
นายศรีโพธิ์ วายุพักตร์
ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
นายศรีโพธิ์ วายุพักตร์ ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยกล่าวว่าการขึ้นค่าจ้างเพียงเล็กน้อยเท่านี้เท่ากับแสดงว่ารัฐบาลไม่ได้คำนึงถึงลูกจ้างอย่างจริงจัง
แต่กลับเน้นให้ความสนใจกับข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจซึ่งผ่านการพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือน
และย้ำว่าการขึ้นค่าจ้างเพียงแค่ 4 5 บาทต่อวันไม่เพียงพอสำหรับลูกจ้างต่อการดำรงชีวิตท่ามกลางค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้น
ทางกลุ่มลูกจ้างมีแผนที่จะจัดประชุมเพื่อกดดันให้มีการปรับปรุงในเรื่องนี้
โดยฝ่ายลูกจ้างจะเรียกร้องให้นายพินิจ จารุสมบัติ รองนายกรัฐมนตรีซึ่งได้เคยให้คำมั่นสัญญาเมื่อเดือนตุลาคมว่ารัฐบาลจะจัดตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อพิจารณาการขึ้นค่าจ้างสำหรับลูกจ้าง
แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกลางยังไม่เกิดขึ้น และฝ่ายลูกจ้างได้กล่าวตำหนิรองนายกฯ
ว่ากำลังหลอกลูกจ้าง
เราไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้กับผู้ใช้แรงงานเพียง
4-5 บาท เพราะผู้ใช้แรงงานเองเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำ 200 บาทเท่ากันเท่าประเทศ
ผมเห็นว่าการที่รัฐขึ้นค่าจ้างให้กับผู้ใช้แรงงานเพียง 4- 5บาทนั้น
คงเป็นเพราะเห็นแก่ความอยู่รอดของนายจ้าง กลัวนายจ้างจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจ
เนื่องจากต้องแบกรับภาระที่มากขึ้น
แต่ผมเคยบอกแล้วว่า การที่เราเรียกค่าจ้าง 200 บาทเท่ากันทั่วประเทศนั้น
นายจ้างสามารถจ่ายได้แน่นอน เพราะปัจจุบันนายจ้างใช้การจ้างงานแบบรับเหมาค่าแรงซึ่งนายจ้างจ่ายเงินให้กับผู้รับเหมาหัวละ
200- 250 บาท ซึ่งผู้รับเหมาจะจ่ายให้ลูกจ้างเพียงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละจังหวัดเท่านั้น
ส่วนต่างที่นายจ้างจ่ายไปก็ตกอยู่ที่นายหน้าผู้รับเหมาค่าแรงเหล่านั้น
ซึ่งนายจ้างเองต้องการที่จะปัดภาระ เพราะไม่อยากจ่ายสวัสดิการอื่น
ๆ ให้กับลูกจ้าง
และอยากจะฝากบอกรัฐบาลว่า ปัจจุบันที่ผู้ใช้แรงงานสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นั้น
ไม่ใช่เพราะค่าจ้างขั้นต่ำ แต่อยู่ได้เพราะการทำโอที บางคนทำงาน 7
โมงเช้าออก 1 ทุ่ม ทำโอที 4 ชม. มันก็เลยอยู่ได้ ซึ่งการทำงานในชั่วโมงยาวนาน
นานเข้าก็จะส่งผลต่อสุขภาพ คนงานต้องเจ็บป่วยต้องเสียค่ารักษาพยาบาล
รัฐก็ต้องเข้ามาดูแลสุขภาพคนงานเหล่านั้น ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับภาครัฐว่าจะแก้ไขปัญหาที่ต้นหรือปลายเหตุกันแน่ |