พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑ **********************************
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๑
เป็นปีที่ ๕๓ ในรัชกาลปัจจุบัน หมวด ๙ การควบคุม ***************
มาตรา ๑๐๘ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป
จัดให้มีข้อบังคับ เกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย
และข้อบังคับนั้นอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการ ดังต่อไปนี้ (๑) วันทำงาน
เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก (๒) วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด (๓)
หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด (๔) วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา
ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลา ในวันหยุด (๕) วันลาและหลักเกณฑ์การลา (๖)
วินัยและโทษทางวินัย (๗) การร้องทุกข์ (๘) การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ
ให้นายจ้างประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ นายจ้างมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป
และให้นายจ้างจัดเก็บสำเนาข้อบังคับนั้นไว้ณ สถาน ประกอบกิจการ
หรือสำนักงานของนายจ้างตลอดเวลา
และให้ส่งสำเนาข้อบังคับให้แก่อธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันประกาศใช้ข้อบังคับดังกล่าว
ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งให้นายจ้างแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับ การทำงานที่ขัดต่อกฎหมายให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด
ให้นายจ้างเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยเปิดเผย ณ
สถานที่ทำงานของลูกจ้าง เพื่อให้ลูกจ้างได้ทราบและดูได้โดยสะดวก
มาตรา
๑๐๙ การร้องทุกข์ตามมาตรา ๑๐๘ (๗)
อย่างน้อยต้อง มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ (๑) ขอบเขตและความหมายของข้อร้องทุกข์ (๒)
วิธีการและขั้นตอนการร้องทุกข์ (๓) การสอบสวนและพิจารณาข้อร้องทุกข์ (๔) กระบวนการยุติข้อร้องทุกข์ (๕)
ความคุ้มครองผู้ร้องทุกข์และผู้เกี่ยวข้อง
มาตรา ๑๑๐
ในกรณีที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้นายจ้าง ประกาศข้อบังคับที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ประกาศใช้ข้อบังคับที่ แก้ไขเพิ่มเติม
และให้นำมาตรา ๑๐๘ วรรคสอง วรรคสามและวรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๑๑
เมื่อนายจ้างได้ประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามมาตรา ๑๐๘
แล้ว แม้ว่าต่อมานายจ้างจะมีลูกจ้างลดต่ำกว่าสิบคนก็ตาม
ให้นายจ้างยังคงมีหน้าที่ปฏิบัติ ตามมาตรา ๑๐๘ และมาตรา ๑๑๐ ต่อไป
มาตรา
๑๑๒
ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปจัดทำทะเบียนลูกจ้าง เป็นภาษาไทยและเก็บไว้
ณ
สถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้างพร้อมที่จะให้ พนักงานตรวจแรงงานตรวจได้ในเวลาทำการ
การจัดทำทะเบียนลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง
ให้นายจ้างจัดทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ ลูกจ้างเข้าทำงาน มาตรา ๑๑๓
ทะเบียนลูกจ้างนั้นอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อตัวและชื่อสกุล (๒) เพศ (๓) สัญชาติ (๔) วันเดือนปีเกิด
หรืออายุ (๕)
ที่อยู่ปัจจุบัน
(๖) วันที่เริ่มจ้าง (๗) ตำแหน่งหรืองานในหน้าที่ (๘)
อัตราค่าจ้างและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง (๙)
วันสิ้นสุดของการจ้าง เมื่อมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนลูกจ้าง
ให้นายจ้างแก้ไข เพิ่มเติมทะเบียนลูกจ้างให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้นหรือภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่ลูกจ้างได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงให้นายจ้างทราบ
มาตรา ๑๑๔
ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปจัดให้มีเอกสาร เกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง
ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด
และค่าล่วงเวลาในวันหยุดซึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้ (๑)
วันและเวลาทำงาน
(๒)
ผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (๓) อัตราและจำนวนค่าจ้าง
ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด
และค่าล่วงเวลาใน วันหยุดที่ลูกจ้างแต่ละคนได้รับ เมื่อมีการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา
ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ให้แก่ลูกจ้าง
ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อในเอกสารตามวรรคหนึ่งไว้เป็นหลักฐาน
รายการในเอกสารตามวรรคหนึ่งจะอยู่ในฉบับเดียวกันหรือจะแยกเป็นหลายฉบับ ก็ได้
ในกรณีที่นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด
และค่าล่วงเวลาใน วันหยุดให้แก่ลูกจ้าง
โดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากในธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงิน อื่นให้ถือว่าหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของลูกจ้างเป็นเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายเงิน ดังกล่าว
มาตรา ๑๑๕
ให้นายจ้างเก็บรักษาทะเบียนลูกจ้างไว้ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วัน สิ้นสุดของการจ้างลูกจ้างแต่ละราย
และให้นายจ้างเก็บเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา
ค่าทำงานในวันหยุด
และค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างไว้ไม่น้อยกว่าสองปี นับแต่วันจ่ายเงินดังกล่าว
ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องตามหมวด ๑๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้
หรือมีข้อพิพาท แรงงานตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์
หรือมีการฟ้องร้องคดีแรงงาน
ให้นายจ้างเก็บ รักษาทะเบียนลูกจ้างและเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง
ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและ
ค่าล่วงเวลาในวันหยุดไว้จนกว่าจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
|