พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑ **********************************
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๑
เป็นปีที่ ๕๓ ในรัชกาลปัจจุบัน หมวด ๖ คณะกรรมการค่าจ้าง ***************
มาตรา ๗๘ ให้มีคณะกรรมการค่าจ้างประกอบด้วย
ปลัดกระทรวงแรงงาน และสวัสดิการสังคมเป็นประธานกรรมการ
ผู้แทนฝ่ายรัฐบาลสี่คน ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและ ผู้แทนฝ่ายลูกจ้างฝ่ายละห้าคน
ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ
และข้าราชการ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นเลขานุการ
หลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๗๙
คณะกรรมการค่าจ้างมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑)
เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายค่าจ้าง (๒)
เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ข้อแนะนำภาคเอกชนเกี่ยวกับการ กำหนดค่าจ้างและการปรับค่าจ้างประจำปี (๓)
กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน (๔)
กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ลูกจ้างควรได้รับตามความเหมาะสมแก่สภาพ เศรษฐกิจและสังคม (๕)
เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพัฒนาระบบค่าจ้าง (๖)
ให้คำแนะนำด้านวิชาการและแนวทางการประสานประโยชน์แก่หน่วยงาน ต่าง ๆ
ในภาคเอกชน (๗)
รายงานเสนอรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละครั้งเกี่ยวกับภาวะค่าจ้างและแนวโน้ม ของค่าจ้างตลอดจนมาตรการที่ควรจะได้ดำเนินการ (๘)
ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้เป็น อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการค่าจ้างหรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีมอบหมาย
ในการเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี
คณะกรรมการค่าจ้างจะมีข้อสังเกต เกี่ยวกับการพัฒนาระบบรายได้ของประเทศด้วยก็ได้
มาตรา
๘๐
ให้กรรมการค่าจ้างซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระดำรงตำแหน่ง คราวละสองปี
กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
ในกรณีที่กรรมการค่าจ้างซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้ คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการในประเภทเดียวกันเป็นกรรมการแทน
และให้ผู้ได้รับแต่งตั้ง อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน
เว้นแต่วาระของกรรมการ เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่แต่งตั้งกรรมการแทนก็ได้
ในกรณีที่กรรมการค่าจ้างซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่
ให้กรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน
จนกว่าจะ ได้แต่งตั้งกรรมการใหม่เข้ารับหน้าที่
ซึ่งต้องแต่งตั้งให้เสร็จสิ้นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ กรรมการเดิมพ้นจากตำแหน่ง
มาตรา
๘๑ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๘๐
กรรมการ ค่าจ้างซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓)
คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะขาดประชุมตามที่กำหนดสามครั้งติดต่อกันโดย ไม่มีเหตุอันสมควร (๔)
เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๖)
ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
มาตรา
๘๒
การประชุมคณะกรรมการค่าจ้างต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อย กว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
โดยมีกรรมการฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง อย่างน้อยฝ่ายละหนึ่งคน
จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐานหรืออัตราค่าจ้าง ขั้นต่ำตามมาตรา
๗๙ จะต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวน กรรมการทั้งหมด
โดยมีกรรมการฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละสองคน
จึงจะ เป็นองค์ประชุม
และต้องได้มติอย่างน้อยสองในสามของกรรมการที่เข้าประชุม
ในการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำคราวใด
ถ้าไม่ได้องค์ประชุม ตามที่กำหนดไว้ในวรรคสอง
ให้จัดให้มีการประชุมอีกครั้งหนึ่งภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ นัดประชุมครั้งแรกการประชุมครั้งหลังนี้แม้จะไม่มีกรรมการซึ่งมาจากฝ่ายนายจ้างหรือฝ่าย ลูกจ้างเข้าร่วมประชุมถ้ามีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการ ทั้งหมด
ก็ให้ถือเป็นองค์ประชุมและต้องได้มติอย่างน้อยสองในสามของกรรมการที่เข้า ประชุม
มาตรา
๘๓ ในการประชุมคราวใด
ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน ในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่ง ในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้น
อีกเสียง หนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา
๘๔
ให้คณะกรรมการค่าจ้างมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดังต่อไปนี้ เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนคณะกรรมการได้
(๑)
คณะอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (๒) คณะอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด (๓)
คณะอนุกรรมการอื่นที่คณะกรรมการเห็นสมควรกำหนด
ให้คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดองค์ประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะ อนุกรรมการได้ตามความเหมาะสม
มาตรา
๘๕
ในการปฏิบัติหน้าที่ให้คณะกรรมการค่าจ้างหรือคณะอนุกรรมการ หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างหรือคณะอนุกรรมการมอบหมายมีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑)
มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ
มาเพื่อ ประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น (๒)
ให้หน่วยงานหรือบุคคลใดให้ความร่วมมือในการสำรวจกิจการใด ๆ
ที่อาจมี ผลกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจได้ (๓)
เข้าไปในสถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้างในเวลาทำการเพื่อ ศึกษา
สำรวจ วิจัย ตรวจสอบ
หรือสอบถามข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่จะใช้ในการ พิจารณาตามมาตรา
๗๙ ในการนี้ ให้นายจ้างหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก
ส่ง หรือแสดงเอกสาร
หรือให้ข้อเท็จจริงและไม่ขัดขวางการปฏิบัติการตามหน้าที่ของบุคคล ดังกล่าว
มาตรา
๘๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๘๕
ให้กรรมการค่าจ้างอนุกรรมการ หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างหรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย
แสดงบัตรประจำตัวหรือ หนังสือมอบหมาย แล้วแต่กรณี
ต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง
บัตรประจำตัวกรรมการค่าจ้างและอนุกรรมการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามแบบ ที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา
๘๗
ในการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ พื้นฐานให้คณะกรรมการค่าจ้างศึกษาและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้าง ได้รับอยู่ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนีค่าครองชีพอัตราเงินเฟ้อ มาตรฐานการครองชีพ
ต้นทุนการผลิต ราคาของสินค้า ความสามารถของธุรกิจผลิตภาพ แรงงาน
ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม การพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
จะกำหนดให้ใช้เฉพาะกิจการประเภทใด ประเภทหนึ่งหรือทุกประเภทหรือในท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งก็ได้
การพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน ที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนด
ถ้าไม่มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่ใดให้ถือว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ พื้นฐานเป็นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของท้องที่นั้น
มาตรา
๘๘ เมื่อได้ศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงต่าง
ๆตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๘๗ แล้ว
ให้คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพร้อมทั้งรายละเอียดต่าง
ๆ ตามที่เห็นสมควรเสนอต่อรัฐมนตรีเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา
๘๙ ประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามมาตรา ๘๘
ให้ใช้บังคับแก่ นายจ้างและลูกจ้าง
ไม่ว่านายจ้างและลูกจ้างนั้นจะมีสัญชาติ ศาสนา หรือเพศใด
มาตรา
๙๐เมื่อประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมีผลใช้บังคับแล้ว
ห้ามมิให้ นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
ให้นายจ้างที่อยู่ในข่ายบังคับของประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปิดประกาศ ดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผย
เพื่อให้ลูกจ้างได้ทราบ ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง
ตลอดระยะ เวลาที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ
มาตรา
๙๑
ให้มีสำนักงานคณะกรรมการค่าจ้างขึ้นในกระทรวงแรงงานและ สวัสดิการสังคม
และให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) จัดทำแผนงาน
โครงการเสนอต่อคณะกรรมการค่าจ้างและคณะอนุกรรมการ (๒)
ประสานแผนและการดำเนินการของคณะกรรมการค่าจ้างและคณะอนุกรรม การตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (๓) รวบรวม ศึกษา วิจัย
วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจแรงงาน ภาวะการครองชีพ
การขยายตัวของตลาดแรงงาน ผลิตภาพแรงงาน การลงทุน การย้ายถิ่นฐาน
และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของ คณะกรรมการค่าจ้างและคณะอนุกรรมการ (๔) เสนอแนะผลการศึกษา
และผลการพิจารณาข้อมูลทางวิชาการ และมาตรการ เสริมอื่น ๆ
ต่อกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ ในการพัฒนาระบบค่าจ้างและรายได้ (๕)
ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามมติของคณะกรรมการค่าจ้าง (๖)
ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการค่าจ้างหรือคณะอนุกรรมการมอบหมาย
|