
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
เลขาธิการ สรส.
พอใจผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงานมากน้อยแค่ไหน
เท่าที่ผ่านเราก็ไม่พึงพอใจเลยกับการแก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงาน ของรัฐบาลที่ผ่านมา
แรงงานเราไม่ได้อะไรเลย ที่ได้มาก็มีการประกันการว่างงาน แต่เป็นการประกันการว่างงานที่ไม่ได้เป็นตามมาตรฐานสากล
มีเงื่อนไข ระยะเวลา เงินที่จ่ายมาก็ไม่เพียงพอ หลายเรื่องที่คนงานเรียกร้อง
เช่น ให้รัฐรับรองอนุสัญญา ไอแอลโอ 87,98 ก็ยังไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ตอนหาเสียงเลือกตั้งครั้งก่อนก็ได้พูดเอาไว้
กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ฉบับที่ผู้ใช้แรงงานนำเสนอก็ไม่ได้ สถาบันคุ้มครองสุขภาพความปลอดภัยก็ยังไม่ได้
ค่าแรงขั้นต่ำที่เรียกร้องไปเท่ากัน 200 บาททั่วประเทศก็ยังไม่ได้
ในบรรดาที่มีการปรับค่าแรง ผู้ใช้แรงงานได้รับการปรับน้อยที่สุด จากฐานเดิมที่ต่ำอยู่แล้ว
คือ 170 บาท ปรับขึ้นแค่ 2% กว่า เป็น 5 บาท ในขณะที่ปรับเงินเดือนให้ข้าราชการ
รัฐวิสาหกิจ 10 กว่า % ก็เห็นชัดว่าภาพรวมแล้ว คนงานก็ไม่ได้รับสิทธิที่ควรจะได้
บางโรงงาน เช่น ไทยว๊าปถูกเลิกจ้างค่าชดเชยก็ไม่ได้ ตั้งเรียกร้องกันอยู่หลายเดือนกว่าที่จะได้รับ
ทั้ง ๆ ที่เป็นสิทธิที่ควรจะได้รับตามกฎหมาย
ความต้องการเร่งด่วนในการให้รัฐแก้ไขปัญหา
เรามีความต้องการแน่นอน แต่เราเห็นว่ารัฐบาลทักษิณไม่ได้มีนโยบายเพื่อผู้ใช้แรงงานเท่าไร
และคนในรัฐบาลที่มีบทบาทสำคัญส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าของกิจการ โดยเฉพาะเรื่องค่าแรงงานขั้นต่ำ
เรื่องกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ การรับรองอนุสัญญาไอแอลโอ 87, 98 สถาบันคุ้มครองความปลอดภัย
ก็คิดว่าพวกเราจะต้องเคลื่อนไหวเรียกร้องกันต่อไป สิ่งที่คนงานต้องการก็เป็นเรื่องเดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ การแปรรูป เป็นสิ่งที่คนงานเรียกร้อง แต่รัฐบาลจะทำในสิ่งตรงกันข้ามด้วยซ้ำไป
ผู้ใช้แรงงานต้องทำงานหนักขึ้นไหมในการเรียกร้องประเด็นต่าง
ๆ หลังจากที่รัฐบาลทักษิณกลับมาอีกครั้ง
โดยเชิงโครงสร้างแล้วทักษิณกลับหรือไม่กลับก็มีค่าเท่ากัน เพราะโครงสร้างสังคมมันเป็นระบบทุนนิยม
มันทำให้คนงานทำงานหนักขึ้น แต่ความมั่นคงในการทำงานก็ไม่มี เห็นได้จากการจ้างงานรับเหมาช่วง
รับเหมาค่าแรง รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งแบบนี้เป็นการดึงคนออกไปนอกการคุ้มครอง
ไม่ให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันลูกจ้างส่วนใหญ่ก็อยู่นอกกฎหมายไปหมดแล้ว
ซึ่งที่เรียกกันให้มันสับสนว่าแรงงานนอกระบบ รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งเป็นวิธีการจัดการบริหารแบบทุนเสรีนิยมใหม่
ที่พยายามจะลดต้นทุน แล้วทำให้คนงานไม่มีความมั่นคง ลูกจ้างในรัฐวิสาหกิจก็เป็นลูกจ้างรายวัน
ลูกจ้างของข้าราชการก็ได้ค่าแรงต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอีก
ปัญหาเหล่านี้ยังมีอยู่ ซึ่งมันเป็นเรื่องของระบบ แต่ถ้าขบวนการแรงงานร่วมมือกันต่อสู้ก็อาจจะได้มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
สิ่งที่เราจะได้มามันมาจากการต่อสู้ทั้งนั้น จะไปหวังพึ่งจากรัฐบาลมันคงลำบาก
อยากได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นแบบไหน
ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน แต่ถ้าไปอยู่ในพรรคการเมืองมันก็ฝืนนโยบายใหญ่ไปไม่ได้
ซึ่งนโยบายใหญ่ของพรรคการดมือง เราก็ไม่เห็นนโยบายชัดเจนด้านแรงงาน
แต่โดยหลักแล้วคนที่จะมาอยู่กระทรวงแรงงาน ก็ต้องเป็นคนที่รักความเป็นธรรม
มีมนุษยธรรมที่เห็นใจคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ กระตือรือร้น สนใจ ใส่ใจและกล้าที่จะพูดเพื่อความยุติธรรมในสังคม
ซึ่งเขาก็รู้อยู่แล้วว่าคนงานไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่ไปมองผลประโยชน์ของธุรกิจ
ฉะนั้นในเบื้องต้น ไม่ควรจะเอาเจ้าของกิจการใดกิจการหนึ่งมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรววงแรงงาน
เพราะคนพวกนี้ที่แท้ก็คือนายจ้าง ถ้าเป็นนายจ้างด้วย แล้วมาเป็นรัฐบาลด้วยมันก็ไม่มีรัฐบาล
ในระบบไตรภาคีก็จะมีนายจ้าง 2 คน คนหนึ่งสวมเสื้อรัฐบาล อีกคนหนึ่งก็สวมเสื้อนายจ้าง
มันก็ไม่มีความเป็นกลาง มันไม่เป็นไตรภาคี และไม่ใช่ทวิภาคี แต่มันเป็นแบบ
2 รุม 1
อย่างน้อยถึงแม้จะอยู่ในพรรคทุน แต่ก็ควรจะเป็นรัฐมนตรีที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการไม่มีความผูกพันกับบริษัท
และธุรกิจต่าง ๆ และเข้าใจเรื่องปัญหาแรงงานสัมพันธ์ การบริหารจัดการทางด้านแรงงาน
และระบบบริหารสังคมที่จะนำมาปรับปรุงให้มันดีขึ้น ตีนติดดิน และมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา
กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงที่ไม่มีเกรด คนมาอยู่ตรงนี้จะต้องเป็นคนที่ต้องเสียสละ
แต่คนที่มาส่วนมากก็มาด้วยความจำใจ
สุดท้ายฝากถึงผู้ใช้แรงงาน
ผู้ใช้แรงงานจะต้องคิดพึ่งตนเอง ต้องคิดจัดตั้งรวมตัว และ มีจิตสำนึกในชนชั้นตัวเองให้มาก
ถ้าใครจะคิดพึ่งรัฐบาล คิดพึ่งคนอื่น แสดงว่าไม่ใช่ผู้นำหรือไม่ใช่นักต่อสู้
นักต่อสู้ต้องคิดพึ่งพาตนเอง ความสำเร็จต่าง ๆ จะได้มาก็มาจากการรวมพลัง
ต้องเรียกร้อง ต้องเคลื่อนไหว เพราะเรามีสิทธิที่จะทำแบบนั้นได้ ไม่ใช่สู้แบบไปขอทาน
ไปขอให้เขาช่วยเหลือโดยไม่มีการรวมตัว รวมพลัง ก็ไม่มีทางที่จะได้
เพราะจากประวัติศาสตร์ในขบวนการต่อสู้ของแรงงานของแรงงานไทยและแรงงานทั้งโลก
ทุกอย่างที่ได้มาล้วนมาจากต่อสู้ทั้งสิ้น คนงานก็จะต้องคิดติดอาวุธทางปัญญา
ว่าด้วยเหตุว่าด้วยผล และต้องเห็นแก่ขบวนการส่วนรวมมากกว่าไปแสวงหาผลประโยชน์ที่เขาหยิบยื่นให้
นี่คือสิ่งที่จะฝากถึงผู้นำแรงงานและสมาชิกสภาพแรงงานทุกท่าน ซึ่งจะต้องพิจารณาและมองให้เห็นทั้งระบบ
โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นแรงงานไทย แรงงานต่างชาติ แรงงานในระบบหรือแรงงนนอกระบบ
เราต้องสร้างความสมานฉันท์และร่วมมือกันต่อสู้...
|