เสียงคนงาน
นางเอี่ยม ฉิมมา อายุ 30 ปี หนึ่งในคนงานบิวตี้ฟอร์มที่ถูกเลิกจ้าง
พี่ทำงานบิวตี้ฟอร์มมา 7 เดือน ตอนแรกที่มาสมัครงานที่นี่เพื่อนบอกว่ามีทั้งเบี้ยขยันและค่านั่งจักร
แต่เมื่อมาทำงานกลับไม่ได้อะไรเลย ได้รับเพียงค่าจ้างวันละ
150 บาท จึงไปถามฝ่ายออฟฟิศเขาก็บอกว่าอยู่ไปแล้วจะให้เอง
โดยเบี้ยขยันจะจ่ายให้วีคละ 300 บาท ค่านั่งจักรวันละ 30 บาท
แต่ป่านนี้โรงงานปิดกิจการไปแล้วเรายังไม่ได้อะไรตามที่เขาบอกเลย
ตอนแรกที่รู้ว่าโรงงานปิดกิจการก็ตกใจ ไม่รู้จะไปทำอะไรกิน
เพราะตัวเองยังท้องอยู่ ตอนนี้ก็ท้องได้ 5 เดือนแล้ว พวกเราไม่เชื่อว่าโรงงานจะขาดทุน
เพราะของก็ออกดี โอทีก็เยอะ แม้งานจะขาดเป็นช่วง ๆ แต่แค่วันสองวันงานก็เข้ามาแล้ว
ถ้าบริษัทขาดทุนจริงเขาจะเอาเงินมากมายจากไหนมาจ่ายค่าโอทีพวกเรา
มีแต่ช่วงที่จะปิดโรงงานที่สั่งให้พนักงานหยุดอยู่กับบ้านตั้งแต่วันที่
19 พ.ค. 46 โดยบอกว่าไม่มีออร์เดอร์เข้า แต่จะจ่ายเงินให้กับทุกคน
จนถึงวันที่ 29 พ.ค.46 ก็เรียกพนักงานมาที่โรงงานและปิดประกาศเลิกกิจการ
แต่พวกเราได้ข่าวว่าตอนนี้นายจ้างไปเปิดออฟฟิศแถวสุขุมวิท
ยิ่งทำให้พวกเราแน่ใจว่าบริษัทไม่ได้ขาดทุน
ที่เรามาขอพบท่านผู้ว่าฯ วันนี้ เพียงแค่มาบอกว่าพวกเราอยากได้ค่าชดเชย
และค่าบอกกล่าวล่วงหน้า เพราะเงินนั้นเป็นเงินที่เราจะต้องได้รับตามกฎหมาย
แต่นี่เรากลับต้องมาเรียกร้อง พวกเราอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาดูแลบ้าง
มาดูว่าตอนนี้พวกเราเดือนร้อนกันอย่างไร นายจ้างเขาล้มบนฟูก
ส่วนคนงานล้มบนดิน มันต่างกัน อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาดูแล
อยากให้คุยกับนายจ้างให้มาจ่ายเงินให้พวกเรา จำนวนเงินมันไม่มากเลย
ที่สำคัญมันเป็นสิทธิที่เราควรจะได้รับตามกฎหมาย
|