหาย ค่าร่ายกายที่สูญเสียไป
- ผมว่าผมผอมลง แต่ก่อนที่อยู่บ้านนอกไม่เคยปัสสวะเหลือง แต่ปัจจุบันนี้เป็นสีเหลือง

สารกระตุ้น และยาบ้า:

- บางครั้งงานที่เร่งไม่ทันส่ง นางจ้างเอาสารกระตุ้นยาบ้ามาผสมน้ำให้เราดื่มเราอยากเร่งผลิตให้ออกมากที่สุด แล้วทำงานต่อ เฉพาะในส่วนของ PACK เรารู้สึกเสียใจมาก ที่นายจ้างทำกับเราอย่างนี้ ที่เขาทิ้งเราไปอย่างนื้ เพราะเร่งงานให้เขาตลอด ลูกน้องหนูเองทุ่มเทให้กับเขามาก ไม่คิดว่าเขาจะทำอย่างนี้ได้
- วินมอเตอร์ไซด์จะถามว่าพวกเราว่าไปซื้อยาบ้าที่ไหน ที่ถามเพราะเขาได้ยินว่าเจ้านายเคยให้กิน เคยใส่ในกติกผสมน้ำให้กิน คือต้องการให้งานออกเพราะมีงานทำ 2 วัน 2 คืน โดยไม่ได้หลับนอน.....ที่เรารู้ได้ว่าใส่ยาบ้าให้เรากิน เพราะเขาควักเงินแล้วให้คนไปซื้อยาบ้า มีหลายคนได้ยิน
- พอดื่มน้ำแล้ว สติจะไม่มี อย่างยิงป้ายเข็มทิ่มมือพรุ่นไปหมดแต่ไม่มีความรู้สึก แต่พอรุ่งเช้ารู้สึกระบบไปหมด แต่ช่วงกลางคืนไม่รู้สึกว่าโดนเข็มทิ่มมือ
- ตอนนั้นเราอยากให้งานเสร็จ และอยากได้เงินเท่านั้น แต่พองานเสร็จแล้ว เราไม่มีแรงแล้ว ทานข้าวก็ไม่ได้
- สมองเริ่มไม่สั่งงาน ตายังลืม แต่ใจมันหลับ

การใช้วาจาข่มขู่:

- บางครั้งถ้าทำแล้วออกไม่ทัน นายจ้างก็จะด่า เราก็ต้องทำเพราะเรารักษาหน้าที่ตรงนี้บางทีเราร้องไห้ไปทำงานไปก็ยังมี
- เขาจะเป็นคนเสียงดังมาก เขาจะมีอำนาจมากในบริษัท ถ้าเห็นเขาลงมาไม่ว่าจะกินน้ำอยู่ ถ้าถือแก้วอยู่ก็ต้องเก็บไปก่อน ถ้าเขาเห็นก็ชี้ด่าเลยว่าทำอะไรอยู่ให้รีบกลับไปทำงาน
- นายจ้างไม่ค่อยมาดูแลตรงนี้คือเขาจะเร่งผลผลิตของเขาอย่างเดียว เขาลงมาก็คือไล่งานเร่งงานต้องให้เสร็จภายในเวลาเท่านี้ ห้อง PACK ใช้การวิ่งทำงาน --แพ็กกล่อง รูดกล่อง--ต้องวิ่งต้องแข่งกับงานตลอด
- ที่โรงงานเก่าที่อยู่ตึกแถว จะมีรถเข็นมาจอดข้าวราดแกง ยังกินข้าวไม่ทันเสร็จเขา(นายจ้าง) เดินมาบอกว่างานจะไปแล้ว เขาใส่อารมณ์ให้รีบกินและรีบไปทำงาน บางครั้งเราเหนื่อยรู้สึกว่ามันเกินไปหรือเปล่า แล้วเราจะทนอยู่ไปทำไม ก็เลยนั่งร้องไห้ออกมา บางทีก็วางจานลงและเรียกร้องน้องทำงานต่อ

เสียโอกาสทางครอบครัว:

- ครอบครัวไม่มี เพื่อนฝูงก็ไม่ได้พบกันเลย เพราะต้องมาทุ่มเทกับงานอย่างนี้ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้แต่งงานมีแฟนก็เลิกกันไปหลายคนแล้วเพราะงานตรงนี้ เพราะเราไม่มีเวลาให้กับเขา เพราะเราจะต้องเร่งงานให้เขาตรงนี้
- สมรสแล้ว มีลูก 1 คน ลูกอายุ 11 เดือน ช่วงนี้ผมยังตกงานทั้งผมและเมียทั้ง 2 คน ผมลูกก็ไม่มีเงินที่ซื้อและค่าเช่าห้องยังไม่จ่าย 2 เดือน ค่าผ่อนทีวี ก็ยังไม่มีให้เขา ค่าเลี้ยงดูลูกให้พ่อแม่เลี้ยง ก็ไม่มีส่งเดือดร้อนมาก

การปรับ/หักเงิน:

- ถ้ายืนคุยกันอยู่หรือยืนอยู่เฉย ๆ โดยที่ไม่ได้หยิบอะไร ปรับเงินเลยเรียกเอาบัตรแล้วก็ให้ฝ่ายบุคคลหักเงิน 500 บาท / ครั้ง สภาพของห้อง PACK ที่ทำงานถ้าทำผิดฝ่าฝืนกฏระเบียบจะโดนทุกคน ลูกน้องของหนูมีอยู่ 1 คน เมื่อเร็ว ๆ นี้โดนเรื่องง่วงนอนเพราะการทำงานตี 1 ตี 2 ตี 3 แอบเอามะนาวมาปอกโดนหัก 2,000 บาท หนูเข้าไปคุยว่าลูกน้องมีภาระใช้จ่ายและส่งให้กับพ่อแม่ทางบ้าน ทำใมหักเขาเยอะจัง เขาบอกไม่ได้ผมสั่งคำพูดต้องเป็นคำพูด หนูก็เลยบอกว่าถ้าคุณ ชัยพัฒน์ให้ไม่ได้หนูขออย่างหนึ่งได้ไหมให้หัก WEEK ละ 300 บาท ได้ไหม เพื่อให้เขาได้ส่งกลับบ้านบ้างเลยตกลงหัก WEEK ละ 300 บาท แต่ก็หักครบ 2,000 บาท

 

ผลที่เกิดขึ้นกับคนงานหลังโรงงานปิดตัวโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าคืออะไร

ความเดือดร้อน

- ช่วงนี้ผมยังตกงาน ทั้งผมและเมียทั้ง 2 คน ผมลูกก็ไม่มีเงิน ค่าเช่าห้องยังไม่จ่าย 2 เดือน ค่าผ่อนทีวี ก็ยังไม่มีให้เขา ค่าเลี้ยงดูลูกให้พ่อแม่เลี้ยง ก็ไม่มีส่งเดือดร้อนมาก ไม่รู้จะไปพึ่งใคร พึ่งใครก็ไม่ได้ พึ่งกระทรวง พึ่งตำรวจ พึ่งรัฐบาล ก็พึ่งใครไม่ได้ พึ่งพาใครไม่ได้
- ลูกโตแล้ว ไปโรงเรียน ตอนนี้ลูกอยู่ ปวส ไม่มีค่าเทอม ทางโรงเรียนจะให้ออกแล้ว

โรงงานล้มละลายจริงหรือไม่?

- หนูอยู่กับเขา(นายจ้าง) มานานรู้ภายในอยู่ เขาไม่เจ๊งแน่นอน เงินมีแน่นอน แต่ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ มีทนายเข้ามาเยอะมาก และคุยกันดึกดื่น ถึงตี 1 ตี 2 ก็มี ก่อนช่วงที่โรงงานจะปิด เขามาบ่อยจนผิดสังเกต
- คิดว่าไม่น่าจะเป็นสิ่งบ่งบอก แต่เป็นทนายส่วนตัว คิดว่าต้องมีการวางแผนล่วงหน้าก่อน ก่อนที่จะปิดโรงงาน ของในโรงงานก็มีการเคลื่อนย้ายออกไปบางส่วน และรถที่ใช่ส่งของท่าเรือที่บริษัทมี 5 คัน เอาไปเปลี่ยนโลโก้ใหม่ และใช้รถจ้างชั่วคราวมาทำแทน มีการเตรียมแผน ระยะหลังนายจ้างเช่ารถมา ปกติจะใช้ทะเบียนรถ 555 และ 999

เหตุผลที่ลุกขึ้นมาต่อสู้:

- เราต่อสู้ตรงนี้เพราะว่าเจ้านายของเราที่เราทำงานให้เขา แต่เขาไม่เคยเห็นความดีของเราตรงนี้เลย เราต่อสู้เพราะไม่เชื่อว่าเขาล้มละลายหรือขาดทุน เพราะเราทำงานจนถึงวันสุดท้าย เรามีความรู้สึกว่าเราต้องสู้ตรงนี้ เพื่อสิทธิของเราที่เราจะได้ไม่ใช่เราจะเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรง หรือเงินโบนัส แต่ตรงนี้เราถูกลอยแพ 850 ชีวิตนายจ้างทิ้งเราไป ไม่จ่ายเงินเดือนเรา แล้วค่าชดเชยเราก็ไม่ได้ทุกคนที่มาสู้ตรงนี้ด้วยตัวเองไม่ได้มีใครชักจูง คือมาสู้เพราะเจ้านายไม่เป็นธรรมกับเรา
- ที่มาถึงวันนี้ เพราะเรามีความผูกพันธ์กับบริษัทมาก แต่ผลตอบแทนออกมาอย่างนี้ก็กลับเปลี่ยนเป็นเกลียดแทน ถ้าเราไม่มีการสู้ในวันนี้เขาอาจจะไปเปิดทำที่อื่น ก็คืออยากให้สังคมรู้ความเดือดร้อนอย่างนี้น่าจะมีกฎหมายหรือมาตราการไปดูแลลูกจ้างความเป็นอยู่อย่างไร อยากให้มีมาตราการมากขึ้น
- ตอนแรกก่อนที่จะมาสู้ตรงนี้ หนูยังมีความผูกพันธ์ 50/50 พอมาอยู่ตรงนี้ และได้เป็นแกนนำด้วย พอรู้ความจริงทั้งหมด ความรู้สึกที่ดีๆ กับนายจ้างก็หมดไป เราเปรียบเสมือนแขนและขาของเขา ทำให้เขาเจริญเติบโต เหมือนอยู่เรือลำเดียวกันแล้ว อยู่ๆ เขาก็ผลักเราตกน้ำ และเขาก็พายไปคนเดียว มีอะไรน่าจะบอกกัน ไม่น่าจะทำกันแบบนี้ มันเสียความรู้สึก
- เหตุผลคือโดนนายจ้างกดขี่และโกง อยากสู้เพื่อกู้ศักดิ์ศรีของเราคืนมา อยากเรียกร้องสิทธิ์ที่นายจ้างเอาเปรียบ ความรู้สึกในตอนนี้อยากให้นายจ้างโดนกฎหมายบ้านเมืองลงโทษมากกว่า มันรู้สึกแค้นมาก ในชีวิตของผมไม่เคยมีใครทำแบบนี้
- ขอความเป็นธรรม เพราะบริษัทไม่ให้ความเป็นธรรมกับเรา เพราะเงินที่ค้างก็ยังไม่ได้ ขอให้มาดูแลเราด้วย เราเอางานไปแพ็คที่บ้าน ให้ลูกช่วยแพ็คก็ยังไม่ได้รับค่าแรง ส่วนที่ทำที่โรงงานก็ไม่ได้

กระทรวงแรงงานจะให้ข่าวในเว็บไซต์ว่า กระทรวงแรงงานช่วยเหลือ เบด แอนด์ บาธ แล้วช่วยเหลือไปแล้วร่วม 400 คน ดูเหมือนว่ากระทรวงแรงงานไปบอกสาธารณะชนว่าช่วยเหลือแล้ว ประเด็นนี้พวกเราคิดเห็นอย่างไร?

- กระทรวงเขาไม่ได้ทำงานเราเลย ไม่ได้ติดตามให้เราเลย ทุกอย่างเราต้องเดินด้วยตัวเราเอง คือเขาออกหมายจับ ก็ออกไปอย่างนั้น ไม่ได้ทำงานให้เราจริง ๆ จัง ๆ ให้เรา ทุกอย่างเราจะต้องช่วยเหลือด้วยตัวเราเอง จนถึงทุกวันนี้ก็เกือบเดือนแล้วที่เรามานอนที่ตรงนี้ เขาก็ไม่เคยมาเหลียวแลพวกเราเลย ถ้าเราไม่เดิน เขาก็ไม่เดินด้วย เรากระทุ้ง เขาก็ทำทีหนึ่ง ถ้าเราเฉยเขาก็เฉย เหมือนกับข้าราชการเช้าชามเย็นชามก็ไม่มาสนใจใยดี ว่าพวกเราจะอยู่อย่างไร กินอย่างไร
- ยังไม่ได้แก้ปัญหา และถ้าแก้ก็แก้ไม่ตรงประเด็นเลย
- เรารู้สึกหดหู่มากกับพวกข้าราชการแบบนี้ คือคนที่ไปเอาเงินสงเคราะห์ตรงนั้นคือคนที่ไม่มีอายุงานแล้งเขาไม่ได้มาต่อสู้กับเบดแอนด์บาดธ ไม่เหมือนพวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้พวกเราสู้มาตั้งแต่ เบดแอนด์บาธไม่ทีอะไรเลย จนกระทั่งเขามีตึกราคา 200 กว่าล้าน ตรงนั้นเราไม่ได้ว่าเขาเพราะเขาอาจจะมีเหตุผลของเขา แต่เรารู้สึกทางกระทรวงไม่เคยมาช่วยเหลือเราเลย แต่ทำไมส่งข่าวออกมาแบบนั้น
- ตรงนี้ถ้าเราได้สิทธิ์ชอบธรรมเราต้องการพบนายจ้างเพื่อมาตกลงกับเรา ให้มาคุยกับน้อง ๆ ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ แต่ที่มาตั้งโต๊ะสมัครงาน ตรงนั้นเราเห็นว่ามันดี แต่น้อง ๆ ตรงนี้ยังไม่ต้องการ ถ้าทางกระทรวงคิดว่าจะช่วยเหลือน้อง ๆ ตรงนี้ให้ช่วยเหลือด้านอื่นดีกว่า อย่าไปตีข่าวให้ร้ายแก่พวกเราที่อยู่ใต้กระทรวง
- ในความคิดของหนูกระทรวงแรงงานปล่อยข่าวเพื่อไม่ให้เรามาอยู่ตรงนี้ ตลอดเวลาในการทำงานของกระทรวง ยังไม่มีความจริงใจกับลูกจ้างและไม่มีมาตราการณ์กับนายจ้างเราสู้เพื่อความยุติธรรมในสังคม ในกรณีอย่างนี้จะมีมาตราการอย่างไร ไม่ใช่ปัดความรับผิดชอบ เพียงจ่ายเงินสงเคราะห์แทนแล้วจบ มันอาจจะเกิดกับบริษัทอื่น ๆ หลาย ๆ บริษัท คิดว่าในกรณีนี้แบบนี้จะต้องมีอีกแน่นอน ไม่อยากให้แก้ไขเพียงเท่านี้ อยากให้มีกฎหมายแก้ไขที่ดีกว่านี้
- ยังไม่ได้แก้ปัญหา และถ้าแก้ก็แก้ไม่ตรงประเด็นเลย เขาจะทำอย่างที่เคยทำกับที่อื่นมาก่อน คือพี่น้องเราก่อนๆ นั้นได้รับความเจ็บปวดกันทั้งนั้น ที่เรายืนหยัดตรงนี้ เราอยากจะให้รัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับด้านแรงงานออกมามีบทบาทตรงนี้มากขึ้น เพราะแรงงานนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยเรามีหน้ามีตาด้านเสื้อผ้า อยากให้มีมาตรการที่ดีกว่านี้ คุ้มครองดูแลเอาใจใส่มากกว่าตรงนี้ ก็จะต่อรุ่นลูกและหลานของเราต่อไป ก็จะไม่มีการชุมนุม ภาพพจน์ตรงนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

คิดว่าการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานต่อคนงานเบดแอนด์บาธเป็นอย่างไรบ้าง?

- เจอเจ้านายแล้วยังมาเจอกระทรวงแรงงานอีก บอกไม่ถูก อยากฆ่า ไม่เคยช่วย ไม่เคยดูแลพวกเราเลย มีแต่คนนอกและสหภาพมาช่วย เจ้าหน้าที่กระทรวงคุยกันเราได้ยินว่า “พวกมึงจำหน้าไอ้พวกผู้ชายไว้ ถ้าออกไปข้างนอกให้เล่นงานมันเลย แต่ข้างในอย่าไปเล่นมัน เพราะพวกมันเยอะ” คนหัวล้านเป็นคนพูด คนหัวล้านก็อยู่แถวๆ นี้
- เจ้าหน้าที่ไม่ได้หยุดถามเลย ไม่มีเลย เดินยังเหยียบที่หมอน ผ้าห่มเลย ขนาดเป็นผู้หญิง แต่งตัวก็ดี ยืนเหยียบผ้าห่มเลย ไม่มีมารยาทเลย เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ไม่รู้จะสร้างไว้ทำไม
- เสียดายค่าภาษีที่เขาหักเราไปเยอะ ไม่มีอะไรเลยที่จะมาช่วยเรา
- ก็ให้มองเราเหมือนคนชั้นเดียวกันก็ได้ อย่ามาหมิ่นประมาทเราถึงขนาดนี้ เราไม่ชอบ ไม่มีการทักทาย มีแต่จะใส่เราอย่างเดียว เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน บางคนก็พูดว่าเวลาที่เราไปสมัครงาน แล้วพวกเขาได้ตามไปค้ำประกันให้พวกเราไหม พอพวกเราเดือดร้อน ทำไมต้องเดือดร้อนถึงเขา ทำไมต้องมาจุดนี้
- ให้มันตรงไปตรงมา อย่ากินเงินใต้โต๊ะ ถ้าประชาชนเดือดร้อนขึ้นมา อยากให้เขาช่วยแก้ปัญหา ช่วยเหลือคนจน ไม่ใช่มาใส่ร้าย ป้ายสี เราอย่างนี้เราไม่ชอบ

 

ภาษาอังกฤษ