กฎหมายไทย
สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง
สรุปพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
สรุปสาระประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ
พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534
พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530
หน้าแรก
ข้อมูลเกี่ยวกับ TLC
สรุปสาระสำคัญประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

เจตนารมณ์ของกฎหมาย

  1. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการดำเนินงานความปลอดภัยในระบบทวิภาคีขึ้น ในสถานประกอบกิจการ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความร่วมมืออันดีระหว่างนายจ้าง และลูกจ้าง
  2. เพื่อให้การบริหารงานความปลอดภัย และการแก้ปัญหาอุบัติเหตุและโรค เนื่องจากการทำงานเป็นที่ยอมรับ และถือปฏิบัติร่วมกันทั้งฝ่ายบริหาร และฝ่ายปฏิบัติการ
  3. เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานประจำ สถานประกอบกิจการ ในการดูแลความปลอดภัยของลูกจ้าง ตลอดจนป้องกัน ความสูญเสียให้กับนายจ้าง
  4. เพื่อให้การประกอบกิจการและการปฏิบัติงานของลูกจ้าง มีความปลอดภัย ปราศจากอุบัติเหตุและโรคอันเนื่องจากการทำงาน
ขอบเขตของกฎหมายและการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับแก่นายจ้างที่ประกอบกิจการดังต่อไปนี้
  1. การทำเหมืองแร่ เหมืองหิน กิจการปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมี
  2. การทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง เก็บรักษา ปรับปรุง ตกแต่ง เสริมแต่ง ดัดแปลง แปรสภาพ ทำให้เสีย หรือทำลายซึ่งวัตถุหรือ ทรัพย์สิน และรวมถึงการต่อเรือ การให้กำเนิด แปลงและจ่ายไฟฟ้าหรือพลังงานอย่างอื่น
  3. การก่อสร้าง ต่อเติมติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน ทางรถไฟ ทางรถราง ท่าเรือ อู่เรือ สะพานเทียบเรือ ทางน้ำ ถนน เขื่อน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบาย ท่อน้ำ โทรเลข โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซหรือประปา หรืองานก่อสร้างอื่นๆ รวมทั้งการเตรียมหรือวางรากฐาน
    ของการก่อสร้าง
  4. การขนส่งคนโดยสารหรือสินค้าโดยทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ และรวมถึง การบรรทุกขนถ่ายสินค้าด้วย
  5. โรงแรม
  6. ห้างสรรพสินค้า
  7. สถานีบริการหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซ
  8. สถานพยาบาล
  9. สถาบันทางการเงิน
  10. กิจการอื่น ตามที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมประกาศกำหนด (ขณะนี้ยังไม่มีกิจการใดที่กระทรวงประกาศกำหนด)
นายจ้างที่ประกอบกิจการที่ได้กล่าวข้างต้นและมีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป จะต้องจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน และต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้
สำหรับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1-49 คน จะต้องมีผู้แทนลูกจ้าง อย่างน้อย 1 คน เพื่อทำหน้าที่ร่วมกับนายจ้างในการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน ของลูกจ้าง

ส่วนราชการและกิจการที่ประกาศกระทรวงฉบับนี้ไม่ใช้บังคับ มีดังต่อไปนี้
-
ราชการส่วนกลาง
-
ราชการส่วนภูมิภาค
-
ราชการส่วนท้องถิ่น
-
กิจการอื่น ตามที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมประกาศกำหนด (ขณะนี้ยังไม่มีกิจการใดที่กระทรวงประกาศกำหนด)

สาระสำคัญของกฎหมาย
  1. นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ในสถานประกอบกิจการต้องจัด ให้มีคณะกรรมการฯ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ (ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง คณะกรรมการ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2538)
  2. ในกรณีที่มีจำนวนลูกจ้างไม่ถึง 50 คน เมื่อใดก็ตามที่นายจ้างมีลูกจ้าง
    เพิ่มขึ้น ครบ 50 คน นายจ้างต้องจัดให้มีคณะกรรมการฯ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างเพิ่มขึ้นครบ 50 คน
  3. สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 50 คน ,ุกจ้างต้องทำการคัดเลือก ผู้แทนของตนอย่างน้อย 1 คน เพื่อทำหน้าที่ร่วมกับนายจ้างในการดูแล ความปลอดภัยในการทำงาน
  4. นายจ้างต้องปิดประกาศรายชื่อและหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการฯ โดยเปิดเผยในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน
  5. นายจ้างต้องจัดส่งสำเนารายชื่อและหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการฯ ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่แต่งตั้ง
  6. นายจ้างต้องเก็บหลักฐานเกี่ยวกับคณะกรรมการฯ และเกี่ยวกับการดำเนินงาน หรือการประชุม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี เพื่อเป็นการตรวจสอบของพนักงาน เจ้าหน้าที่
  7. นายจ้างต้องรับมติ ผลการประชุมหรือข้อเสนอของคณะกรรมการฯ และดำเนินการโดยมิชักช้า หากไม่สามารถดำเนินการได้ นายจ้างต้องปรึกษา หารือกับคณะกรรมการฯ เพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนเป็น ลายลักษณ์อักษร และหากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้คณะกรรมการฯ นำเรื่อง เสนออธิบดีเพื่อชี้ขาด
  8. นายจ้างต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการฯ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
  9. นายจ้างต้องเรียกประชุมคณะกรรมการฯ โดยมิชักช้าเมื่อเกิดอุบัติเหตุทำ ให้ลูกจ้างหรือบุคคลภายนอกตาย สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพหรือเกิด อัคคีภัย หรือสารเคมีอันตรายรั่วไหล
  10. คณะกรรมการฯ ต้องมีองค์ประกอบไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยมี นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างเป็นประธานคณะกรรมการ มีกรรมการที่มา จากผู้แทนระดับบังคับบัญชา และผู้แทนลูกจ้างระดับปฏิบัติการ ซึ่งถ้าเป็น สถานประกอบกิจการที่มี จป. ให้ จป. เป็นเลขานุการโดยตำแหน่ง หากไม่มี จป. ให้ประธานคณะกรรมการเลือกกรรมการ 1 คน เป็นเลขานุการ
  11. ที่มาของกรรมการ กรรมการผู้แทนระดับบังคับบัญชาให้ นายจ้างเป็นผู้คัดเลือก ส่วนกรรมการผู้แทนลูกจ้างระดับ ปฏิบัติการให้ลูกจ้างเป็นผู้คัดเลือกกันเอง โดยกรรมการ อยู่ในตำแหน่งคราวละไม่เกิน 2 ปี แต่สามารถกลับเข้ามา เป็นกรรมการได้อีกหากได้รับการคัดเลือกใหม่
  12. คณะกรรมการฯ ต้องปฏิบัติหน้าที่ 10 ประการตาม ที่กฎหมายกำหนด
  13. ประธานคณะกรรมการฯ ต้องเสนอผลการประชุมที่ให้นายจ้างดำเนินการ ในเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ต่อนายจ้างภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมมีมติ
  14. ห้ามนายจ้างขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฯ และห้ามกระทำ การใดๆ อันอาจเป็นผลให้กรรมการไม่สามารถทำงานในหน้าที่ประจำตามปกติ ต่อไปได้
  15. นายจ้างต้องจัดให้มีคู่มือเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ลูกจ้าง ได้ใช้ประโยชน์

(เอกสารแนบท้าย)

องค์ประกอบและสัดส่วนของคณะกรรมการ

1. สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง 50-99 คน ให้มีกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
ประธานคณะกรรมการ - นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้าง
กรรมการ 4 คน - 2 คน เป็นกรรมการผู้แทนระดับ บังคับบัญชา
- 2 คน เป็นกรรมการผู้แทนลูกจ้าง ระดับปฏิบัติการ
กรรมการและเลขานุการ - ประธานคณะกรรมการเลือกกรรมการ 1 คน เป็นเลขานุการ


2. สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง 100-499 คน ให้มีกรรมการไม่น้อยกว่า 7 คน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
ประธานคณะกรรมการ - นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้าง
กรรมการ 5 คน - 2 คน เป็นกรรมการผู้แทนระดับ บังคับบัญชา
- 3 คน เป็นกรรมการผู้แทนลูกจ้าง ระดับปฏิบัติการ
กรรมการและเลขานุการ - เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน


3. สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป ให้มีกรรมการไม่น้อย กว่า 11 คน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
ประธานคณะกรรมการ - นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้าง
กรรมการ 9 คน - 4 คน เป็นกรรมการผู้แทนระดับ บังคับบัญชา
- 5 คน เป็นกรรมการผู้แทนลูกจ้าง ระดับปฏิบัติการ
กรรมการและเลขานุการ - เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน


หมายเหตุ
1. หากต้องการให้มีองค์ประกอบของคณะกรรมการมากกว่าตามที่กำหนดไว้ ในข้อ 1-3 ต้องเพิ่มกรรมการผู้แทนระดับบังคับบัญชาและกรรมการ ผู้แทนลูกจ้าง ระดับปฏิบัติการในจำนวนที่เท่ากัน เช่น ถ้าเพิ่มกรรมการผู้แทนระดับบังคับบัญชา 1 คน ก็ต้องเพิ่มกรรมการผู้แทนลูกจ้างระดับ ปฏิบัติการ 1 คน เช่นกัน
2. สถานประกอบกิจการที่มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานมากกว่า 1 คน ให้นายจ้างแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน 1 คน เป็นกรรมการ และเลขานุการของคณะกรรมการ
3. สถานประกอบกิจการที่ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานตามที่ กฎหมายกำหนด ให้นายจ้างแต่งตั้งกรรมการผู้แทนระดับบังคับบัญชา เพิ่มขึ้นอีก 1 คน และให้ประธานคณะกรรมการเลือกกรรมการหนึ่งคน เป็นเลขานุการ


ภาษาอังกฤษ