เป็นหนึ่งในคนงานที่ผละงานออกมาชุมนุมประท้วง เมื่อนายจ้างเลิกจ้างแกนนำ
20 คน จนปัจจุบันคนงานกว่า 800 คนที่เข้าร่วมชุมนุมต้องถูกเลิกจ้างทั้งหมด
"ในวันที่ 29 มิ.ย.45 บริษัทเรียกกรรมการสหภาพไปคุยเพื่อชี้แจ้งว่า
ในขณะนี้บริษัทมีปัญหา สืบเนื่องจากเหตุการณ์วันที่ 11
ก.ย.44 จึงจำเป็นต้องลดต้นทุนการผลิต ไม่เช่นนั้นบริษัทจะอยู่ไม่ได้
จึงขอเลิกจ้างคนงานทุกคน พร้อมทั้งจ่ายชดเชย โดยให้ทุกคนเซ็นใบลาออก
แล้วเขียนใบสมัครใหม่ ซึ่งตอนนั้นทุกคนเห็นใจบริษัทมาก
เพราะคิดว่าถ้าบริษัทอยู่ไม่ได้เราก็ต้องตกงาน จึงยอมเขียนใบลาออก
แล้วเขียนใบสมัครใหม่ ทั้ง ๆ ที่เราก็รู้ว่าสวัสดิการที่เราเคยได้รับจะไม่มีอีกแล้ว
และจะต้องเริ่มต้นใหม่ด้วยค่าจ้างเพียง 165 บาทเท่ากันหมด
แต่เราก็ยอมรับได้และไว้ใจนายจ้าง จนกระทั่งหลังจากนั้นได้มีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินค่าโอทีไม่ครบ
คือเดิมนั้นเราทำโอที 5 ชม.ครึ่ง แต่นายจ้างเก่าจ่ายให้เรา
6 ชม.เต็มเพราะเห็นว่าคนงานทำโอทีถึง 23.00 น. แต่พอเปลี่ยนผู้บริหารใหม่กลับจ่ายค่าโอทีให้เราไม่ครบ
โดยไม่บอกกล่าวให้พนักงานรู้ล่วงหน้า ทำให้พนักงานไม่พอใจที่บริษัทผิดคำพูด
และในวันที่ 11 มิ.ย.45 หลังจากที่พวกเราทราบว่าบริษัทประกาศเลิกจ้างอดีตกรรมการสหภาพแรงงานจำนวน
20 คน พวกคนงานคนอื่น ๆ ก็ออกมาร่วมชุมนุมเพื่อประท้วงที่นายจ้างเลิกจ้างแกนนำทั้ง
ๆ ที่พวกเขาไม่มีความผิด และเห็นว่าบริษัทมีเจตนาที่จะทำลายสหภาพแรงงานให้หมดไป
จึงเลิกจ้างแกนนำทั้ง 20 คน
หลังจากนั้นในวันที่ 13 มิ.ย.45 บริษัทก็ได้ประกาศเลิกจ้างคนงานอีกกว่า
800 คนที่ชุมนุมอยู่หน้าโรงงาน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่เพื่อน
ๆ พนักงานด้วยกัน ซึ่งขณะนี้พวกเราได้ชุมนุมอยู่หน้าโรงงานเป็นเวลา
10 วันแล้ว เพื่อขอความเป็นธรรมจากนายจ้าง โดยเราขอให้บริษัทรับพนักงานทุกคนกลับเข้าทำงานเหมือนเดิม
รวมทั้งอดีตแกนนำสหภาพทั้ง 20 คนด้วย และยอมรับถ้าเราจะตั้งสหภาพขึ้นมาใหม่อีกครั้ง"