จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าสถานภาพการทำงานของแรงงานหญิงยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำต้องทำงานหนัก
ค่าตอบแทนและประเภทของงานไม่ได้รับการยอมรับให้มีสถานะเท่าเทียมชาย
ลักษณะงานของหญิงยังเป็นแบบเก่าที่สืบเนื่องทักษะมาจากงานภาคเกษตรที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและทักษะฝีมือ
ทำงานซ้ำๆ ในลักษณะเดิม แบบสายพานการผลิตไม่ต้องวางแผนหรือคิดซับซ้อน
และเมื่อผนวกกับภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว แรงงานหญิงซึ่งเป็นกำลังการผลิตที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรมทั้งในและนอกระบบ
จึงมีสถานการณ์ปัญหาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังต่อไปนี้
| 1. |
ปัญหาสุขภาพและความไม่ปลอดภัยในสถานประกอบการ ซึ่งปัจจุบันมีคนงานหญิงที่เจ็บป่วยจากสารพิษอุตสาหกรรมจำนวนมาก
ประกอบกับลักษณะงานที่ไม่ปลอดภัย เช่น แสงไฟฟ้าไม่เพียงพอ
ลักษณะการนั่งยืน การยกของหนักที่ไม่ได้มาตรฐานสากล หรืองานที่ป่วยเป็นโรคสารตะกั่ว
สารพิษอลูมิน่า หรือฝุ่นฝ้าย ฝุ่นเซรามิคส์ ทำให้เป็นโรคปอดอักเสบจากการทำงาน
ปัจจุบันคนงานที่เจ็บป่วยเป็นโรคจากการทำงานร่วมร้อยคน ได้ทำการต่อสู้คดีกับนายจ้างเพื่อหาความเป็นธรรม |
| 2. |
ปัญหาการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรมและไม่มั่นคง เช่น การจ้างงานที่ใช้รูปแบบการจ้างงานชั่วคราวระยะสั้น,
การจ้างงานในระบบเหมาค่าแรง, การจ้างงานแบบรายเหมาชิ้นงาน
และการจ้างงานในระบบเหมาช่วงการผลิต (Subcontract) |
| 3. |
ปัญหาการเลิกจ้างผู้นำและสมาชิกสหภาพแรงงานหญิงที่เข้มแข็ง
เช่น สหภาพแรงงานไทยเกรียง, สหภาพแรงงานไทยเอโร่, สหภาพแรงงานไทยเมล่อน,
สหภาพแรงงานพาร์การ์เม้นท์ สหภาพ LTU, สหภาพแรงงานไทยซิน
ฯลฯ |
| 4. |
ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายของรัฐและการละเมิดกฎหมายของนายจ้าง
เช่น กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กรณี มาตรา 75 ที่นายจ้างอ้างเหตุปิดโรงงานชั่วคราวและจ้างค่าจ้าง
50% ของค่าจ้างทั้งวันที่ทำงาน ทำให้คนงานเดือดร้อน เสมือนถูกบังคับให้ออกจากงานไปเองโดยนายจ้างไม่ต้องจ่าค่าชดเชยตามกฎหมาย
หรือกรณีนายจ้างไม่เคารพกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ เช่น นายจ้างเข้าแทรกแซงการดำเนินงานของสหภาพแรงงาน
เลิกจ้างผู้นำแรงงานหญิง ให้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหาในการเจรจาต่อรองและไม่เคารพสัญญาข้อตกลง
ดังกรณีของสหภาพแรงงานไทยเกรียง กรณีผู้นำแรงงานหญิงพาร์การ์เม้นท์
และกรณีสหภาพแรงงานทรงชัยปั่นทอ เป็นต้น |
| 5. |
ปัญหาการใช้แรงงานหญิงและเด็กข้ามชาติ เพื่อลดต้นทุนการผลิต
ใช้แรงงานเยี่ยงทาสไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและหลักสิทธิมนุษยชน
อีกทั้งแรงงานหญิงและเด็กข้ามชาติถูกแปรสภาพการจ้างงานในรูปแบบที่หลากหลาย
เช่นถูกบังคับค้าประเวณีหรือถูกบังคับให้ขอทาน |
| 6. |
ปัญหาแรงงานหญิงถูกเลือกปฏิบัติไม่เคารพมาตรฐานแรงงาน
และไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในระดับนโยบายรัฐและคณะกรรมการต่างๆ
ทั้งภาครัฐและองค์กรแรงงานอย่างเท่าเทียม ซึ่งทำให้แรงงานหญิงและผู้หญิงไม่ได้รับความสนใจในประเด็นการแก้ปัญหาด้านคุณภาพชีวิต |
| 7. |
ปัญหาแรงงานหญิงถูกเลิกจ้างตกงาน นโยบายรัฐยังไม่ได้ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือด้านการพัฒนาอาชีพ
อีกทั้งจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือด้านการศึกษา ที่อยู่อาศัย
และการลงทุนทำธุรกิจขนาดเล็กอย่างจริงจัง |
| 8. |
ปัญหาแรงงานหญิงกับการต้องรับภาระการหารายได้ไม่พอกับรายจ่ายและต้องส่งเงินสมทบประกันสังคม
2 เท่า (มาตรา 39) ทำให้คนงานหญิงตกงานรายได้น้อย หลายคนต้องขาดจากการเป็นสมาชิกประกันสังคม
ส่งผลให้ไม่มีความมั่นคงในชีวิต |
| 9. |
ปัญหาด้านสภาพสังคมที่แตกร้าวและรับภาระทางเศรษฐกิจฝ่ายเดียว
เช่น คนงานหญิงต้องรับผิดชอบครอบครัวส่งเงินให้ลูกเรียนหนังสือ
ปัญหาพ่อแม่หย่าร้าง คนงานหญิงและเด็กถูกใช้ความรุนแรง และหันไปทำอาชีพที่ไม่สุจริต
จนมีชีวิตที่เลวร้ายเป็นปัญหาลูกโซ่ทางสังคม |
| 10. |
ปัญหาคุณภาพชีวิตของแม่และเด็กขาดหลักประกันการเลี้ยงดูและส่งเสริมมาตราฐานการศึกษา
ขาดความอบอุ่นเพราะอยู่ห่างไกลกันจนส่งผลต่อสังคม จิตใจและการต่อสู้ชีวิต |