กฎหมายไทย
สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง
สรุปพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518
สรุปสาระประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ
พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522
พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534
พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530
หน้าแรก
ข้อมูลเกี่ยวกับ TLC
คำชี้แจงกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
เรื่อง วันลาเพื่อฝึกวิชาทหาร

กระทรวงกลาโหมแจ้งว่าในปี 2542 กระทรวงกลาโหมได้มอบให้กองทัพบก เป็นผู้จัดเตรียมและอำนวยการในการเรียกพลโดยจะเรียกกำลังพลสำรองของกองทัพบกซึ่ง มีภูมิลำเนาทหารในเขตพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ เข้ารับการฝึกวิชาทหารมีกำหนดไม่เกิน 30 วัน โดยจะเริ่มเรียกตั้งแต่เดือนมกราคม 2542 ถึงเดือนสิงหาคม 2542กระทรวงแรงงานและ สวัสดิการสังคมจึงขอแจ้งให้นายจ้างเจ้าของสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างซึ่งเป็นทหาร กำลังพลสำรองทำงานอยู่ทุกแห่ง และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราช บัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ.2541 มาตรา 35 และมาตรา 58 ในส่วนที่เกี่ยวกับการ ลาเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหารหรือเพื่อทดลอง ความพรั่งพร้อม ดังนี้
1. เมื่อลูกจ้างได้รับคำสั่งเรียกพล (ตพ.17) หรือหมายเรียกพล (ตพ.13) เพื่อ เข้าฝึกวิชาทหารตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497 ให้ลูกจ้างนำคำสั่งหรือ หมายเรียกนั้นไปแสดงต่อนายจ้าง พร้อมทั้งขออนุญาตลาหยุดงานเพื่อเข้ารับการฝึกตาม กำหนดเวลาและสถานที่ที่ปรากฎในคำสั่งหรือหมายเรียก ทั้งนี้ นายจ้างจักต้องอนุญาตตาม คำขอนั้น
2. เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการฝึกตามคำสั่งเรียกพลหรือหมายเรียกพลแล้ว ให้กำลังพลสำรองนำแบบ ตพ.22 ไปแสดงต่อนายจ้างเพื่อขอรับค่าจ้าง โดยให้นายจ้าง จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาเพื่อรับราชการทหารเป็นจำนวนเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกินหกสิบวัน
3. หลังจากครบกำหนดระยะเวลาตามคำสั่งเรียกพลหรือหมายเรียกพลดังกล่าว ขอความร่วมมือให้นายจ้างเจ้าของสถานประกอบกิจการรับลูกจ้างกำลังพลสำรอง กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิม
4. การเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหารในกรณีนี้ไม่รวมถึงการตรวจเลือกทหาร กองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ(เกณฑ์ทหาร)
จึงแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน หากมีข้อสังสัยประการใดให้ติดต่อสอบถามได้ที่กรม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โทร.221-6875,221-6835 สำนักแรงงานเขตพื้นที่ทุกพื้นที่ และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด
กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

30 ธันวาคม 2541

 

ภาษาอังกฤษ