คำชี้แจงกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
เรื่อง กฎกระทรวงตามมาตรา 26
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
โดยที่มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
บัญญัติ ให้ออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราชั่วโมงทำงานล่วงเวลาและชั่วโมงทำงานในวันหยุด
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 24 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน
เว้นแต่ได้รับ ความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป
ในกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน
หรือเป็นงานฉุกเฉิน หรือเป็นงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
นายจ้างอาจให้ลูกจ้าง ทำงานล่วงเวลาได้เท่าที่จำเป็น
มาตรา 25 ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด เว้นแต่ในกรณีที่ลักษณะ
หรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน หรือเป็นงานฉุกเฉิน
นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดได้เท่าที่จำเป็น
นายจ้างอาจให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดได้ สำหรับกิจการโรงแรม
สถานมหรสพ งานขนส่ง ร้านขายอาหาร ร้ายขายเครื่องดื่ม สโมสร
สมาคม สถานพยาบาล หรือ กิจการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
เพื่อประโยชน์แก่การผลิต การจำหน่ายและการบริการ นายจ้างอาจให้ลูกจ้าง
ทำงานนอกจากที่กำหนดตามวรรคหนึ่งและวรรคสองในวันหยุดเท่าที่จำเป็น
โดย ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป
มาตรา 26 ชั่วโมงทำงานตามมาตรา 24 วรรคหนึ่งและชั่วโมงทำงานในวันหยุด
ตามมาตรา 25 วรรคสองและวรรคสาม เมื่อรวมแล้วจะต้องไม่เกินอัตราตามที่กำหนด
ในกฎกระทรวง
กฎกระทรวงออกตามมาตรา 26 กำหนดไว้ดังนี้
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง
แรงงาน พ.ศ. 2541 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมออกกฎ
กระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาตามมาตรา 24 วรรคหนึ่ง และชั่วโมงทำงานในวันหยุด
ตามมาตรา 25 วรรคสองและวรรคสาม เมื่อรวมกัน แล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน
สามสิบหกชั่วโมง
ชั่วโมงทำงานในวันหยุดให้หมายความรวมถึง ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาในวันหยุดด้วย
เจตนารมณ์ของกฎหมาย
1. เพื่อให้ลูกจ้างได้ทำงานเหมาะสมกับสภาพร่างกายและมีเวลาพักผ่อน
ร่างกายตามความสมควร
2. ลดอุบัติเหตุในการทำงาน
3. เพื่อให้ผลงานมีคุณภาพ
4. เพื่อถนอมและรักษาทรัพยากรบุคคล
คำอธิบาย
การกำหนดเงื่อนไขการทำงานล่วงเวลา การทำงานในวันหยุด โดยให้นายจ้าง
ขอความยินยอมจากลูกจ้างนั้น เป็นเหตุให้ลูกจ้างบางรายต้องจำยอมทำงาน
ดัง กล่าวตามนายจ้างสั่งมากชั่วโมงเกินไป หรือลูกจ้างบางรายก็พอใจการทำงานดัง
กล่าวได้รับตอบแทนสูงกว่าค่าจ้างปกติ อาจส่งผลให้สุขภาพทรุดโทรมจนเจ็บป่วย
หรือได้รับอุบัติเหตุจากการทำงานได้ เพื่อถนอมสุขภาพของลูกจ้าง
จึงจำเป็น ต้องจำกัดชั่วโมงทำงานล่วงเวลา และทำงานในวันหยุด
โดยทำแต่พอสมควร ตามความจำเป็นของงาน มาตรานี้จึงให้อำนาจกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ
สังคมกำหนดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาและชั่วโมงทำงานในวันหยุดรวมกันเป็น
เพดานขั้นสูงไว้ซึ่งนายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานในช่วงเวลาดังกล่าวได้ไม่เกิน
36
ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม กรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติด
ต่อกันไปถ้าหยุดจะเสียหายแก่งาน เช่น นายจ้างต้องเร่งผลิตสินค้าให้ทันส่งออก
หรือเป็นงานฉุกเฉิน เช่น เครื่องจักรชำรุด ต้องให้ช่างซ่อมทันที
มิฉะนั้นจะทำ ให้การผลิตสินค้าหยุดชะงัก ไม่ทันส่งลูกค้า กรณีเช่นนี้
นายจ้างอาจให้ลูกจ้าง ทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด หรือทำงานล่วงเวลาในวันหยุดได้เท่าที่จำเป็น
เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ๆ ได้ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน
|