กฎหมายไทย
สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง
สรุปพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
สรุปสาระประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ
พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534
พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530
หน้าแรก
ข้อมูลเกี่ยวกับ TLC
คำชี้แจงประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง

ตามที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมได้อาศัยอำนาจตามประกาศ ของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 ออกประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540 โดยให้ยกเลิกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัย ในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 เพื่อให้การดำเนินงาน ด้านความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ เป็นไปด้วย ความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เพื่อให้เกิดความเข้าใจและการปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกันและถูกต้องตาม ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงาน ของลูกจ้าง ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540 กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ขอชี้อแจงสาระสำคัญดังต่อไปนี้

1. วันใช้บังคับ
ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงาน ของลูกจ้าง ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2540 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2540 โดยที่ประกาศดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติ ดังนั้น ประกาศกระทรวงฯ จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2540 เป็นต้นไป

2. ประเภทกิจการที่อยู่ในข่ายบังคับ
ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงาน ของลูกจ้าง ใช้บังคับแก่นายจ้าง หรือสถานประกอบกิจการ ดังต่อไปนี้
2.1 การทำเหมืองแร่ เหมืองหิน กิจการปิโตรเลียม หรือปิโตรเคมี
2.2 การทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง เก็บรักษา ปรับปรุง ตกแต่ง เสริมแต่ง ดัดแปลง แปรสภาพ ทำให้เสีย หรือทำลายซึ่งวัตถุหรือทรัพย์สิน และรวมถึงการต่อเรือ การให้กำเนิด แปลงและจ่าย ไฟฟ้า หรือพลังงาน อย่างอื่น
2.3 การทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง เก็บรักษา ปรับปรุง ตกแต่ง เสริมแต่ง ดัดแปลง แปรสภาพ ทำให้เสีย หรือทำลายซึ่งวัตถุหรือทรัพย์สิน และรวมถึงการต่อเรือ การให้กำเนิด แปลงและจ่าย ไฟฟ้า หรือพลังงานอย่างอื่น
2.3 การก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลง หรือรื้อถอน อาคาร สนามบิน ทางรถไฟ ทางรถราง ท่าเรือ อู่ต่อเรือ สะพานเทียบเรือ ทางน้ำ ถนน เขื่อน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ำ ท่อน้ำ โทรเลข โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ หรือประปา หรืองานก่อสร้างอื่นๆ รวมทั้งการเตรียมหรือวางรากฐาน ของการก่อสร้าง
2.4 การขนส่งคนโดยสารหรือสินค้าโดยทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และรวมถึง การบรรทุกขนถ่ายสินค้าด้วย
2.5 สถานีบริการหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หรือก๊าซ
2.6 กิจการอื่นตามที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมประกาศกำหนด

3. ขนาดสถานประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายบังคับ
ขนาดสถานประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายบังคับใช้วิธีนับจำนวนลูกจ้างในแต่ละสถาน ประกอบกิจการ ดังต่อไปนี้
3.1 นายจ้างหรือสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 50 คน ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทำงานระดับพื้นฐาน ระดับ หัวหน้างานและระดับบริหาร
3.2 นายจ้างหรือสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน ระดับบริหาร และ ระดับวิชาชีพ

4. การอบรมและการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
ผู้ทำงานด้านความปลอดภัยในการทำงานจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับงาน ในหน้าที่ตามสมควร จึงกำหนดให้นายจ้างหรือสถานประกอบกิจการจัดให้ลูกจ้าง เข้ารับการอบรมเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับต่างๆ ดังต่อไปนี้
4.1 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับพื้นฐานจัดให้ผู้แทนลูกจ้างซึ่ง ได้รับการคัดเลือกจากลูกจ้างระดับปฏิบัติการหรือปฏิบัติงานในการดูแล ความปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบกิจการร่วมกับนายจ้าง ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง คณะกรรมการ ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2538 ได้รับการฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย ในการทำงานตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กำหนด (30 ชั่วโมง) และแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ในการทำงานระดับพื้นฐานของสถานประกอบกิจการแต่ละแห่ง ทั้งนี้ภายใน วันที่ 2 มกราคม 2541 หรือภายใน 180 วัน นับแต่วันที่นายจ้างแต่งตั้ง ให้ลูกจ้างระดับปฏิบัติการปฏิบัติงานแทนลูกจ้าง
4.2 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างานจัดให้ลูกจ้างระดับ หัวหน้างานทุกคนซึ่งหมายถึงลูกจ้างผู้มีหน้าที่ควบคุม ดูแล บังคับบัญชา สั่งงานให้ลูกจ้างระดับปฏิบัติการหรือปฏิบัติงานทุกคนของสถานประกอบ กิจการแต่ละแห่ง เข้ากับการฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับ ความปลอดภัยในการทำงาน ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด (12 ชั่วโมง) และแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยใน การทำงานระดับหัวหน้างานของสถานประกอบกิจการ แต่ละแห่ง ทั้งนี้ภายในวันที่ 2 มกราคม 2541 หรือ ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่นายจ้างแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้างาน
4.3 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหารจัดให้ลูกจ้างตั้งแต่ระดับ ผู้จัดการหน่วยงานขึ้นไปของสถานประกอบกิจการแต่ละแห่งเข้ารับการ ฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดี สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กำหนด (12 ชั่วโมง) และแต่งตั้งให้ปฏิบัติ งานเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหารของสถาน ประกอบกิจการแต่ละแห่ง ทั้งนี้ภายในวันที่ 2 มกราคม 2541 หรือภายใน
180 วัน นับแต่วันที่นายจ้างแต่งตั้งให้เป็นลูกจ้างระดับบริหาร
4.4 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพจัดให้มีลูกจ้างที่มีคุณสมบัติ อย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ 5.4 และแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ในการทำงานระดับวิชาชีพ อย่างน้อยแห่งละ 1 คน ในสถานประกอบกิจการ แต่ละแห่งโดยให้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยเต็มเวลา ทั้งนี้ภายในวันที่ 2 มกราคม 2541 หรือภายใน 180 วัน นับแต่วันที่มีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป
4.5 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับพื้นฐาน หัวหน้างาน บริหารหรือระดับวิชาชีพ พ้นจากหน้าที่ นายจ้างจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทำงานระดับเดียวกันแทนที่ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานคนเดิมพ้นจากหน้าที่
4.6 นายจ้างที่ได้แต่งตั้งลูกจ้างที่มีคุณสมบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานตามประกาศดังกล่าว ถ้าลูกจ้างนั้น มีคุณสมบัติตามประกาศนี้และยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ให้ถือว่านายจ้างได้แต่งตั้ง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับวิชาชีพแล้ว

ภาษาอังกฤษ