Englishหน้าแรกข่าวกฎหมายแรงงานรอบเรื่องแรงงานหน่วยงานแรงงานไทยสนทนาประสาแรงงานลิงค์รู้จัก TLC
รัฐควรให้สัตยาบัญอนุสัญญา
ไอแอลโอ ฉบับ 87, 98 หรือไม

ควร
ไม่ควร

ดูผลโหวต

ร่วมช่วยเหลือ
ผู้ใช้แรงงานเหยื่อสึนามิ
เสียงคนงาน
อ่านต่อ
เสียงอื่นๆ
กรณีรณรงค์
ทางเลือก ทางรอด
แรงงานไทย
อ่านต่อ
ทางเลือกอื่นๆ
ย้อนรอยกรรมกร
อ่านต่อ
ย้อนรอยอื่นๆ
เจาะโลกแรงงาน
เมื่อสิ้นสุดโควต้าสิ่งทอ
1 ม.ค. 48
โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย

ที่อยู่:
ตู้ปณ. 219 ไปรษณีย์ลาดพร้าว
กทม. 10310
โทรศัพท์:
02-933-0585
ทรสาร:
02-933-1951
อีเมล์:
campaign@thailabour.org


นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
เลขาธิการ สรส.
พอใจผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงานมากน้อยแค่ไหน

เท่าที่ผ่านเราก็ไม่พึงพอใจเลยกับการแก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงาน ของรัฐบาลที่ผ่านมา แรงงานเราไม่ได้อะไรเลย ที่ได้มาก็มีการประกันการว่างงาน แต่เป็นการประกันการว่างงานที่ไม่ได้เป็นตามมาตรฐานสากล มีเงื่อนไข ระยะเวลา เงินที่จ่ายมาก็ไม่เพียงพอ หลายเรื่องที่คนงานเรียกร้อง เช่น ให้รัฐรับรองอนุสัญญา ไอแอลโอ 87,98 ก็ยังไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ตอนหาเสียงเลือกตั้งครั้งก่อนก็ได้พูดเอาไว้

กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ฉบับที่ผู้ใช้แรงงานนำเสนอก็ไม่ได้ สถาบันคุ้มครองสุขภาพความปลอดภัยก็ยังไม่ได้ ค่าแรงขั้นต่ำที่เรียกร้องไปเท่ากัน 200 บาททั่วประเทศก็ยังไม่ได้ ในบรรดาที่มีการปรับค่าแรง ผู้ใช้แรงงานได้รับการปรับน้อยที่สุด จากฐานเดิมที่ต่ำอยู่แล้ว คือ 170 บาท ปรับขึ้นแค่ 2% กว่า เป็น 5 บาท ในขณะที่ปรับเงินเดือนให้ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ 10 กว่า % ก็เห็นชัดว่าภาพรวมแล้ว คนงานก็ไม่ได้รับสิทธิที่ควรจะได้

บางโรงงาน เช่น ไทยว๊าปถูกเลิกจ้างค่าชดเชยก็ไม่ได้ ตั้งเรียกร้องกันอยู่หลายเดือนกว่าที่จะได้รับ ทั้ง ๆ ที่เป็นสิทธิที่ควรจะได้รับตามกฎหมาย

ความต้องการเร่งด่วนในการให้รัฐแก้ไขปัญหา

เรามีความต้องการแน่นอน แต่เราเห็นว่ารัฐบาลทักษิณไม่ได้มีนโยบายเพื่อผู้ใช้แรงงานเท่าไร และคนในรัฐบาลที่มีบทบาทสำคัญส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าของกิจการ โดยเฉพาะเรื่องค่าแรงงานขั้นต่ำ เรื่องกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ การรับรองอนุสัญญาไอแอลโอ 87, 98 สถาบันคุ้มครองความปลอดภัย ก็คิดว่าพวกเราจะต้องเคลื่อนไหวเรียกร้องกันต่อไป สิ่งที่คนงานต้องการก็เป็นเรื่องเดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ การแปรรูป เป็นสิ่งที่คนงานเรียกร้อง แต่รัฐบาลจะทำในสิ่งตรงกันข้ามด้วยซ้ำไป

ผู้ใช้แรงงานต้องทำงานหนักขึ้นไหมในการเรียกร้องประเด็นต่าง ๆ หลังจากที่รัฐบาลทักษิณกลับมาอีกครั้ง

โดยเชิงโครงสร้างแล้วทักษิณกลับหรือไม่กลับก็มีค่าเท่ากัน เพราะโครงสร้างสังคมมันเป็นระบบทุนนิยม มันทำให้คนงานทำงานหนักขึ้น แต่ความมั่นคงในการทำงานก็ไม่มี เห็นได้จากการจ้างงานรับเหมาช่วง รับเหมาค่าแรง รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งแบบนี้เป็นการดึงคนออกไปนอกการคุ้มครอง ไม่ให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันลูกจ้างส่วนใหญ่ก็อยู่นอกกฎหมายไปหมดแล้ว

ซึ่งที่เรียกกันให้มันสับสนว่าแรงงานนอกระบบ รับงานไปทำที่บ้าน ซึ่งเป็นวิธีการจัดการบริหารแบบทุนเสรีนิยมใหม่ ที่พยายามจะลดต้นทุน แล้วทำให้คนงานไม่มีความมั่นคง ลูกจ้างในรัฐวิสาหกิจก็เป็นลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างของข้าราชการก็ได้ค่าแรงต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอีก

ปัญหาเหล่านี้ยังมีอยู่ ซึ่งมันเป็นเรื่องของระบบ แต่ถ้าขบวนการแรงงานร่วมมือกันต่อสู้ก็อาจจะได้มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง สิ่งที่เราจะได้มามันมาจากการต่อสู้ทั้งนั้น จะไปหวังพึ่งจากรัฐบาลมันคงลำบาก

อยากได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นแบบไหน

ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน แต่ถ้าไปอยู่ในพรรคการเมืองมันก็ฝืนนโยบายใหญ่ไปไม่ได้ ซึ่งนโยบายใหญ่ของพรรคการดมือง เราก็ไม่เห็นนโยบายชัดเจนด้านแรงงาน แต่โดยหลักแล้วคนที่จะมาอยู่กระทรวงแรงงาน ก็ต้องเป็นคนที่รักความเป็นธรรม มีมนุษยธรรมที่เห็นใจคนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ กระตือรือร้น สนใจ ใส่ใจและกล้าที่จะพูดเพื่อความยุติธรรมในสังคม ซึ่งเขาก็รู้อยู่แล้วว่าคนงานไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ใช่ไปมองผลประโยชน์ของธุรกิจ ฉะนั้นในเบื้องต้น ไม่ควรจะเอาเจ้าของกิจการใดกิจการหนึ่งมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรววงแรงงาน เพราะคนพวกนี้ที่แท้ก็คือนายจ้าง ถ้าเป็นนายจ้างด้วย แล้วมาเป็นรัฐบาลด้วยมันก็ไม่มีรัฐบาล ในระบบไตรภาคีก็จะมีนายจ้าง 2 คน คนหนึ่งสวมเสื้อรัฐบาล อีกคนหนึ่งก็สวมเสื้อนายจ้าง มันก็ไม่มีความเป็นกลาง มันไม่เป็นไตรภาคี และไม่ใช่ทวิภาคี แต่มันเป็นแบบ 2 รุม 1

อย่างน้อยถึงแม้จะอยู่ในพรรคทุน แต่ก็ควรจะเป็นรัฐมนตรีที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการไม่มีความผูกพันกับบริษัท และธุรกิจต่าง ๆ และเข้าใจเรื่องปัญหาแรงงานสัมพันธ์ การบริหารจัดการทางด้านแรงงาน และระบบบริหารสังคมที่จะนำมาปรับปรุงให้มันดีขึ้น ตีนติดดิน และมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงที่ไม่มีเกรด คนมาอยู่ตรงนี้จะต้องเป็นคนที่ต้องเสียสละ แต่คนที่มาส่วนมากก็มาด้วยความจำใจ

สุดท้ายฝากถึงผู้ใช้แรงงาน

ผู้ใช้แรงงานจะต้องคิดพึ่งตนเอง ต้องคิดจัดตั้งรวมตัว และ มีจิตสำนึกในชนชั้นตัวเองให้มาก ถ้าใครจะคิดพึ่งรัฐบาล คิดพึ่งคนอื่น แสดงว่าไม่ใช่ผู้นำหรือไม่ใช่นักต่อสู้ นักต่อสู้ต้องคิดพึ่งพาตนเอง ความสำเร็จต่าง ๆ จะได้มาก็มาจากการรวมพลัง ต้องเรียกร้อง ต้องเคลื่อนไหว เพราะเรามีสิทธิที่จะทำแบบนั้นได้ ไม่ใช่สู้แบบไปขอทาน ไปขอให้เขาช่วยเหลือโดยไม่มีการรวมตัว รวมพลัง ก็ไม่มีทางที่จะได้ เพราะจากประวัติศาสตร์ในขบวนการต่อสู้ของแรงงานของแรงงานไทยและแรงงานทั้งโลก ทุกอย่างที่ได้มาล้วนมาจากต่อสู้ทั้งสิ้น คนงานก็จะต้องคิดติดอาวุธทางปัญญา ว่าด้วยเหตุว่าด้วยผล และต้องเห็นแก่ขบวนการส่วนรวมมากกว่าไปแสวงหาผลประโยชน์ที่เขาหยิบยื่นให้ นี่คือสิ่งที่จะฝากถึงผู้นำแรงงานและสมาชิกสภาพแรงงานทุกท่าน ซึ่งจะต้องพิจารณาและมองให้เห็นทั้งระบบ โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นแรงงานไทย แรงงานต่างชาติ แรงงานในระบบหรือแรงงนนอกระบบ เราต้องสร้างความสมานฉันท์และร่วมมือกันต่อสู้...