|
|
|
สรุปสาระสำคัญประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เจตนารมณ์ของกฎหมาย
- เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการดำเนินงานความปลอดภัยในระบบทวิภาคีขึ้น
ในสถานประกอบกิจการ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความร่วมมืออันดีระหว่างนายจ้าง
และลูกจ้าง
- เพื่อให้การบริหารงานความปลอดภัย
และการแก้ปัญหาอุบัติเหตุและโรค เนื่องจากการทำงานเป็นที่ยอมรับ
และถือปฏิบัติร่วมกันทั้งฝ่ายบริหาร และฝ่ายปฏิบัติการ
- เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานประจำ
สถานประกอบกิจการ ในการดูแลความปลอดภัยของลูกจ้าง ตลอดจนป้องกัน
ความสูญเสียให้กับนายจ้าง
- เพื่อให้การประกอบกิจการและการปฏิบัติงานของลูกจ้าง
มีความปลอดภัย ปราศจากอุบัติเหตุและโรคอันเนื่องจากการทำงาน
ขอบเขตของกฎหมายและการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับแก่นายจ้างที่ประกอบกิจการดังต่อไปนี้
- การทำเหมืองแร่
เหมืองหิน กิจการปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมี
- การทำ
ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง เก็บรักษา ปรับปรุง ตกแต่ง
เสริมแต่ง ดัดแปลง แปรสภาพ ทำให้เสีย หรือทำลายซึ่งวัตถุหรือ
ทรัพย์สิน และรวมถึงการต่อเรือ การให้กำเนิด แปลงและจ่ายไฟฟ้าหรือพลังงานอย่างอื่น
- การก่อสร้าง
ต่อเติมติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคาร
สนามบิน ทางรถไฟ ทางรถราง ท่าเรือ อู่เรือ สะพานเทียบเรือ
ทางน้ำ ถนน เขื่อน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบาย ท่อน้ำ โทรเลข
โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซหรือประปา หรืองานก่อสร้างอื่นๆ รวมทั้งการเตรียมหรือวางรากฐาน
ของการก่อสร้าง
- การขนส่งคนโดยสารหรือสินค้าโดยทางบก
ทางน้ำ และทางอากาศ และรวมถึง การบรรทุกขนถ่ายสินค้าด้วย
- โรงแรม
- ห้างสรรพสินค้า
- สถานีบริการหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซ
- สถานพยาบาล
- สถาบันทางการเงิน
- กิจการอื่น
ตามที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมประกาศกำหนด (ขณะนี้ยังไม่มีกิจการใดที่กระทรวงประกาศกำหนด)
นายจ้างที่ประกอบกิจการที่ได้กล่าวข้างต้นและมีลูกจ้างตั้งแต่
50 คนขึ้นไป จะต้องจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน และต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้
สำหรับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1-49 คน จะต้องมีผู้แทนลูกจ้าง
อย่างน้อย 1 คน เพื่อทำหน้าที่ร่วมกับนายจ้างในการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน
ของลูกจ้าง
ส่วนราชการและกิจการที่ประกาศกระทรวงฉบับนี้ไม่ใช้บังคับ มีดังต่อไปนี้
|
-
|
|
ราชการส่วนกลาง |
|
-
|
|
ราชการส่วนภูมิภาค |
|
-
|
|
ราชการส่วนท้องถิ่น |
|
-
|
|
กิจการอื่น ตามที่กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมประกาศกำหนด
(ขณะนี้ยังไม่มีกิจการใดที่กระทรวงประกาศกำหนด) |
สาระสำคัญของกฎหมาย
- นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่
50 คนขึ้นไป ในสถานประกอบกิจการต้องจัด ให้มีคณะกรรมการฯ
ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ (ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
เรื่อง คณะกรรมการ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
มีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2538)
- ในกรณีที่มีจำนวนลูกจ้างไม่ถึง
50 คน เมื่อใดก็ตามที่นายจ้างมีลูกจ้าง
เพิ่มขึ้น ครบ 50 คน นายจ้างต้องจัดให้มีคณะกรรมการฯ ภายใน
30 วัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างเพิ่มขึ้นครบ 50 คน
- สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างต่ำกว่า
50 คน ,ุกจ้างต้องทำการคัดเลือก ผู้แทนของตนอย่างน้อย 1
คน เพื่อทำหน้าที่ร่วมกับนายจ้างในการดูแล ความปลอดภัยในการทำงาน
- นายจ้างต้องปิดประกาศรายชื่อและหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการฯ
โดยเปิดเผยในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน
- นายจ้างต้องจัดส่งสำเนารายชื่อและหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการฯ
ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่แต่งตั้ง
- นายจ้างต้องเก็บหลักฐานเกี่ยวกับคณะกรรมการฯ
และเกี่ยวกับการดำเนินงาน หรือการประชุม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า
2 ปี เพื่อเป็นการตรวจสอบของพนักงาน เจ้าหน้าที่
- นายจ้างต้องรับมติ
ผลการประชุมหรือข้อเสนอของคณะกรรมการฯ และดำเนินการโดยมิชักช้า
หากไม่สามารถดำเนินการได้ นายจ้างต้องปรึกษา หารือกับคณะกรรมการฯ
เพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนเป็น ลายลักษณ์อักษร
และหากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้คณะกรรมการฯ นำเรื่อง เสนออธิบดีเพื่อชี้ขาด
- นายจ้างต้องจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการฯ
อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
- นายจ้างต้องเรียกประชุมคณะกรรมการฯ
โดยมิชักช้าเมื่อเกิดอุบัติเหตุทำ ให้ลูกจ้างหรือบุคคลภายนอกตาย
สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพหรือเกิด อัคคีภัย หรือสารเคมีอันตรายรั่วไหล
- คณะกรรมการฯ
ต้องมีองค์ประกอบไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยมี นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างเป็นประธานคณะกรรมการ
มีกรรมการที่มา จากผู้แทนระดับบังคับบัญชา และผู้แทนลูกจ้างระดับปฏิบัติการ
ซึ่งถ้าเป็น สถานประกอบกิจการที่มี จป. ให้ จป. เป็นเลขานุการโดยตำแหน่ง
หากไม่มี จป. ให้ประธานคณะกรรมการเลือกกรรมการ 1 คน เป็นเลขานุการ
- ที่มาของกรรมการ กรรมการผู้แทนระดับบังคับบัญชาให้ นายจ้างเป็นผู้คัดเลือก
ส่วนกรรมการผู้แทนลูกจ้างระดับ ปฏิบัติการให้ลูกจ้างเป็นผู้คัดเลือกกันเอง
โดยกรรมการ อยู่ในตำแหน่งคราวละไม่เกิน 2 ปี แต่สามารถกลับเข้ามา
เป็นกรรมการได้อีกหากได้รับการคัดเลือกใหม่
- คณะกรรมการฯ
ต้องปฏิบัติหน้าที่ 10 ประการตาม ที่กฎหมายกำหนด
- ประธานคณะกรรมการฯ
ต้องเสนอผลการประชุมที่ให้นายจ้างดำเนินการ ในเรื่องความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ต่อนายจ้างภายใน 7
วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมมีมติ
- ห้ามนายจ้างขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฯ
และห้ามกระทำ การใดๆ อันอาจเป็นผลให้กรรมการไม่สามารถทำงานในหน้าที่ประจำตามปกติ
ต่อไปได้
- นายจ้างต้องจัดให้มีคู่มือเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย
เพื่อให้ลูกจ้าง ได้ใช้ประโยชน์
|
(เอกสารแนบท้าย)
องค์ประกอบและสัดส่วนของคณะกรรมการ
1. สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง 50-99 คน ให้มีกรรมการไม่น้อยกว่า
5 คน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
| ประธานคณะกรรมการ |
|
- |
นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้าง |
| กรรมการ 4 คน |
|
- |
2 คน เป็นกรรมการผู้แทนระดับ
บังคับบัญชา |
|
|
- |
2 คน เป็นกรรมการผู้แทนลูกจ้าง
ระดับปฏิบัติการ |
| กรรมการและเลขานุการ |
|
- |
ประธานคณะกรรมการเลือกกรรมการ 1 คน
เป็นเลขานุการ |
2. สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง 100-499 คน ให้มีกรรมการไม่น้อยกว่า
7 คน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
| ประธานคณะกรรมการ |
|
- |
นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้าง |
| กรรมการ 5 คน |
|
- |
2 คน เป็นกรรมการผู้แทนระดับ
บังคับบัญชา |
|
|
- |
3 คน เป็นกรรมการผู้แทนลูกจ้าง
ระดับปฏิบัติการ |
| กรรมการและเลขานุการ |
|
- |
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน |
3. สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป
ให้มีกรรมการไม่น้อย กว่า 11 คน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
| ประธานคณะกรรมการ |
|
- |
นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้าง |
| กรรมการ 9 คน |
|
- |
4 คน เป็นกรรมการผู้แทนระดับ
บังคับบัญชา |
|
|
- |
5 คน เป็นกรรมการผู้แทนลูกจ้าง
ระดับปฏิบัติการ |
| กรรมการและเลขานุการ |
|
- |
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน |
หมายเหตุ
1. หากต้องการให้มีองค์ประกอบของคณะกรรมการมากกว่าตามที่กำหนดไว้
ในข้อ 1-3 ต้องเพิ่มกรรมการผู้แทนระดับบังคับบัญชาและกรรมการ
ผู้แทนลูกจ้าง ระดับปฏิบัติการในจำนวนที่เท่ากัน เช่น
ถ้าเพิ่มกรรมการผู้แทนระดับบังคับบัญชา 1 คน ก็ต้องเพิ่มกรรมการผู้แทนลูกจ้างระดับ
ปฏิบัติการ 1 คน เช่นกัน
2. สถานประกอบกิจการที่มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานมากกว่า
1 คน ให้นายจ้างแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
1 คน เป็นกรรมการ และเลขานุการของคณะกรรมการ
3. สถานประกอบกิจการที่ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานตามที่
กฎหมายกำหนด ให้นายจ้างแต่งตั้งกรรมการผู้แทนระดับบังคับบัญชา
เพิ่มขึ้นอีก 1 คน และให้ประธานคณะกรรมการเลือกกรรมการหนึ่งคน
เป็นเลขานุการ
|
|
|